ข่าว ธุรกิจออนไลน์ 100%

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ FOREX ต้มตุ๋น หรือไม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ FOREX ต้มตุ๋น หรือไม่ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

ระวัง!! แชร์ลูกโซ่ค้าเงินข้ามชาติ ODFX



"แบงก์ชาติ-..." เตือนภัยแชร์ลูกโซ่ค้าเงินข้ามชาติ ODFX ระบาดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ชวนซื้อหุ้นลงทุนอัตราแลกเปลี่ยน ขายฝัน 5 ปีนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นสหรัฐ ชี้ผิดกฎหมายการเงินไทย 100% อย่าหลงเป็นเหยื่อ ทั้งเตือนชวนคนอื่นลงทุนต่อเข้าข่ายมีความผิดด้วย ประสาน "สศค." ไล่บี้

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า ขณะนี้มีการระบาดของการลงทุนที่คล้ายกับแชร์ลูกโซ่รูปแบบใหม่ที่ชื่อ "ODFX" ซึ่งเป็นของบริษัท OD Capital จดทะเบียนที่เกาะเซเชลส์ เปิดให้ผู้สนใจเข้ามาร่วมลงทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนต่อในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ (FOREX) โดยใช้วิธีเชิญชวนกันผ่านเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก

ทั้งนี้ การลงทุนใน ODFX จะเชิญชวนให้เข้าไปลงทุนถือหุ้นบุริมสิทธิ์แปลงสภาพได้ ในราคาหุ้นละ 1 ดอลลาร์สหรัฐ และมีสิทธิ์ที่จะแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า เมื่อบริษัทสามารถนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งคาดว่าราคาหุ้นที่เปิดขายให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในเวลานั้นจะกลายเป็น15-20 ดอลลาร์ หรือเท่ากับราคาเพิ่มขึ้น 15-20 เท่าตัวใน 5 ปี

อ้างเทรดเงินจ่ายปันผล
2-10%
ผู้ลงทุนกับ ODFX รายหนึ่งเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตนได้เข้าไปลงทุนดังกล่าวมาระยะหนึ่ง ในจำนวนเงิน 1,000 ดอลลาร์ ซึ่งผู้ที่มาแนะนำให้ลงทุนเป็นเพื่อนที่รู้จักกันในเฟซบุ๊ก โดยอธิบายว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับจะมีทั้งรอยัลตี้โบนัส เสมือนการจ่ายเงินปันผลตอบแทนเข้าให้ในบัญชีการลงทุนทุกเดือน ในอัตราขั้นต่ำ 2-10% ต่อเดือนสำหรับผลประโยชน์ที่มาจ่ายโบนัส จะมาจากการฝากให้ทางบริษัททำหน้าที่เป็นตัวแทนเทรดเงินลงทุนเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอ้างว่าเป็นทีมนักลงทุนที่เชี่ยวชาญด้านการเทรดของบริษัทโบรกเกอร์ที่ชื่อ NZ Financial (NZF) ขณะเดียวกันหากผู้ลงทุนปรับสถานะตัวเองเป็น IB (Introduce Broker) หรือตัวแทนโบรกเกอร์ ที่ชักชวนคนอื่นมาร่วมลงทุนกับ ODFX ก็จะได้รับเงินผลประโยชน์กลับคืนอีกส่วนหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ ในหลายเว็บไซต์ได้มีผู้โพสต์ข้อความให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ODFX และแนะนำการลงทุน รวมถึงมีคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการจัดงานมอบรางวัลในชื่อ "1st ODFX Star Award" ซึ่งจัดที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อราวเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ธปท.ใช้ไร้ใบอนุญาตผิดกฎหมาย
ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ปัจจุบัน ธปท. ยังไม่ทราบเรื่อง และไม่ได้รับแจ้งข้อมูลเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจประเภทนี้ แต่เห็นว่าจำเป็นจะต้องตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (...) ว่าการกระทำของ ODFX ขัดต่อกฎหมายหลักทรัพย์หรือไม่ และนิยามของการเป็นผู้จัดการกองทุนของกฎหมายหลักทรัพย์ด้วย เพราะการจะทำธุรกิจลักษณะนี้ในประเทศไทยต้องมีใบอนุญาตจาก ก...เท่านั้น

"เข้าใจว่าภายใต้กฎหมายของ ก...จะกำหนดประเภทของการทำธุรกิจ โดยครอบคลุมไปถึงจำนวนคนที่จะมาร่วมทำธุรกิจด้วย หากเป็นการนำเงินจากเครือญาติมาลงทุนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนหรือตลาดทุนต่าง ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงก็คงไม่ได้เป็นสิ่งผิด เพราะเป็นเงินของเขาเอง แต่หากระดมเงินจากประชาชนทั่วไปในวงกว้าง ปัจจุบันกฎหมายหลักทรัพย์ของประเทศไทยกำหนดไว้ว่าจะต้องขอใบอนุญาตเท่านั้น"

ส่วนกรณีที่โฆษณาว่านำเงินลงทุนจากประชาชนไปหาผลตอบแทนสูงๆในการซื้อ-ขายเงินสกุลต่างประเทศนั้นนายประสารกล่าวว่า ภายใต้กฎหมายของไทยก็ดำเนินการปราบปรามการเก็งกำไรประเภทนี้อยู่ ทั้งยังต้องเข้าใจว่ารายเล็กที่เข้ามาทำธุรกิจเช่นนี้ก็มักจะเสียเปรียบรายใหญ่ เช่น สถาบันการเงิน หรือกองทุนขนาดใหญ่ที่มีกระแสเงินต่างประเทศเยอะ โดยหลักการแล้วไม่น่าจะทำได้

นายประสารกล่าวอีกว่า ในอดีตมีกรณีแชร์แม่ชม้อย ซึ่งเกิดจากการทำสัญญาที่ให้ผลตอบแทนการลงทุนสูงเกินจริง จนนำมาสู่การออกกฎหมายฉบับหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชน เพื่อป้องปรามเรื่องนี้ ซึ่งปัจจุบันกฎหมายฉบับดังกล่าวอยู่ภายใต้การบังคับใช้ของกระทรวงการคลัง

โดยในรายละเอียดก็จะระบุถึงความผิดกรณีหลอกลวงประชาชนและเอาเงินประชาชนไปบริหาร

"กรณีที่ระบุว่าจะไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นจะออกหุ้นIPO ก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่ธุรกิจกล่าวขึ้นมา เพราะการจะเข้าตลาดหุ้นก็ต้องไปดูว่าเข้าเกณฑ์ของกฎหมายหลักทรัพย์และหน่วยงานผู้กำกับดูแลหรือไม่ ซึ่งกรณีเช่นนี้เบื้องต้นเชื่อว่าไม่น่าจะเข้าตลาดหุ้นได้แน่นอน" นายประสารกล่าว

ฟันธง ODFX เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่
นางดวงมน จึงเสถียรทรัพย์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (...) กล่าวว่า เท่าที่พิจารณาการลงทุนในลักษณะที่เรียกว่า ODFX ถือเป็นการลงทุนที่ผิดกฎหมาย และเข้าข่ายลักษณะแชร์ลูกโซ่ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนประเด็นดังกล่าวเข้ามาแล้ว ก...จึงส่งเรื่องไปยังศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ที่มีอำนาจในการพิจารณา

"ถ้าดูจากรูปแบบธุรกิจของบริษัทที่อ้างตัวนี้ ก็สามารถบอกได้ว่ามีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ เพราะมีลักษณะที่ให้ผลประโยชน์กับลูกค้ารายเดิมเมื่อเชิญชวนลูกค้ารายใหม่ให้มาลงทุนเป็นทอดๆ และแม้จะบอกว่ามีหุ้นบุริมสิทธิ์แลกเปลี่ยนกับเงินลงทุน แต่นั่นก็เป็นเพียงแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากหุ้นบุริมสิทธิ์ที่ว่าไม่ได้รับการอนุมัติจาก ก...ให้เสนอขาย ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้อง"

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากการถูกหลอกลวง ควรตั้งข้อสังเกตไว้ดังนี้ คือ 1.การลงทุนให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติหรือไม่ โดยเฉพาะหากมากกว่าผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของตลาดก็ต้องตั้งข้อสงสัยถึงที่มาของวิธีดำเนินการ 2.มีวิธีการเชิญชวนให้ลูกค้าที่สมัครแล้วไปหาลูกค้าใหม่ ด้วยการให้ผลตอบแทนพิเศษเพิ่ม แต่ไม่มีสินค้าให้ซื้อขายแลกเปลี่ยน 3.ออกตราสารทางการเงินภายใต้การกำกับดูแลของ ก... แต่ไม่ได้ขออนุญาต เป็นต้น

"นักลงทุนควรตั้งข้อสงสัยได้ทันที หากบริษัทที่เข้ามาระดมทุนมีลักษณะตามที่ระบุไว้ และแม้บริษัทจะกล่าวอ้างว่าได้จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์แล้ว แต่ก็อย่าวางใจ เพราะประเด็นนี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ทั้งหมด" นางดวงมนกล่าว

เตือนชวนคนอื่นลงทุนต่อถือว่าผิด
นางดวงมน กล่าวอีกว่า ในกรณีที่ผู้เข้าไปลงทุนแล้วชักชวนให้คนอื่นๆ มาลงทุนในแชร์ลูกโซ่ด้วย ก็จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน แต่ทั้งนี้จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังเข้ามาดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย

ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)กล่าวว่า เบื้องต้นทาง สศค.อยู่ระหว่างติดตามเรื่องดังกล่าว หากพบว่าผิดกฎหมายตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.. 2527 ที่มีลักษณะเชิญชวน ไม่ว่าจะเป็นวิธีรับฝากเงิน การกู้ยืม หรือเชิญชวนให้ร่วมลงทุน การเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ โดยระบุผลตอบแทนที่จะได้รับชัดเจน ถือว่าผิดกฎหมายการเงิน ซึ่งกรณีนี้ สศค.ต้องติดตามข้อมูลให้รอบด้านก่อนสรุปอีกครั้ง

"เรื่องนี้หากเป็นธุรกรรมในประเทศไทยถือว่าผิดแน่นอนเพราะเป็นการเอาเงินของคนไทยกันเองไปลงทุนหาผลตอบแทนผ่านการโฆษณาชวนเชื่อต่างๆแต่จะเอาผิดได้ก็ต่อเมื่อมีการฟ้องร้อง และเกิดความเสียหายกับคนในประเทศ แต่หากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในไทย จากเงินคนไทย แต่เอาเงินไปลงทุนต่างประเทศ อันนี้กฎหมายฉบับนี้อาจไม่ครอบคลุม ซึ่งต้องประสานงานไปถึงหน่วยงานต่างๆ ให้ติดตามพฤติกรรมเหล่านี้ด้วย" แหล่งข่าวกล่าว

Cr:
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1411710447


วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555

People Network หลอกอีกหรือเปล่า

สวัสดีคับ สมาชิกทุกคน

เมื่อวานนี้พี่ไปประชุมมา เขาก็เปิดภาพโอกาสทางธุรกิจเหมือนเดิม และปรับแผนธุรกิจเล็กน้อย ส่วนเรื่องของสินค้าที่ชัวร์ๆ คือ
ขอบคุณน้องก้องที่ติดปีก บินไปประชุม และ ดูแล เทคแคร์ พวกเรา ผู้นำมืออาชีพต้องอย่างนี้ ไม่เป็นหนี้ คำอธิบายดาวไลน์ ถามอะไร ตอบได้หมด (การปิดโทรศัพท์ หนี หรือโยนความผิดขึ้นไปยัง upline สูง ๆ ขึ้นไปอย่างที่อัพไลน์ บางคนทำ  น่าอายค่ะ)
สรุปตอนนี้ มี สินค้า 3 อย่าง ให้เลือกทำ
1.อย่างที่ 1 Dtac เหมาจ่าย 550 บ. โทรได้ 24 ชม. ในเครือข่ายเดียวกัน
·       แต่เป็นระบบการจ่ายเงินแบบรายเดือน และต้องซื้อซิมใหม่
·       และอีกประเภทหนึ่งก็เป็นแบบเติมเงินเบอร์เดิมแล้วแต่เราจะเลือก และ
2.      อย่างที่ 2 AIS เป็นแบบเติมเงินผ่านบัตร แต่ไม่ต้องซื้อซิมใช้ซิมเดิมที่บางคนใช้อยู่ (เหมือนแบบDtac อันที่ 2)
3.      อย่างที่ 3 สินค้าอุปโภคบริโภค
ตรงนี้ พี่รู้สึก ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะมัน ไม่เกี่ยวข้องกันเลย  แต่ก็เข้าใจนะ ว่าผู้บริหารหลายท่าน ประสบผลสำเร็จมาจากการ ทำอาหารเสริม คงมีเครือข่ายตรงนั้น เยอะมากแล้ว ก็ดี จะมีทางเลือกให้กับ การสปอนเซอร์ คนหลากหลายเข้ามา

ได้ไฟล์แผนแล้ว Version ค่อนข้างสมบูรณ์มาให้น้องๆ ได้ศึกษา แต่ตอนนี้อยู่ที่Upline พี่ เดี๋ยวเขาส่งเมล์ให้พี่ แล้วพี่ก็จะ Upload ให้เราลองศึกษาดูความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจ แล้วเขาจะมีการประชุมใหญ่อีกทีวันอาทิตย์ที่ 26 เกี่ยวกับโปร และเป็นความคืบหน้าของโปร AIS
จะรอค่ะ
หลายคนคงสงสัยว่าทำไมคุยกันบ่อยจัง ก็ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่าการที่บริษัทหนึ่งจะทำธุรกิจเครือข่ายและจะต้องดิวกับคู่ค้า มันต้องมีการเจรจาต่อรองเรื่องผลประโยชน์ซึ่งมันต้องลงตัวทั้ง 2 ฝ่าย (Win-Win Negotiation) กว่าจะคุยกันลงตัวมันต้องมีการเคาะๆ กันหลายครั้งครับ พี่ก็จะให้ความรู้เพิ่มเติมนะคับ 
คุยกันให้ แห้ง ไปเลย ดีกว่า ไม่อยากให้ ต้อง landing กันอีก อุตส่าห์ติดปีกกันแล้ว
ครั้งนี้ พอจะมี อะไร ปลอบโยนจิตใจกันมั่งไหมคะ ไม่ เอาไฟล์ประเภท ตอบคำถามว่า ให้สังเกตเอาเองเหมือนคนเป็นแฟนกัน เพียงแต่ไม่อยากประกาศเปิดเผยตัว มัน idiot ไปหน่อย เอาแบบนักธุรกิจ professional เซ็นสัญญากันดีกว่าค่ะ

ซึ่งโดยปกติแล้วในความเป็นจริง รายได้ของนักธุรกิจเครือข่ายที่ได้หลักแสนหรือหลักล้านบาทต่อเดือนแต่ละบริษัทนั้น ที่ผ่านมามันก็มีแต่สินค้าอุปโภคและบริโภค ที่มียอดจำหน่ายสินค้าต่อปีหลัก 1,000 – 10,000 หมื่นล้านบาทต่อปี เขาถึงจ่ายให้กับนักธุรกิจได้ โดยเฉพาะแผนธุรกิจประเภท 2 สายงาน มันทำแล้วประสบความสำเร็จมากในตลาดอุปโภคบริโภค ด้วยการบริโภคขั้นต่ำเฉลี่ย 900-1,000 กว่าบาทต่อเดือน 

จากการศึกษาของพี่นะครับ ที่ผ่านมามีหลายบริษัทได้พยายามนำการสื่อสารมาทำเครือข่ายกัน ที่มีโปรฯ ประหยัด จากค่ายต่างๆทั้ง TOT หรือ ค่ายเอกชน พี่ดูแล้วมันเป็นการซื้อล็อตใหญ่จากดีลเลอร์ แล้วเจ้าของก็ทำเป็นแผน Network Marketing ออกไป และก็ดูถึงความมั่นคงเป็นหลักทั้ง สคบ. และทุน จดทะเบียน และรายได้ของนักธุกิจที่มาก่อน ดูแล้วมันก็ยังไม่เคลียร์อยู่หลายประเด็น ดังนั้นพี่คิดว่าถ้าเป็นเครือข่ายไร้สายอย่างเดียวในปัจจุบันนี้ยังไม่มีตัวไหนที่ตอบโจทย์ความมั่นคงได้

พี่เป็นคนพูดตรงไปตรงมา แล้วแต่ความสมัครใจของพวกเราเองครับ สิ่งที่พี่นำเสนอเป็นโอกาสอีก 1 อย่างอาจจะถูกใจ หรือ ไม่ถูกใจ ใครบางคน แต่อย่างน้อยพี่ก็รู้สึกดีที่ได้รู้จักกับน้องๆ ที่มีความตั้งใจในการทำธุรกิจ เพื่อชีวิต เพื่อครอบครัวที่ดีขึ้น ส่วนตัวของพี่ พี่ก็จะทำนะครับ


ขอบคุณน้องก้องค่ะ  ทุกย่อหน้ามีคำตอบอยู่แล้ว สำหรับพี่ก็ยังคิดว่ามันน่าสนใจมากธุรกิจหนึ่ง ไม่มีอะไรดีที่สุด สำหรับทุกคน มีแต่เหมาะกับเราที่สุด ณ เวลานี้หรือไม่ สำหรับธุรกิจตัวใหม่นี้ พี่ก็คิดเสียว่าเราได้ มีบาดแผลมาบ้าง เราผ่านจุดนั้นมา ก็เก่งกันขึ้นอีกระดับหนึ่งแล้วค่ะ

พี่เมย์
เชิญคุยกันที่เพจ เราค่ะ