ความจริง 7 ประการที่คุณต้องรู้ก่อนที่จะเข้าร่วมการทำธุรกิจเครือข่าย(ธุรกิจMLM)
ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ค่าจ้างถูกลง อัตราการว่างงานที่สูง และตลาดแรงงานที่ตึงตัว คุณอาจตัดสินใจที่จะค้นหาโอกาสที่จะทำงานจากที่บ้านเพื่อเสริมรายได้ของคุณ บางทีคุณอาจได้รับการทาบทามโดย ถูกชักชวน หรือถูกเสนอโอกาส จากบริษัทต่าง ๆ หรือจากเพื่อน จากครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโอกาสทางธุรกิจ เครือข่าย (MLM) หรือ Multi-Level Marketing
ถ้าเป็นอย่างนั้น คุณก็จะมีสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจ MLM หรือไม่ก็ตาม
ความจริงข้อที่ 1 มันคือบริษัท MLM นะ
คุณต้องเข้าใจก่อนเลยว่า บริษัท MLMเหล่านี้มีมลทินทางสังคม มีคนเล่าเรื่องตลกเกี่ยวกับพวกทำธุรกิจMLM และคนส่วนมากมีอคติเกี่ยวกับสิ่งที่ คน MLM ทำธุรกิจ เช่นวิธีดำเนินการและประเภทของคนที่เข้าร่วม หากคุณไม่แน่ใจว่าคุณจะทนได้เมื่อถูกเหน็บแนมหรือนินทาเกี่ยวกับการทำธุรกิจMLM พูดง่าย ๆ คือถ้าคุณแคร์ หรือหน้าบาง เกินไป บางที บริษัท MLM อาจจะไม่เหมาะสำหรับคุณ
ความจริงข้อที่ 2 มันงานขายนะ
มันคือการขายนั่นแหละ ไม่ว่าเขาจะพยายามโฆษณาชักชวนว่านี่ไม่ใช่งานขายนะ คุณไม่ต้องขายของ ไม่ต้องออกจากบ้าน คุณก็ต้องขายจากในบ้านนั่นแหละ
มันจะมีธุรกิจเครือข่ายบ้าอะไรที่ไม่มีสินค้ามาเกี่ยวข้อง
· การซื้อใช้ (บริโภคเอง) คุณก็กำลังขายให้ตัวเอง
1. การแนะนำให้คนอื่นใช้ (หรือเรียกว่าแบ่งปัน) มันก็คือการขาย เพราะมีการจ่ายเงิน คุณได้รับคอมมิชชั่น
2. การต่ออายุสมาชิก โดยการซื้อสินค้าใช้ ก็คือขายนั่นแหละ
เขาอาจจะหมายถึงว่าไม่แนะนำให้เอาไปเร่ขาย หรือตื๊อให้คนซื้อ หรือสาธิตสินค้า แล้วบังคับซื้อ
ดิฉันไม่เข้าใจว่าจะรังเกียจอะไรนักหนากับอาชีพการขาย
คนที่รังเกียจหรืออับอายที่จะขาย หารู้ไหมว่าเขาก็กำลังขายอยู่ทุกวี่ทุกวันในงายที่เขาทำ เช่น
· เขาต้องขายความคิด ไอเดีย
· ขายภาพพจน์ ตัวเองให้ เจ้านาย ลูกค้า หรือเพื่อนร่วมงาน ให้ เชื่อถือและมีศรัทธาในตัวเขาและงานของเขา
ปัจจุบันวงการธุรกิจเครือข่ายสมัยใหม่เริ่มตื่นตัวใช้ระบบ หรือ ทำการตลาดแบบ Attraction Marketing เป็นการขายที่ “มีมารยาทสากล” มากกว่าเดิม ไม่โทรหาคนแปลกหน้า ไม่ตื๊อ ไม่ชักชวน ไม่หลอกล่อให้ ไป ฟัง บรรยายตามศูนย์ที่เปิดอบรม (เพื่อเกลี้ยกล่อม) กันเป็นทีม อย่างที่เขาเรียกกันว่า แบบ “ old school” หรือบางคนเรียกมันว่า “ปิดประตูตีแมว”เพราะแบบเดิม ๆ นั้นมันไม่ประสบผลสำเร็จแล้ว
สรุปคือผู้นำธุรกิจจะถูกสอนมาว่าให้เปลี่ยนทัศนะและวิธีคิดให้ลูกทีม(หรือที่เราเรียกว่า”ดาวไลน์” ก็ตัวเรานั่นแหละ)ว่า คุณได้เจอสิ่งดีๆ ที่เรียกว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจ ที่มีวิธีการ ทำให้ประสบผลสำเร็จได้จริง และไม่ เหน็ดเหนื่อย หรือ ไม่ทำให้เสียความสัมพันธ์กับคนรู้จัก ญาติพี่น้อง โดยวิธีการไล่ล่าคนที่คุณรู้จักโดยวิธีเดิม ๆ ที่เคยรู้จัก หรือเคยทำมา
Attraction Marketing หรือระบบดึงดูดอัติโนมัติ [Auto Attraction System ]ที่กูรูทางด้านธุรกิจเครือข่ายปัจจุบันได้ประกาศว่าวิธีการนี้จะแก้ปัญหาธุรกิจและตอบโจทย์ความสำเร็จให้กับเพื่อน ๆ ได้เป็นอย่างดี
แต่ความจริงที่จริงแท้แน่นอนที่สุดคือหากคุณไม่สะดวกในการขายสินค้าและบริการนั้น บริษัท MLMก็อาจจะไม่เหมาะสำหรับคุณก็ได้
ถ้าคุณกำลังประสบปัญหาเหล่านี้!!! ภาระค่าใช้จ่ายเยอะ มีหนี้สิน ชีวิตพังตกงาน ไม่มีงานทำ กำลังจะออกจากงานเงินไม่พอใช้ รายได้งานประจำไม่พอใช้จ่ายเบื่องานประจำ ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายไม่ลดลงมีทุนน้อยในการทำธุรกิจอยากขายแต่ไม่อยากสต็อกสินค้าไม่มีความรู้เรื่องการทำธุรกิจไม่มีที่ปรึกษาระหว่างการทำธุรกิจต้องการขายออนไลน์แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี 🌹 ติดต่อเราเลยค่ะ Tel&Line 089-707-2874 🌹
ข่าว ธุรกิจออนไลน์ 100%
- หน้าแรก
- VDO สำหรับนักธุรกิจMLM
- บริษัทเครือข่ายผิดกฏหมาย
- บทความทั้งหมด
- MEDIAS / ิสื่อทุกสำนัก
- บทความเกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์ 100%
- Artificial Intelligence (AI)
- MLM คือ?
- ทำธุรกิจออนไลน์ รู้จักคนเจนซี Z หรือยัง?
- ข้อมูลงานออนไลน์ที่ดีที่สุด
- แผนรายได้ล่าสุดของDroprich
- 🌹🌹ข้อมูลเกี่ยวกับ Droprich ดรอปริช ทั้งหมด
- 🌹Contact Us
- คุณคือคนที่ต้องการเรียนรู้ตลอดชีวิตหรือไม่
- เพชฌฆาต ที่จะคอยฆ่าคนที่ทำธุรกิจ ให้ตายอย่างช้าๆ
- 🌹🌹หนังสือที่ต้องอ่าน
- Logistics Vocab
- 🌹🌹สอนใช้ LINE OA.
- 🌺🌺 P&L Family
- 🌺🌺วารีนา(ครูเมย์)
- 🌹🌹 อ่านก่อนสมัคร กดที่นี่
- 🌺 รายละเอียดเพิ่มเติม P&L Family กดที่นี่
- 🌹🌹จิตใต้สำนึก
- 🌹🌹P & L Global lawyer Edit
วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556
วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556
การตลาดแบบดึงดูด: ระวังมันอาจจะเป็น เส้นทางลัดสร้างความร่ำรวยแก่อัพไลน์ เห็นแก่ตัว
การตลาดแบบดึงดูด: เครื่องมือในการล่าแมงเม่า
การนำเอา Attraction Marketing (ถ้ายังไม่รู้ว่าคืออะไรขอแนะนำให้คลิกไปอ่านก่อนนะคะ)มาใช้เพื่อที่จะสร้างแบรนด์ อันที่จริงน่าจะย้ำให้เข้าใจตรงกันว่าวิธีการนี้ ตัวบริษัทแม่ของธุรกิจเอง ไม่ได้เน้นให้ใช้การตลาดแบบ แต่ตัวผู้จำหน่าย หรือตัวแทนของบริษัทเอง ที่แนะนำให้ทีมงานในเครือข่ายใช้ เพื่อสร้างแบรนด์ส่วนบุคคลของพวกเขา หรือสัญลักษณ์ของทีมตนเอง ไม่ใช่แบรนด์ของบริษัทมีสูตรเฉพาะที่เป็นแม่แบบที่มีคนนิยมมากที่สุดคือนักการตลาด Attraction Marketerที่มีชื่อว่าไมค์ ดิลลาร์ด สรุปว่า Attraction Marketingเกี่ยวข้องกับการโฆษณาหรือการตลาดโดยนำเสนอเนื้อหาข้อมูลที่จะสร้างจำนวนคนการเข้าชมหน้าเว็บที่เรียกว่า Capture Page (ขอเรียกว่า หน้าดักจับรายชื่อผู้มุ่งหวัง)โดย มีเป้าหมายที่จะเป็นหน้าที่เชิญชวนให้ผู้สนใจที่จะเข้าร่วมขอรับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่ได้โฆษณาไว้อย่างคร่าว ๆให้กรอกรายชื่อและ อีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ไว้ ซึ่งถือว่าเป็นฐานข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมายว่าเป็นรายชื่อผู้ที่สนใจในสิ่งที่เขาเสนอ กระบวนการนี้ช่วยสร้างความไว้วางใจและเชื่อถือ มากพอที่ พวกเขาจะสามารถกระจายสินค้าไปเสนอต่อรายชื่อผู้มุ่งหวังดังกล่าวซึ่งถือว่า เป็นการสร้างกระแสรายได้เพิ่มเติมนอกเหนือจากการเสนอขายสินค้าก็คือ เป้า หมายอื่น ๆ เช่นจะนำเสนอโอกาสทางธุรกิจหลังจาก ที่เขาได้สร้างแบรนด์ให้ตัวเองเป็นบุคคลที่มีคุณค่า ประสบผลสำเร็จเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการชักชวนคนให้มาร่วมงานกับทีมของพวกเขา
ระวังให้ดี พวกเหลือบในวงการเครือข่ายมักจะใช้เว็บที่ซื้อมาเป็นเทมเพลท แล้วเอามาแจก สมาชิก สอนให้สมาชิกไปโพสต์โฆษณา โดยมีหน้าแคปเจอร์เพจ (Capture page) เอาไว้ดักจับรายชื่อคนสนใจที่กรอกมา แต่ชื่อผู้สนใจ ดันวิ่งไปโชว์ในอีเมล์ แอดมิน หรือเจ้าของเว็บแจกฟรีนั้นซะเกือบ 80% สมาชิกก็กระหน่ำโพสต์ไป หรือลงทุนโฆษณาไปไป วัน ๆ เจ้าของเว็บฟรีซึ่งก็คืออัพไลน์ก็ มีคนส่งอีเมล์มาสมัครวันละเป็นร้อย เพราะมีดาวไลน์ใต้ล่างใช้เว็บแจกฟรีของตนเองเป็นพัน ๆ คน เท่ากับมีคนโพสต์เว็บให้ตนเองฟรี
วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556
รู้ทันแชร์ลูกโซ่
สิ่งที่จะให้ดูเป็นข้อสังเกตก็ค ือ
1 การระดมทุน นั้น ก็คือธุรกิจที่เก็บเงินค่าสมัคร หรือค่าลงทุนในรูปแบบหุ้น แต่ไม่มีสินค้าที่เป็นรูปธรรม อาจกล่าวอ้างถึง กองทุนน้ำมัน กองทุนทองคำ ซื้อขายเงิน กองทุนพืชผลทางการเกษตร เป็นต้น จากนั้นก็จะสัญญาว่าจะได้รับเงิ นปันผลจากผลกำไรของกองทุนเหล่าน ั้นตามเวลาที่กำหนด เช่น 1 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี ซึ่งผลประโยชน์ที่จะได้รับนั้นส ูงเกินกว่าอัตราดอกเบี้ยธนาคาร โดยไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าได้มีก ารนำเงินที่ระดมทุนปลงทุนจริงหร ือไม่ และที่สำคัญการประกาศขายหุ้นทาง สาธารณะนั้นต้องเป็นหุ้นของบริษ ัทที่จดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย ์ครับ ไม่ใช่มาประกาศขายกันบนเว็บไซด์ อันนี้เข้าข่ายผิดกฏหมายระดมทุน และผิดกฏหมายเกี่ยวกับตลาดหลักท รัพย์
วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556
ทำอย่างไรให้มีผู้ร่วมธุรกิจ
เพื่อน ๆ นักธุรกิจเครือข่ายทุกท่านคะ คำถามหลักที่สำคัญของธุรกิจคือ “ทำอย่างไรให้มีผู้ร่วมธุรกิจ”เพราะธุรกิจเครือข่ายนั้น จะประสบความสำเร็จไม่ได้เลย ถ้าหากขาดผู้มุ่งหวัง เข้ามาร่วมธุรกิจทำงานร่วมกับคุณ ซึ่งก็แน่นอน เพื่อน ๆ นักธุรกิจเครือข่ายทุกท่านคงจะมีคำถามเดียวกันอยู่แล้วนะคะว่า ทำอย่างไรให้มีผู้ร่วมธุรกิจ นี่คือประเด็นหลักที่ดิฉันจะนำมาพูดคุยกับเพื่อน ๆ ในบทความนี้ค่ะ
การที่เพื่อน ๆ จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจได้นั้น เพื่อน ๆ ต้องเข้าใจก่อนว่า เขาเหล่านั้นตัองการอะไร และไม่ต้องการอะไร
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยทำธุรกิจมาก่อนก็ต้องการลงทุนทำธุรกิจ หารายได้เสริม ต้องการอิสรภาพทางเวลาและการเงิน อนาคตที่สดใสมั่นคง
ส่วนผู้ที่เคยทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อนแล้ว หรือกำลังทำอยู่ ก็ต้องการมากกว่านี้คือ ความรู้ วิธีการ และเครื่องมือการตลาดที่จะทำให้พวกเขาใช้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานแทนพวกเขาได้อย่างแท้จริง เครื่องมือเหล่านั้นจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขประตูสู่ความสำร็จ
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยทำธุรกิจมาก่อนก็ต้องการลงทุนทำธุรกิจ หารายได้เสริม ต้องการอิสรภาพทางเวลาและการเงิน อนาคตที่สดใสมั่นคง
ส่วนผู้ที่เคยทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อนแล้ว หรือกำลังทำอยู่ ก็ต้องการมากกว่านี้คือ ความรู้ วิธีการ และเครื่องมือการตลาดที่จะทำให้พวกเขาใช้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานแทนพวกเขาได้อย่างแท้จริง เครื่องมือเหล่านั้นจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขประตูสู่ความสำร็จ
สรุปได้คือทุกคนต้องการความสำเร็จ และกลัวความล้มเหลว และต้องการเรียนรู้กลยุทธ์สำคัญที่จะตอบโจทย์ว่า จะทำอย่างไรให้มีผู้ร่วมธุรกิจ ได้มาก ๆ และทำให้ทีมงานธุรกิจของพวกเข้าเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและทรงพลังที่สุด
ฉะนั้นเพื่อน ๆ ที่ได้เข้ามาศึกษากลยุทธ์สร้างรายได้ออนไลน์ร่วมกับทีมงานของเราต้องนำเอาความรู้และวิธีการ พร้อมทั้งเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพเหล่า นี้ไปถ่ายทอดให้พวกเขาได้รู้ และสอนให้พวกเขาสร้างระบบทั้งหมดได้ด้วยตนเอง เป็นที่ปรึกษาที่มีภาวะผู้นำสูงพร้อมที่จะผลักดัน ชี้แนะส่งเสริมให้พวกเขาได้ประสบความสำเร็จสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน เหมือนที่ทีมงานของเรากำลังทำอยู่ในขณะนี้ ซึ่งก็ตอบโจทย์ที่ว่า ทำอย่างไรให้มีผู้ร่วมธุรกิจ ได้เป็นอย่างดี เพราะทุกคนที่มุ่งหวังจะประสบความสำเร็จจะพากันเข้ามาร่วมธุรกิจกับเพื่อน ๆ เอง โดยไม่ต้องไปชักชวนใครอีกเลย เพราะพวกเขาต้องการร่วมธุรกิจกับอัพไลน์มืออาชีพที่ผ่านคอร์สการเรียนรู้กลยุทธ์ธุรกิจเครือข่ายออนไลน์มาแล้วและพร้อมจะนำพาพวกเขาไปสู่ความสำเร็จได้เช่นคุณนั่นเองค่ะ
หากชอบบทความนี้ กรุณาโพสต์ความคิดเห็นให้กำลังใจ หรือแบ่งปันด้วยนะคะ จะมีกำลังใจยิ่งค่ะ สำหรับคบเขียนแล้วไม่มีอะไรทำให้มีความสุขเท่ากับการได้รับรู้ว่ามีคนชื่นชมบทความ หรือข้อคิดของตนเอง
ทำไม"นักขาย"ถึงสู้ "นักการตลาด"ไม่ได้เลยในการขายสินค้าหรือสปอนเซอร์
ติดต่อสอบถาม :089-707-2874
http://line.me/ti/p/~0897072874
ฉะนั้นเพื่อน ๆ ที่ได้เข้ามาศึกษากลยุทธ์สร้างรายได้ออนไลน์ร่วมกับทีมงานของเราต้องนำเอาความรู้และวิธีการ พร้อมทั้งเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพเหล่า นี้ไปถ่ายทอดให้พวกเขาได้รู้ และสอนให้พวกเขาสร้างระบบทั้งหมดได้ด้วยตนเอง เป็นที่ปรึกษาที่มีภาวะผู้นำสูงพร้อมที่จะผลักดัน ชี้แนะส่งเสริมให้พวกเขาได้ประสบความสำเร็จสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน เหมือนที่ทีมงานของเรากำลังทำอยู่ในขณะนี้ ซึ่งก็ตอบโจทย์ที่ว่า ทำอย่างไรให้มีผู้ร่วมธุรกิจ ได้เป็นอย่างดี เพราะทุกคนที่มุ่งหวังจะประสบความสำเร็จจะพากันเข้ามาร่วมธุรกิจกับเพื่อน ๆ เอง โดยไม่ต้องไปชักชวนใครอีกเลย เพราะพวกเขาต้องการร่วมธุรกิจกับอัพไลน์มืออาชีพที่ผ่านคอร์สการเรียนรู้กลยุทธ์ธุรกิจเครือข่ายออนไลน์มาแล้วและพร้อมจะนำพาพวกเขาไปสู่ความสำเร็จได้เช่นคุณนั่นเองค่ะ
หากชอบบทความนี้ กรุณาโพสต์ความคิดเห็นให้กำลังใจ หรือแบ่งปันด้วยนะคะ จะมีกำลังใจยิ่งค่ะ สำหรับคบเขียนแล้วไม่มีอะไรทำให้มีความสุขเท่ากับการได้รับรู้ว่ามีคนชื่นชมบทความ หรือข้อคิดของตนเอง
ขอบคุณค่ะ วารีนา
สาเหตุที่คุณล้มเหลวในธุรกิจออนไลน์ทำไม"นักขาย"ถึงสู้ "นักการตลาด"ไม่ได้เลยในการขายสินค้าหรือสปอนเซอร์
ติดต่อสอบถาม :089-707-2874
เว็บไซต์ : คลิกที่นี่
แอด Facebook ส่วนตัว : คลิกเลยค่ะ
Facebook Fanpage: Thai MLM Online
ช่อง Youtube : Thai MLM Online 100%
ติดต่อสอบถาม :089-707-2874 / 082-072-2613
แอด Facebook ส่วนตัว : คลิกเลยค่ะ
Facebook Fanpage: Thai MLM Online
ช่อง Youtube : Thai MLM Online 100%
ติดต่อสอบถาม :089-707-2874 / 082-072-2613
Line ID : 0897072874
แอดเป็นเพื่อน :http://line.me/ti/p/~0897072874
วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556
3 ยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นสุดยอด นักธุรกิจเครือข่ายออนไลน์
ในการทำธุรกิจเครือข่ายทุกวันนี้
พูดได้เลยค่ะว่า
หากเราต้องการสร้างอนาคตที่รุ่งโรจน์ด้วยธุรกิจเครือข่ายอย่างแท้จริง
เราจำเป็นต้องก้าวเข้ามาสู่โลกอินเตอร์เน็ตอย่างเต็มตัวค่ะ
ธุรกิจเครือข่ายบนโลกอินเตอร์เน็ตนั้น
เป็นสิ่งที่ใครๆก็อยากเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งความสำเร็จ แต่กลับมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น
ที่รู้วิธีทำตลาดที่เหมาะสมกับโลกอินเตอร์เน็ตจริงๆ
และไม่เพียงแต่จะต้องรู้วิธีทำตลาดบนโลกออนไลน์อย่างเหมาะสมเท่านั้น
แต่ยังต้องรู้ว่า ทำอย่างไรจึงจะสามารถ โดดเด่น แตกต่างจากผู้อื่นในโลกออนไลน์ได้อีกด้วย
แน่นอนค่ะว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ยากจนเกินไป และในขณะที่นักธุรกิจเครือข่ายรุ่นใหม่
เริ่มปรับตัวเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ตัวคุณเองคงไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลังใช่ไหมค่ะ
ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายแบบออนไลน์
คุณจำเป็นต้อง โดดเด่น ค่ะ ไม่มีทางเลือกอื่น
ณ วันนี้
คุณต้องการเป็นนักธุรกิจเครือข่ายแบบไหนคะ ?
ดิฉันมีตัวอย่างนักธุรกิจเครือข่าย
3 แบบในโลกธุรกิจออนไลน์ ที่มีความโดดเด่นชัดเจน แตกต่างกันไป และแน่นอนว่า
การพยายามหลอมรวมทุกวิธีการเข้าไว้ที่ตัวเราเพียงคนเดียว อาจกลายเป็นความล้มเหลว
สู้คนที่เจาะจงชัดเจนไปเลยว่า ตัวเองถนัดอะไรในโลกออนไลน์ ไม่ได้
เพราะการเจาะจงชัดเจนว่าตัวเองถนัดอะไร จะทำให้ เกิดความโดดเด่น ในโลกออนไลน์
ได้มากกว่าการพยายามเก่งกาจในทุกวิถีทางค่ะ
นักธุรกิจเครือข่ายทั้ง 3 แบบ
มีดังนี้ค่ะ
1. มนุษย์ไฮเทค
นักธุรกิจเครือข่ายกลุ่มนี้ จะถนัดมากในเรื่องเทคโนโลยี เก่งกาจด้านการสร้างเว็บไซต์และวิเคราะห์สถิติ พวกเขาสามารถทำอะไรได้มากมายในสิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีความรู้ในแบบที่พวกเขามี แต่สิ่งที่พวกเขาขาดไป คือ การติดต่อสัมพันธ์กับผู้คนบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพราะพวกเขาถนัดเรื่องการใช้เครื่องไม้เครื่องมือไฮเทคมากกว่า ถ้าคุณเป็นคนกลุ่มนี้ คุณควรมุ่งเป้าไปที่การพัฒนาตัวเองให้เชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือการตลาดไฮเทค เช่น การโฆษณาบน google แบบที่เรียกว่า pay-per-click ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์สถิติ การวัดผลโฆษณา แล้วนำเอาข้อมูลที่ได้ มาปรับแต่งให้การโฆษณาได้ผลดีกว่าเดิม ซึ่งข้อได้เปรียบก็คือ คุณจะสามารถดึงดูดผู้คนจำนวนมาก เข้ามาหาคุณได้ทันที แต่หากคุณไม่ถนัดที่จะสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้คนที่เข้ามา คุณควรเลือกธุรกิจเครือข่าย ที่ไม่เน้นการพัฒนาความสามารถของเพื่อนร่วมทีมมากนัก แต่เน้นที่จำนวนคนเข้าร่วมมากกว่า
นักธุรกิจเครือข่ายกลุ่มนี้ จะถนัดมากในเรื่องเทคโนโลยี เก่งกาจด้านการสร้างเว็บไซต์และวิเคราะห์สถิติ พวกเขาสามารถทำอะไรได้มากมายในสิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีความรู้ในแบบที่พวกเขามี แต่สิ่งที่พวกเขาขาดไป คือ การติดต่อสัมพันธ์กับผู้คนบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพราะพวกเขาถนัดเรื่องการใช้เครื่องไม้เครื่องมือไฮเทคมากกว่า ถ้าคุณเป็นคนกลุ่มนี้ คุณควรมุ่งเป้าไปที่การพัฒนาตัวเองให้เชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือการตลาดไฮเทค เช่น การโฆษณาบน google แบบที่เรียกว่า pay-per-click ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์สถิติ การวัดผลโฆษณา แล้วนำเอาข้อมูลที่ได้ มาปรับแต่งให้การโฆษณาได้ผลดีกว่าเดิม ซึ่งข้อได้เปรียบก็คือ คุณจะสามารถดึงดูดผู้คนจำนวนมาก เข้ามาหาคุณได้ทันที แต่หากคุณไม่ถนัดที่จะสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้คนที่เข้ามา คุณควรเลือกธุรกิจเครือข่าย ที่ไม่เน้นการพัฒนาความสามารถของเพื่อนร่วมทีมมากนัก แต่เน้นที่จำนวนคนเข้าร่วมมากกว่า
2. นักสร้างสรรค์
นักธุรกิจเครือข่ายกลุ่มนี้ ชอบที่จะสร้างสรรค์เนื้อหาใหม่ๆ และให้ข้อคิดดีๆกับผู้คนในโลกออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ พวกเขาชอบที่จะเขียนบทความและใช้วิดีโอเป็นสื่อ พวกเขาชอบที่จะคิดคอนเซ็ปท์ สร้างไอเดียใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง และมักจะเป็นพวกชอบขีดเขียน เช่น ชอบเขียน blog ส่วนตัว และมีเรื่องราวใหม่ๆมาเล่าให้ผู้อื่นฟังอยู่เสมอ พวกเขามั่นใจในความรู้ที่มี และยินดีช่วยแก้ปัญหาให้ผู้อื่นผ่านทางบทความที่พวกเขาเขียนขึ้น หากคุณเป็นคนกลุ่มนี้ คุณควรมุ่งเป้าไปที่ การดึงดูดผู้คนด้วยบทความและเนื้อหาที่คุณเขียน และติดต่อสัมพันธ์กับผู้คนในโลกอินเตอร์เน็ต ด้วยการส่งมอบเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้อื่นสามารถนำความรู้ที่ได้จากคุณไปประยุกต์ใช้กับชีวิตและการทำงาน ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาก ที่จะทำให้ผู้คนในโลกอินเตอร์เน็ต จดจำคุณในฐานะ ผู้นำ และต้องการเข้าร่วมทำธุรกิจกับคุณอย่างจริงจัง ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจเครือข่ายของคุณ เติบโตได้อย่างมั่นคงและแข็งแรงมากกว่าวิธีอื่น หากคุณเป็นคนกลุ่มนี้ คุณควรเลือกธุรกิจเครือข่ายที่เน้นการพัฒนาทักษะของผู้คนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่า ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้ ก็คือ ความสำเร็จและความมั่งคั่ง ที่นำพาคุณไปสู่ชีวิตที่เกษียณได้อย่างแท้จริงนั่นเอง
นักธุรกิจเครือข่ายกลุ่มนี้ ชอบที่จะสร้างสรรค์เนื้อหาใหม่ๆ และให้ข้อคิดดีๆกับผู้คนในโลกออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ พวกเขาชอบที่จะเขียนบทความและใช้วิดีโอเป็นสื่อ พวกเขาชอบที่จะคิดคอนเซ็ปท์ สร้างไอเดียใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง และมักจะเป็นพวกชอบขีดเขียน เช่น ชอบเขียน blog ส่วนตัว และมีเรื่องราวใหม่ๆมาเล่าให้ผู้อื่นฟังอยู่เสมอ พวกเขามั่นใจในความรู้ที่มี และยินดีช่วยแก้ปัญหาให้ผู้อื่นผ่านทางบทความที่พวกเขาเขียนขึ้น หากคุณเป็นคนกลุ่มนี้ คุณควรมุ่งเป้าไปที่ การดึงดูดผู้คนด้วยบทความและเนื้อหาที่คุณเขียน และติดต่อสัมพันธ์กับผู้คนในโลกอินเตอร์เน็ต ด้วยการส่งมอบเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้อื่นสามารถนำความรู้ที่ได้จากคุณไปประยุกต์ใช้กับชีวิตและการทำงาน ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาก ที่จะทำให้ผู้คนในโลกอินเตอร์เน็ต จดจำคุณในฐานะ ผู้นำ และต้องการเข้าร่วมทำธุรกิจกับคุณอย่างจริงจัง ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจเครือข่ายของคุณ เติบโตได้อย่างมั่นคงและแข็งแรงมากกว่าวิธีอื่น หากคุณเป็นคนกลุ่มนี้ คุณควรเลือกธุรกิจเครือข่ายที่เน้นการพัฒนาทักษะของผู้คนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่า ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้ ก็คือ ความสำเร็จและความมั่งคั่ง ที่นำพาคุณไปสู่ชีวิตที่เกษียณได้อย่างแท้จริงนั่นเอง
3. นักนิยมสังคมออนไลน์
นักธุรกิจเครือข่ายกลุ่มนี้ คือกลุ่มที่สามารถใช้เวลาได้เป็นวันๆกับการพูดคุยกับผู้คนบนเว็บ Social Network อย่างเช่น facebook และ twitter ซึ่งปกติแล้วพวกเขามักจะมีเว็บ Social Network ที่พวกเขาชื่นชอบเป็นพิเศษอยู่ไม่เกิน 1-2 เว็บ ซึ่งพวกเขาจะใช้เวลาอยู่บนเว็บนี้นานที่สุด และจะเข้ามาเช็คความเคลื่อนไหวบนเว็บบ่อยยิ่งกว่าการเช็คอีเมล์เสียอีก พวกเขาคือกลุ่มคนที่เกาะติดสถานการณ์ รู้ทุกความเคลื่อนไหวใน Social Network นั้นๆ และผู้คนจะรับรู้เหตุการณ์ต่างๆใน Social Network ได้จากข้อความที่เขาอัพเดทในโปรไฟล์ของเขาตลอดเวลา หากคุณเป็นคนกลุ่มนี้ คุณควรมุ่งสร้างกลุ่มเพื่อนใน Social Network อันใดอันหนึ่งให้ชัดเจนไปเลย และมุ่งพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้ที่มีความโดดเด่น เป็นผู้กว้างขวางใน Social Network ที่คุณสถิตอยู่ และอุทิศตัวเองให้กับการสร้างสังคมเพื่อนออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการให้ความช่วยเหลือเพื่อนๆใน Social Network นั้นอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งผู้คนใน Social Network ยอมรับนับถือในตัวคุณ และยกให้คุณเป็นผู้นำใน Social Network นั้น
นักธุรกิจเครือข่ายกลุ่มนี้ คือกลุ่มที่สามารถใช้เวลาได้เป็นวันๆกับการพูดคุยกับผู้คนบนเว็บ Social Network อย่างเช่น facebook และ twitter ซึ่งปกติแล้วพวกเขามักจะมีเว็บ Social Network ที่พวกเขาชื่นชอบเป็นพิเศษอยู่ไม่เกิน 1-2 เว็บ ซึ่งพวกเขาจะใช้เวลาอยู่บนเว็บนี้นานที่สุด และจะเข้ามาเช็คความเคลื่อนไหวบนเว็บบ่อยยิ่งกว่าการเช็คอีเมล์เสียอีก พวกเขาคือกลุ่มคนที่เกาะติดสถานการณ์ รู้ทุกความเคลื่อนไหวใน Social Network นั้นๆ และผู้คนจะรับรู้เหตุการณ์ต่างๆใน Social Network ได้จากข้อความที่เขาอัพเดทในโปรไฟล์ของเขาตลอดเวลา หากคุณเป็นคนกลุ่มนี้ คุณควรมุ่งสร้างกลุ่มเพื่อนใน Social Network อันใดอันหนึ่งให้ชัดเจนไปเลย และมุ่งพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้ที่มีความโดดเด่น เป็นผู้กว้างขวางใน Social Network ที่คุณสถิตอยู่ และอุทิศตัวเองให้กับการสร้างสังคมเพื่อนออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการให้ความช่วยเหลือเพื่อนๆใน Social Network นั้นอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งผู้คนใน Social Network ยอมรับนับถือในตัวคุณ และยกให้คุณเป็นผู้นำใน Social Network นั้น
ทั้ง 3 กลุ่มนี้
คือ ตัวอย่างของนักธุรกิจเครือข่ายออนไลน์
ที่สามารถสร้างความโดดเด่นให้กับตัวเขาเองได้อย่างชัดเจน
และสามารถสร้างเครือข่ายของเขาในโลกออนไลน์ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
หากคุณพึ่งเริ่มต้นในโลกอินเตอร์เน็ต
ลองถามตัวเองว่า คุณใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ไปกับการทำอะไร เช่น คุณชอบเข้า facebook เพื่อพูดคุยกับเพื่อนใหม่ๆ หรือ คุณชอบเขียนและอัพเดท blog ของคุณเป็นประจำ
หรือว่า คุณชอบวิเคราะห์ข้อมูล ชอบอยู่กับตัวเลข ชอบลองเล่น software ใหม่ๆ มากกว่าพูดคุยกับผู้คน
คุณชอบทำแบบไหนมากกว่ากันคะ ?
หากคุณเลือกได้แล้วว่าชอบแบบไหน
ให้เริ่มต้นที่การมุ่งพัฒนาความชอบนั้น จนกลายเป็นทักษะและความชำนาญ ซึ่งแน่นอนว่า
ต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้มากมายหลายอย่าง ไม่ว่าคุณจะเลือกเป็นคนกลุ่มไหนใน 3 กลุ่มที่กล่าวมา
ก็ล้วนแล้วแต่มีสิ่งที่คุณจะต้องเรียนรู้
ลงลึกในการผู้เชี่ยวชาญของแต่ละกลุ่มทั้งสิ้น
จนกว่าจะถึงวันที่คุณกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ
คุณมีแต่ต้องเริ่มต้นที่ วันนี้ เท่านั้นแหละค่ะ
วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556
สาเหตุที่คุณล้มเหลวในธุรกิจออนไลน์
1. อยากได้เงิน แต่ไม่ยอมที่จะเรียนรู้วิธีการสร้างเงิน ภาษาปาก คือ ขี้เกียจอ่านวิธีทำเงินโดยละเอียด เอาแต่มอง ผ่านตัวอักษร ซึ่งต่างจากคำว่าอ่านเพื่อความเข้าใจอย่างสิ้นเชิง เป็นสาเหตุความล้มเหลวตัวหลักที่สุด การรู้ การอ่าน อย่างผิวเผินย่อมทำงานได้อย่างจำกัด เมื่อไม่ได้ผลสมตามที่หวังไว้ และเบื่อหน่ายจนเลิกไปในที่สุด
2. ทำแบบมั่ว ๆ ไร้หลักเกณฑ์ตามที่เว็บหารายได้ต่าง ๆ ตั้งข้อกำหนดไว้ คิดว่ารูปแบบที่ต้นทาง หรือ เว็บนั้น บริษัทนั้น ๆ วางไว้ไม่ดีพอ จึงทำตามใจตนเอง แล้วกลายเป็นหลงทาง เสียเงิน เสียเวลาเปล่า ทั้งที่ กิจกรรม ของเว็บใหญ่ ๆ มักระดมความคิดจากระดับมันสมองของคนที่จัดว่าเก่ง หลายสมองรวมกัน ผมก็ไม่กล้าคิดว่า ตัวเอง เก่งกว่า คนเก่งจริง ๆ หลาย ๆ หัวรวมกันคิดระบบขึ้นมา
3. คิดเองและต่อต้านกิจกรรมเว็บงานนั้น ๆ เพราะคิดว่าตัวเก่งกว่า แต่บริษัทไม่ยอมจ่าย หรือ ยอมให้เขา หารายได้ ในรูปแบบที่ตนต้องการ เช่น บางแห่ง ห้ามสแปมเมล์ หรือส่งเมล์มั่วให้คนที่ไม่รู้จัก แต่หลาย ๆ คน คิดว่าทำ สแปม แล้วคนรู้จักเร็วและง่าย จึงทำ สุดท้ายก็ต้องโดน แบน และไม่จ่าย เพราะเป็นการหารายได้ เข้ากระเป๋าตัวเอง แต่ ชื่อเสียงเว็บ หรือบริษัทนั้น ๆ เสียหาย ซึ่งก็คือความเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวของคน ๆ นั้นนั่นเอง ภาษิตโบราณเรียกว่า ทุบหม้อข้าวตัวเอง หรือตัดต้นมะม่วงกินลูก แทนที่จะค่อย ๆ สอยหรือปีนเก็บกิน
4. ทำๆ หยุด ๆ ไม่ต่อเนื่อง พอมองย้อนเวลา จึงคิดว่าตัวเองทำมานาน ลงมือทำเพียงเล็กน้อย อาจอาทิตย์ละหน สองหน เมื่อเวลาถึงเดือนจริง แต่ลงมือร่วมกิจกรรมจริง ๆ แทบไม่ถึง 10 ครั้งต่อเดือน ย่อมไร้ค่าอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่มีความตั้งใจที่จะทำอย่างต่อเนื่อง ไม่จัดสรรเวลาให้งานนั้น ๆ อย่างจริงจัง เวลา 3 เดือน อาจเตะงาน หรือ กิจกรรมนั้นๆ จริงไม่ถึง 10 ครั้ง ๆ ละไม่ถึงชั่วโมง ก็เห็นมามากมาย แล้วนั่นคือกลุ่มผู้ล้มเหลวส่วนใหญ่ และที่มาก ยิ่งกว่า คือ มานะขยัน ทำเพียงช่วงแรกๆ ช่วงต้น ๆ ไม่กี่สัปดาห์ แล้วก็ละเลยปล่อยทิ้งในเวลาต่อมา ถ้าคิดว่าทำงานแล้ว ทำให้มันเป็นงานจริง ผลงานย่อมเกิด ซึ่งเป็นตรรกะศาสตร์ง่าย ๆ ต้องนับเวลาที่ลงมือทำงาน หรือ กิจกรรมนั้น ๆ ไม่ใช่นับเวลาที่สมัครงานนั้น ๆ เป็นตัวตั้ง เพราะรายได้เขานับที่ผลงาน ไม่ได้นับที่เวลาการสมัคร ว่า สมัครมานานเท่าไร
5. บ่อยครั้งที่ทำผิดกฎกติกาอย่างตั้งใจ แล้วถูกแบน ถูกลบแอคเคาท์ ถูกลบบัญชีออก เป็นสาเหตุที่ร้ายแรง และเกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ ในการหารายได้ออนไลน์ โดยเฉพาะ งานที่นับ ปริมาณคลิก หรือนับความถี่ ในการร่วมกิจกรรม เพื่อนับเป็นเปอเซนต์ ในการจ่าย คนโลภและตั้งใจโกง จะใช้โปรแกรมช่วย สร้างการร่วมกิจกรรมแบบ ไม่เป็นจริง เช่น การใช้ โปรแกรมคลิกป้ายโฆษณา ของเว็บคลิกต่าง ๆ ที่มักเรียกว่า บอท การใช้โปรแกรม ปั่นเพจเปิดหน้าเว็บ ตามเว็บที่นับการเปิดหน้าเว็บทั้งหลาย เมื่อถูกจับได้ย่อม ถูกลบบัญชีออกอย่างแน่นอน เมื่อเป็นการจ่ายเป็นอันดับขั้น ขึ้นไปข้างบนด้วย คนที่อยู่สายบนไม่รู้เรื่อง ก็พลอยโดนไปด้วย เพราะได้รับเปอเซนต์รายได้ส่วนหนึ่ง มาจากสาย ข้างล่าง ถ้ารายเดียวโกง ยังพอคำนวณลบเปอเซนต์ เฉพาะรายนั้น ๆ ออกได้ แต่หาก โกงหลาย ๆ คน และ สายลึก หลายชั้นขึ้นไป ย่อมเกินความสามารถ หรือเป็นการเสียเวลาในการแยกส่วนต่างเปอร์เซนต์ จึงเป็นที่มาของการ แบนทั้งขบวนในครั้งนั้น ๆ เมื่อไม่มีการแก้ไขหรือทำให้ถูกต้อง ก็จะถูกแบนอย่างถาวร เป็นที่มาของการ โพนทะนาว่า กิจกรรมนั้น ๆ ไม่จ่าย
6. ไม่เข้าใจวิธีการหารายได้ที่ถูกต้อง ไม่รับรู้ว่ามีวิธี ทำให้มีรายได้มากขึ้น กว่าระดับที่ตัวเองรู้เมื่อตอนเริ่มต้น
สุดท้ายก็เบื่อหน่าย บางรายโพนทะนาต่อว่าบริษัทนั้น ๆ ว่าไม่จ่าย ไม่ได้เงินจริง ทั้งที่มีคนที่ทำเงินมายาวนานหลายปี และ ก็ยังคงได้เงินกันอยู่ บริษัทก็ยังคงอยู่ได้ ย่อมต้องมีจริงเป็นจริง แต่คนที่ล้มเหลว ก็ย่อมมีจริงเช่นกัน
วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556
Global Rich Club หลอกลวง จริงแท้แน่นอน!!
ในที่สุด เราก็มีวันนี้ วันที่เราได้มีโอกาสมาแชร์ (แฉ) กัน จะ ๆ ว่า ธุรกิจนี้มัน หลอกลวงจริงหรือเปล่า
ดิฉัน ขอประกาศมาณ.ที่นี่ว่า ดิฉัน ได้หยุดทำธุรกิจนี้ทันทีที่ได้เข้ามาศึกษาอย่างจริงจัง ใน สามเดือนแรก เพราะไม่สามารถรับได้กับวิธีการชักชวนคนเข้าสู่ธุรกิจ ที่มันมีแนวโน้มเป็นการ "ต้มตุ๋นระดับชาติ"และ ค้นพบจุดที่ทำให้ มั่นใจว่า มันหลอกลวง แน่นอน (แต่ไม่สามารถระบุได้ว่า ใครคือ scammer คนไทยหรือฝรั่ง โดยหารู้ไม่ว่ามันอาจจะทำงานกันเป็นทีม
ดิฉันขอโทษที่เป็นส่วนหนึ่งของกลไกซับซ้อน ขององค์กรนี้ และขอสละพื้นที่ตรงบลอกนี้ ให้เป็นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ร่วมธุรกิจที่ประสบเคราะห์กรรมเดียวกันนะคะ
ดิฉันมีข้อ อึดอัดใจดังนี้ค่ะ
1. วิธีการที่ ผู้นำสนับสนุนและสอนให้ปิดบัง URL ของเว็บ
2. สนับสนุนให้ส่งสแปมเมล์ มีการชื่นชม บุคคลตัวอย่างที่ส่งเมล์หาคนแปลกหน้าได้ วันละ 500 หรือเป็น พัน ๆ ชื่อ
3. เวลามีสัมนาก็ ปิด ๆ บัง ๆ ไม่ให้ ประกาศล่วงหน้าว่า จัดงานที่ไหน
4. ในห้องประชุมก็กลัวคนมาป่วน จน เหมือนสันหลังหวะ ทำลับ ๆ ล่อ ๆ
4. โมติเวทให้ โฆษณาทาง เฟสบุ๊ค กระหน่ำโฆษณากัน เข้าไป ผู้เสียเงินค่าโฆษณาคือสมาชิก (แมงเม่า)ผู้ที่ได้ประโยชน์คือ ผู้นำ ไม่เกิน 10 คน ที่อยู่บนสุด
5. การสร้างวัฒนธรรมองค์กร ให้ ประกาศทุกวัน ๆๆ ว่า กระดานแตกแล้ว แตกส้ม แตกม่วง แตกจริงมั่ง เท็จมั่ง ถูกหลอกให้ หลอกกันไปเป็นทอด ๆ ไม่มีใครกล้าแม้แต่คนเดียวว่า ทำไมไม่มีรายได้อย่างที่โฆษณากัน ใครขืน มีเสียงก็ถูกบอยคอท เป็นหมาหัวเน่า เมื่อทนไม่ไหวก็ค่อย ๆ หายตัวกันไป ขืนเอาไปด่าก็จะโดนสวดตามอีกว่า เนรคุณ เคยเป็นที่ทำกิน แล้วเนรคุณ "บาปปปป" นะ รู้ไหมอย่าด่าที่เคยทำกิน โอว...
เรื่องเหลือเชื่อ
1. มีคน ยอม เป็นสาวก พิทักษ์องค์กร เพราะ อำนาจเงินมันครอบงำ แม้กระทั่งถึงนาทีนี้ ที่ ผู้นำ ( ชั่วๆ) หนีเอาตัวรอดไปแล้ว ก็ยังมีคนออกมาปกป้องว่า เรื่องบริษัทเจ๊ง เบิกเงินไม่ได้เป็นเรื่องของ บริษัท ไม่เกี่ยวกับ แกนนำ 6 คน
2. มีการออกมา ปราม ๆ (ทั้งขู่ทั้งปลอบ สมาชิกที่ไหวตัวทัน) เป็นสงครามทางจิตวิทยาที่ต่อสู้กันทาง Social Media นาทีต่อนาที
3. ผู้ที่ถูกหลอก หมดเงินไปเยอะ ก็ รวมตัวกัน บ้างก็ ต่อสู้แบบ มวยวัด (น่าเห็นใจ) แต่มีบางกลุ่ม รวมตัวกัน เข้าหาผู้ใหญ่ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กะกระชากหน้ากาก จอมแหกเนตร (ระดับชาติ) มาแฉให้ สะใจ และ ชดใช้เงินคืนมาบ้าง
งานนี้ โปรดติดตามอย่ากระพริบตา วงการธุรกิจเครือข่ายสะเทือนเลื่อนลั่น แรงกว่าเมื่อคราว Real Network ทะเลาะกับ TRUE ซะอีก
ใครมีบทความจะระบายอะไร หรือแบ่งปันเทคนิคกลโกงที่ถูกเสี้ยมสอนมายังไงส่งมาได้เลยค่ะ
จุดมุ่งหมายที่เอามาแชร์(แฉ) ที่นี่ก็เพราะ ยังมีคนพยายาม เปิดบริษัทขึ้นมารองรับ ไอเดียนี้ เพราะยังมีเหยื่อที่หลงฝันหวานว่าจะหลอกขายรหัส ต่ออีก จึงไม่อยากให้ ใครถูกหลอกอีก
ปัญหาในปัจจุบันคือ
1.คนแตกม่วง ไม่สามารถเบิกเงินได้ มานานแล้ว แต่ โกหกสร้างภาพกันมาตลอด
2. จองโรงแรมไม่ได้
3. เว็บไทยปิดไปแล้ว เว็บฝรั่ง มีปัญหาตลอด
4. ไม่สามารถติดต่อบริษัทในเมืองนอกได้
5. ผู้นำ หาย หัว (หายทั้งตัว) ไปแล้ว
6. มีผู้นำ ตัวรอง ๆ ออกมา รับหน้า ปลอบใจ สมาชิกไปวัน ๆ
7. คนที่ลงทุนเยอะ รีบ วิ่งเต้น หลอกขาย E- Voucher กันไปให้เร็วที่สุด มีลดแลกแจกแถม
ดิฉัน ขอประกาศมาณ.ที่นี่ว่า ดิฉัน ได้หยุดทำธุรกิจนี้ทันทีที่ได้เข้ามาศึกษาอย่างจริงจัง ใน สามเดือนแรก เพราะไม่สามารถรับได้กับวิธีการชักชวนคนเข้าสู่ธุรกิจ ที่มันมีแนวโน้มเป็นการ "ต้มตุ๋นระดับชาติ"และ ค้นพบจุดที่ทำให้ มั่นใจว่า มันหลอกลวง แน่นอน (แต่ไม่สามารถระบุได้ว่า ใครคือ scammer คนไทยหรือฝรั่ง โดยหารู้ไม่ว่ามันอาจจะทำงานกันเป็นทีม
ดิฉันขอโทษที่เป็นส่วนหนึ่งของกลไกซับซ้อน ขององค์กรนี้ และขอสละพื้นที่ตรงบลอกนี้ ให้เป็นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ร่วมธุรกิจที่ประสบเคราะห์กรรมเดียวกันนะคะ
ดิฉันมีข้อ อึดอัดใจดังนี้ค่ะ
1. วิธีการที่ ผู้นำสนับสนุนและสอนให้ปิดบัง URL ของเว็บ
2. สนับสนุนให้ส่งสแปมเมล์ มีการชื่นชม บุคคลตัวอย่างที่ส่งเมล์หาคนแปลกหน้าได้ วันละ 500 หรือเป็น พัน ๆ ชื่อ
3. เวลามีสัมนาก็ ปิด ๆ บัง ๆ ไม่ให้ ประกาศล่วงหน้าว่า จัดงานที่ไหน
4. ในห้องประชุมก็กลัวคนมาป่วน จน เหมือนสันหลังหวะ ทำลับ ๆ ล่อ ๆ
4. โมติเวทให้ โฆษณาทาง เฟสบุ๊ค กระหน่ำโฆษณากัน เข้าไป ผู้เสียเงินค่าโฆษณาคือสมาชิก (แมงเม่า)ผู้ที่ได้ประโยชน์คือ ผู้นำ ไม่เกิน 10 คน ที่อยู่บนสุด
5. การสร้างวัฒนธรรมองค์กร ให้ ประกาศทุกวัน ๆๆ ว่า กระดานแตกแล้ว แตกส้ม แตกม่วง แตกจริงมั่ง เท็จมั่ง ถูกหลอกให้ หลอกกันไปเป็นทอด ๆ ไม่มีใครกล้าแม้แต่คนเดียวว่า ทำไมไม่มีรายได้อย่างที่โฆษณากัน ใครขืน มีเสียงก็ถูกบอยคอท เป็นหมาหัวเน่า เมื่อทนไม่ไหวก็ค่อย ๆ หายตัวกันไป ขืนเอาไปด่าก็จะโดนสวดตามอีกว่า เนรคุณ เคยเป็นที่ทำกิน แล้วเนรคุณ "บาปปปป" นะ รู้ไหมอย่าด่าที่เคยทำกิน โอว...
เรื่องเหลือเชื่อ
1. มีคน ยอม เป็นสาวก พิทักษ์องค์กร เพราะ อำนาจเงินมันครอบงำ แม้กระทั่งถึงนาทีนี้ ที่ ผู้นำ ( ชั่วๆ) หนีเอาตัวรอดไปแล้ว ก็ยังมีคนออกมาปกป้องว่า เรื่องบริษัทเจ๊ง เบิกเงินไม่ได้เป็นเรื่องของ บริษัท ไม่เกี่ยวกับ แกนนำ 6 คน
2. มีการออกมา ปราม ๆ (ทั้งขู่ทั้งปลอบ สมาชิกที่ไหวตัวทัน) เป็นสงครามทางจิตวิทยาที่ต่อสู้กันทาง Social Media นาทีต่อนาที
3. ผู้ที่ถูกหลอก หมดเงินไปเยอะ ก็ รวมตัวกัน บ้างก็ ต่อสู้แบบ มวยวัด (น่าเห็นใจ) แต่มีบางกลุ่ม รวมตัวกัน เข้าหาผู้ใหญ่ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กะกระชากหน้ากาก จอมแหกเนตร (ระดับชาติ) มาแฉให้ สะใจ และ ชดใช้เงินคืนมาบ้าง
งานนี้ โปรดติดตามอย่ากระพริบตา วงการธุรกิจเครือข่ายสะเทือนเลื่อนลั่น แรงกว่าเมื่อคราว Real Network ทะเลาะกับ TRUE ซะอีก
ใครมีบทความจะระบายอะไร หรือแบ่งปันเทคนิคกลโกงที่ถูกเสี้ยมสอนมายังไงส่งมาได้เลยค่ะ
จุดมุ่งหมายที่เอามาแชร์(แฉ) ที่นี่ก็เพราะ ยังมีคนพยายาม เปิดบริษัทขึ้นมารองรับ ไอเดียนี้ เพราะยังมีเหยื่อที่หลงฝันหวานว่าจะหลอกขายรหัส ต่ออีก จึงไม่อยากให้ ใครถูกหลอกอีก
ปัญหาในปัจจุบันคือ
1.คนแตกม่วง ไม่สามารถเบิกเงินได้ มานานแล้ว แต่ โกหกสร้างภาพกันมาตลอด
2. จองโรงแรมไม่ได้
3. เว็บไทยปิดไปแล้ว เว็บฝรั่ง มีปัญหาตลอด
4. ไม่สามารถติดต่อบริษัทในเมืองนอกได้
5. ผู้นำ หาย หัว (หายทั้งตัว) ไปแล้ว
6. มีผู้นำ ตัวรอง ๆ ออกมา รับหน้า ปลอบใจ สมาชิกไปวัน ๆ
7. คนที่ลงทุนเยอะ รีบ วิ่งเต้น หลอกขาย E- Voucher กันไปให้เร็วที่สุด มีลดแลกแจกแถม
อ่านบทความผู้เสียหายท่านอื่นที่นี่
GRC.หยุดโกหก หลอกลวงได้แล้ว!
GRC.หยุดโกหก หลอกลวงได้แล้ว!
วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
อันตรายที่เกิดจากเหลือบใส่สูท ในธุรกิจ เครือข่ายปัจจุบัน
ดิฉัน ได้ศึกษา ธุรกิจเครือข่ายในเมืองไทยอย่างจริงจัง เพื่อจะได้ นำมาวิเคราะห์ และแบ่งปัน เป็น ข้อมูลสำหรับ ผู้ที่สนใจ ในธุรกิจเครือข่าย บางบริษัท เปิดตัวแรงมาก ทุ่มเงินโฆษณา อย่างอลังการ ซื้อสื่อทุกประเภท เปิด ช่องทีวีเอง ทำกันเป็นทีม มี หน้าม้า ที่เป็นนักพูด (ยอมขายตัว) มา เป็น ผู้นำต้น ๆ สาย มา เล่นบทผู้ประสบผลสำเร็จ สร้างภาพรายได้ สูง ๆ ( มีเอกสารการรับรายได้ มาอวด) มาเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ เสริมในการขาย
บางบริษัท มีโปรโมชั่น แจก iphone แจก NOTEBOOK แจกเงินสด แต่ไม่เคยแจกจริง ไม่อัพเดทข่าวอะไรเลย พอนาน ๆ เข้าก็ไม่ส่งสินค้า ( ที่มีอยู่ตัวเดียว) อย่าไปเชื่อเรื่องที่จะเพิ่มสินค้าเลย เค้า หลอกคนที่อยากรวยทางลัด อยากเป็น ต้นสาย ให้ ลงทุนก่อนเยอะ ๆ คุณก็จะ กระหน่ำ สร้าง page สร้าง BLOG โปรโมทบริษัทของเขา จนมีการระดมทุนได้ระดับหนึ่งก่อน จากนั้น ก็ เป็นหน้าที่ของ ระดับผู้นำแต่ละสายที่จะต้องลงสนาม แข่งขันกัน สร้างทีมของตนเอง แน่นอน คนอยู่ต้นสายคือคนมีรายได้สูงสุด บริษัทเหล่านี้ มีการ จ่ายค่าคอมมิชชั่นหรือคืนรายได้ให้คุณแบบแปลก ๆ เช่น หัก รายได้ อีก 10% คุณก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะ ไม่มีทางเลือก อ้อยเข้าปากช้างแล้ว
1. เพิ่มสินค้าไม่ได้ เพราะ ไม่มีเงินจ่าย อย. เลยไม่ผ่านอย.
2. หุ้นส่วน หนีไปแล้ว ผมเป็นแค่พนักงาน
3. คนอื่นเค้าไม่เห็นมีปัญหา มีแต่คุณนี่แหละ อ้าว คุณรู้ได้ยังไง ว่าเค้า ไม่ทำอะไร ดิฉันได้ ล่าลายเซ็นต์ เขียนคำร้อง ไปแจ้ง ลงบันทึกไว้ที่ สคบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกหน่วย เพราะ เหลือบแบบนี้ หากินบนความทุกข์ของคนอื่น
วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
ใครๆ ก็เป็นโค้ชได้
Everyone’s a COACH
Coaching คือ การฝึกสอน การฝึกหัด การให้ความรู้ ทุกคนสามารถเป็นผู้ฝึกสอน หรือ coach (โค้ช) ได้ค่ะ เพราะเหตุว่าการที่เป็นคนฝึกหัดคนอื่นนั้น ไม่ได้หมายความว่า คนที่ถูกฝึกหัดด้อยกว่า เพียงแต่โค้ชจะมีความรู้เฉพาะทางในเรื่องที่มาสอนนั้นมากกว่า ผ่านประสบการณ์ตรงมามากกว่า ถ่ายทอดได้ดี และมีมุมมองที่ไม่เหมือนกับคนที่ถูกฝึก เพราะคนเรามองตัวเอง วิเคราะห์ตัวเองไม่ค่อยออกหรอกค่ะ ต้องอาศัยคนอื่นมาสะท้อนให้ ดิฉันขอนำเสนอ“3 ขั้นตอนการโค้ช” ดังนี้
1. วิเคราะห์ตัวเอง : คุณ ในฐานะที่จะเป็นโค้ช ต้องวิเคราะห์ตัวเองให้ได้ก่อน หาจุดอ่อน- จุดแข็งของตัวเองในหัวข้อต่างๆ ให้เจอ ทั้งนี้เรื่องราวที่จะสอนส่วนใหญ่ในธุรกิจเครือข่ายคงเป็นเรื่องพื้นฐานที่จำเป็น อาทิ การขจัดข้อโต้แย้ง, บทเชิญเข้าสู่ธุรกิจ, การพูดในที่สาธารณะ เป็นต้น ควรเลือกหัวข้อที่เป็นความถนัดของคุณเอง มาฝึก-มาสอนคนอื่นก่อน สำหรับหัวข้อที่ไม่ถนัดแต่จำเป็น ก็หมั่นฝึกฝนต่อไปค่ะ
2. วิเคราะห์คนอื่น : ผู้ที่จะถูกฝึก ต้องถูกคุณวิเคราะห์เป็นรายบุคคล หาจุดอ่อนเขาให้เจอแล้วแก้ไข ค้นจุดแข็งเขาให้พบแล้วเสริมเข้าไป ที่สำคัญ พยายามสร้างสายใยความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณและ ผู้ถูกฝึกไว้ด้วย จะได้ไม่ดูเหมือนครูกับลูกศิษย์มากจนเกินไป
3. ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง : เมื่อเลือกหัวข้อที่จะโค้ชได้แล้ว (จากความถนัดของคุณ และความไม่ถนัดของลูกทีม) การสอน นอกจากคำพูดที่พวกเขาจะต้องทำความเข้าใจ คุณต้องแสดงให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย หลังจากนั้นก็ปล่อยให้เขาลองทำเอง โดยมีคุณเฝ้ามองอยู่ใกล้ๆ คอยช่วยเหลือ ท้ายที่สุด ก็ปล่อยให้เขาทำเองคนเดียวโดยมีคุณคอยมองดูห่างๆ ให้คำแนะนำ หากเขาทำได้ดีคุณต้องชื่นชมอย่างจริงใจ แต่หากพบ ข้อควรปรับปรุง สิ่งที่ควรระวังในการติ คือ พูดให้ดี ใช้น้ำเสียงนุ่มนวล อย่าให้เหมือนบังคับ หรือดุว่า ตำหนิติเตียนเขา เพราะนี่คือการติเพื่อก่อ ไม่ใช่เพื่อทำลาย อย่าให้เสียกำลังใจกันเสียก่อนนะคะ
Coaching เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง คนจะเป็นโค้ชรู้แต่ภาคทฤษฏี หากแต่ขาดการฝึกฝนปฏิบัติก็ไม่สามารถเก่งได้ คนถูกฝึกก็เช่นกัน ต้องเชื่อมั่นในตัวโค้ช และหมั่นซ้อม ดิฉันคงแนะนำคุณได้เฉพาะทฤษฏีพื้นฐานเท่านั้น ทักษะเกิดได้จากตัวคุณ มั่นใจในตัวเอง มุ่งมั่นในสิ่งที่หวัง แล้วทำให้ได้นะคะ
Coaching คือ การฝึกสอน การฝึกหัด การให้ความรู้ ทุกคนสามารถเป็นผู้ฝึกสอน หรือ coach (โค้ช) ได้ค่ะ เพราะเหตุว่าการที่เป็นคนฝึกหัดคนอื่นนั้น ไม่ได้หมายความว่า คนที่ถูกฝึกหัดด้อยกว่า เพียงแต่โค้ชจะมีความรู้เฉพาะทางในเรื่องที่มาสอนนั้นมากกว่า ผ่านประสบการณ์ตรงมามากกว่า ถ่ายทอดได้ดี และมีมุมมองที่ไม่เหมือนกับคนที่ถูกฝึก เพราะคนเรามองตัวเอง วิเคราะห์ตัวเองไม่ค่อยออกหรอกค่ะ ต้องอาศัยคนอื่นมาสะท้อนให้ ดิฉันขอนำเสนอ“3 ขั้นตอนการโค้ช” ดังนี้
1. วิเคราะห์ตัวเอง : คุณ ในฐานะที่จะเป็นโค้ช ต้องวิเคราะห์ตัวเองให้ได้ก่อน หาจุดอ่อน- จุดแข็งของตัวเองในหัวข้อต่างๆ ให้เจอ ทั้งนี้เรื่องราวที่จะสอนส่วนใหญ่ในธุรกิจเครือข่ายคงเป็นเรื่องพื้นฐานที่จำเป็น อาทิ การขจัดข้อโต้แย้ง, บทเชิญเข้าสู่ธุรกิจ, การพูดในที่สาธารณะ เป็นต้น ควรเลือกหัวข้อที่เป็นความถนัดของคุณเอง มาฝึก-มาสอนคนอื่นก่อน สำหรับหัวข้อที่ไม่ถนัดแต่จำเป็น ก็หมั่นฝึกฝนต่อไปค่ะ
2. วิเคราะห์คนอื่น : ผู้ที่จะถูกฝึก ต้องถูกคุณวิเคราะห์เป็นรายบุคคล หาจุดอ่อนเขาให้เจอแล้วแก้ไข ค้นจุดแข็งเขาให้พบแล้วเสริมเข้าไป ที่สำคัญ พยายามสร้างสายใยความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณและ ผู้ถูกฝึกไว้ด้วย จะได้ไม่ดูเหมือนครูกับลูกศิษย์มากจนเกินไป
3. ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง : เมื่อเลือกหัวข้อที่จะโค้ชได้แล้ว (จากความถนัดของคุณ และความไม่ถนัดของลูกทีม) การสอน นอกจากคำพูดที่พวกเขาจะต้องทำความเข้าใจ คุณต้องแสดงให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย หลังจากนั้นก็ปล่อยให้เขาลองทำเอง โดยมีคุณเฝ้ามองอยู่ใกล้ๆ คอยช่วยเหลือ ท้ายที่สุด ก็ปล่อยให้เขาทำเองคนเดียวโดยมีคุณคอยมองดูห่างๆ ให้คำแนะนำ หากเขาทำได้ดีคุณต้องชื่นชมอย่างจริงใจ แต่หากพบ ข้อควรปรับปรุง สิ่งที่ควรระวังในการติ คือ พูดให้ดี ใช้น้ำเสียงนุ่มนวล อย่าให้เหมือนบังคับ หรือดุว่า ตำหนิติเตียนเขา เพราะนี่คือการติเพื่อก่อ ไม่ใช่เพื่อทำลาย อย่าให้เสียกำลังใจกันเสียก่อนนะคะ
Coaching เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง คนจะเป็นโค้ชรู้แต่ภาคทฤษฏี หากแต่ขาดการฝึกฝนปฏิบัติก็ไม่สามารถเก่งได้ คนถูกฝึกก็เช่นกัน ต้องเชื่อมั่นในตัวโค้ช และหมั่นซ้อม ดิฉันคงแนะนำคุณได้เฉพาะทฤษฏีพื้นฐานเท่านั้น ทักษะเกิดได้จากตัวคุณ มั่นใจในตัวเอง มุ่งมั่นในสิ่งที่หวัง แล้วทำให้ได้นะคะ
จัดการกับความกลัวด้วย “ความกลัว (F-E-A-R)
ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญประการหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจที่จะเป็นเจ้าของกิจการของคนทั่วไป ก็คือ “FEAR” หรือความกลัวนั่นเอง และสาเหตุของความกลัวนั้นก็มักจะมาจาก 4 เรื่องหลัก ๆ ดังนี้ คือ
กลัวเพราะ ไม่มีเงิน เคยได้ยินไหมคะว่า “ไม่มีเงิน ไม่มีสิทธิ์” เนื่องจากว่าการประกอบกิจการทั่ว ๆ ไปนั้น ปัจจัยที่สำคัญประการแรก คือ เงินลงทุน ซึ่งเรื่องนี้ก็มักจะเป็นปัญหาสำคัญของคนส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ ที่คิดอยากจะทำธุรกิจแต่กลับต้องหยุดความคิดนี้ไว้ เพราะคิดว่าการทำธุรกิจหรือเป็นเจ้าของกิจการได้นั้นจะต้องมีเงินลงทุนสูง
กลัวเพราะไม่มีเวลา ซึ่งอาจจะมาจากหลายสาเหตุ เช่น Life style การใช้ชีวิตส่วนตัวนั้น ชอบที่จะต้องการเวลาพักผ่อน ต้องการเวลาให้กับตัวเอง ต้องการเวลาให้กับครอบครัว หรือบางคนก็อาจจะไม่มีเวลาจริงๆ เพราะเอางานกลับมาทำที่บ้านจนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนก็เป็นได้
กลัวเพราะ ไม่กล้าเสี่ยง จากสถิติในอดีตที่ผ่านมา ธุรกิจกว่า 60% ต้องปิดตัวลงในระยะเวลาเพียง 2 ปีจากความไม่กล้าเสี่ยงของเจ้าของกิจการ และที่สำคัญคนที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการแล้วจะต้องลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่ ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถรับได้
กลัวเพราะไม่รู้วิธีการทำธุรกิจ เหตุผลเพราะตนไม่เคยเรียน ไม่เคยมีประสบการณ์ ไม่มีความรู้เกี่ยวกับบัญชี การเงิน ภาษี และการตลาด ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นคุณสมบัติที่สำคัญใจการทำธุรกิจ
ปัจจัยทั้ง 4 ข้อนี้จึงนำมาสู่ความกลัว และไม่กล้าที่จะเป็นเจ้าของกิจการ มีเทคนิคที่จะขจัดความกลัวนี้ได้จากการใช้ “F-E-A-R” รูปแบบใหม่ซึ่งได้แก่
F = Fun ความสนุก คือ การทำธุรกิจให้สนุกและมีความสุข ก็จะช่วยลดความกังวลต่าง ๆ ได้ แล้วทุกอย่างก็จะราบรื่น
E = Education หมั่นศึกษาหาความรู้ในธุรกิจอยู่เสมอ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการทำธุรกิจได้
A = Ambition การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้จะต้องมีแรงกระตุ้น ที่อยากจะประสบความสำเร็จ โดยต้องอาศัยความทะเยอทะยานในตัวเองจึงจะช่วยได้
R = Responsibility คือ ความรับผิดชอบ ที่จะต้องมีอยู่เสมอ และต้องยึดมั่นในตัวเองอย่างยิ่งกับความรับผิดชอบและสำนึกที่ดีต่อทั้งทีมงานและผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณธรรม จรรยาบรรณ และการบริการ
ทั้ง 4 ข้อนี้จะช่วยลดและขจัดความกลัวได้ เสมือนว่าเรามีการเตรียมความพร้อมในแต่ละด้าน มีแรงกระตุ้นที่มากพอจนอยากจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ และตั้งใจทำงานให้สนุกด้วยการมองหาโอกาสและป้องกันอุปสรรค ก็จะแก้ปัญหาความกลัวนี้ได้ อันที่จริงนั้น ความกลัวของคนเราจึงมักเกิดจากการสร้างมโนภาพและจินตนาการไปเองในทางลบ แต่หากใช้เทคนิค F-E-A-R ที่ได้นำเสนอ อาจช่วยท่านได้ จงกล้า.... เพราะโอกาสที่ดีรออยู่ค่ะ
กลัวเพราะ ไม่มีเงิน เคยได้ยินไหมคะว่า “ไม่มีเงิน ไม่มีสิทธิ์” เนื่องจากว่าการประกอบกิจการทั่ว ๆ ไปนั้น ปัจจัยที่สำคัญประการแรก คือ เงินลงทุน ซึ่งเรื่องนี้ก็มักจะเป็นปัญหาสำคัญของคนส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ ที่คิดอยากจะทำธุรกิจแต่กลับต้องหยุดความคิดนี้ไว้ เพราะคิดว่าการทำธุรกิจหรือเป็นเจ้าของกิจการได้นั้นจะต้องมีเงินลงทุนสูง
กลัวเพราะไม่มีเวลา ซึ่งอาจจะมาจากหลายสาเหตุ เช่น Life style การใช้ชีวิตส่วนตัวนั้น ชอบที่จะต้องการเวลาพักผ่อน ต้องการเวลาให้กับตัวเอง ต้องการเวลาให้กับครอบครัว หรือบางคนก็อาจจะไม่มีเวลาจริงๆ เพราะเอางานกลับมาทำที่บ้านจนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนก็เป็นได้
กลัวเพราะ ไม่กล้าเสี่ยง จากสถิติในอดีตที่ผ่านมา ธุรกิจกว่า 60% ต้องปิดตัวลงในระยะเวลาเพียง 2 ปีจากความไม่กล้าเสี่ยงของเจ้าของกิจการ และที่สำคัญคนที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการแล้วจะต้องลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่ ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถรับได้
กลัวเพราะไม่รู้วิธีการทำธุรกิจ เหตุผลเพราะตนไม่เคยเรียน ไม่เคยมีประสบการณ์ ไม่มีความรู้เกี่ยวกับบัญชี การเงิน ภาษี และการตลาด ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นคุณสมบัติที่สำคัญใจการทำธุรกิจ
ปัจจัยทั้ง 4 ข้อนี้จึงนำมาสู่ความกลัว และไม่กล้าที่จะเป็นเจ้าของกิจการ มีเทคนิคที่จะขจัดความกลัวนี้ได้จากการใช้ “F-E-A-R” รูปแบบใหม่ซึ่งได้แก่
F = Fun ความสนุก คือ การทำธุรกิจให้สนุกและมีความสุข ก็จะช่วยลดความกังวลต่าง ๆ ได้ แล้วทุกอย่างก็จะราบรื่น
E = Education หมั่นศึกษาหาความรู้ในธุรกิจอยู่เสมอ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการทำธุรกิจได้
A = Ambition การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้จะต้องมีแรงกระตุ้น ที่อยากจะประสบความสำเร็จ โดยต้องอาศัยความทะเยอทะยานในตัวเองจึงจะช่วยได้
R = Responsibility คือ ความรับผิดชอบ ที่จะต้องมีอยู่เสมอ และต้องยึดมั่นในตัวเองอย่างยิ่งกับความรับผิดชอบและสำนึกที่ดีต่อทั้งทีมงานและผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณธรรม จรรยาบรรณ และการบริการ
ทั้ง 4 ข้อนี้จะช่วยลดและขจัดความกลัวได้ เสมือนว่าเรามีการเตรียมความพร้อมในแต่ละด้าน มีแรงกระตุ้นที่มากพอจนอยากจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ และตั้งใจทำงานให้สนุกด้วยการมองหาโอกาสและป้องกันอุปสรรค ก็จะแก้ปัญหาความกลัวนี้ได้ อันที่จริงนั้น ความกลัวของคนเราจึงมักเกิดจากการสร้างมโนภาพและจินตนาการไปเองในทางลบ แต่หากใช้เทคนิค F-E-A-R ที่ได้นำเสนอ อาจช่วยท่านได้ จงกล้า.... เพราะโอกาสที่ดีรออยู่ค่ะ
ทดลองสมัครเป็น Affiliate หารายได้ง่าย ๆโดยลงทุนแค่ 1599 บาทได้ที่นี่ค่ะ คลิกด้านล่างเลย
สนใจร่วมธุรกิจกับกับเราคลิ๊ก👇👇👇
#สร้างรายได้ง่ายๆ #ผ่านมือถือ
*https://t.publicecommerce.com/15H6ql*
*|https://t.publicecommerce.com/15L451
#สร้างรายได้ง่ายๆ #ผ่านมือถือ
*https://t.publicecommerce.com/15H6ql*
*|https://t.publicecommerce.com/15L451
====
สอบถาม👇
Line ID: 0897072874
สอบถาม👇
Line ID: 0897072874
TEAM
![]() |
การทำงานใช้ช่วงสภาพเศรษฐกิจและสังคมแบบนี้ คงต้องใช้พลังอย่างมากสำหรับทุกท่านนะคะ แต่การวิตกจนเกินไปนักจนไม่เป็นอันทำอะไร ก็มิใช่สิ่งที่ถูกต้อง ชีวิตต้องดำเนินต่อไป การทำงานของเราก็ยังคงต้องเป็นต่อไป เพียงแต่คงต้องมาปรับกลยุทธ์กันให้ฉับไว สุภาษิตกล่าวไว้แล้วค่ะว่า “คนเดียวหัวหาย” ดังนั้นสิ่งที่ช่วยฝ่าวิกฤตต่าง ๆ ได้ดี ก็คือ การมีทีมงาน (TEAM) ที่แข็งแกร่ง ท่านต้องการสร้างทีมเพื่อให้เกิดการร่วมมือ-ร่วมใจ-ร่วมกันคิด-ร่วมกันทำงาน ให้บรรลุเป้าหมาย
คำว่า TEAM นอกจากจะหมายความถึง ผู้ร่วมงานที่คุณจะต้องฝึกฝน ถ่ายทอด ความรู้ให้ร่วมประสบความสำเร็จด้วยกันแล้ว ขอเพิ่มนัยยะแฝงดังต่อไปนี้ค่ะ
T = Teenager คำว่าวัยรุ่นในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงอายุ 13-19 ปี แต่ใช้สื่อถึงลักษณะพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น ความกระฉับกระเฉง ความแจ่มใสในการทำงาน แม้ชีวิตจริงอายุท่านนักธุรกิจจะผ่านเลยวัยรุ่นมาแล้วก็ตาม แต่การทำงานหรือพฤติกรรมต่าง ๆ ก็ยังเป็นวัยรุ่นได้ ขอให้ท่านมีความกระตือรือร้นและ Active ตัวเองอยู่ตลอดเวลา เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพตัวท่านเองและทีมงาน
E = Endorphine เป็นสารชนิดหนึ่งที่ร่างกายจะหลั่งออกมาเมื่อเรามีความสุข ยามอารมณ์ดี จะส่งผลให้สมองเจริญเติบโต และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดี ฉะนั้นทีมงานที่ดีจะต้องทำให้มีความสุขร่วมกัน ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตบรรยากาศในทีมจะต้องมีความสุข อบอุ่น มีชีวิตชีวา สิ่งเหล่านี้ก็จะส่งผลให้ทีมมีความแข็งแกร่งขึ้น
A = Ambition ทีมงานจะประสบความสำเร็จได้จะต้องมี “ความทะเยอทะยาน” เป็นตัวผลักให้ทีมเกิดความกระหายที่จะก้าวไปข้างหน้าและประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย และความทะเยอทะยานนี้จะก่อให้เกิดความคิดก้าวหน้า สร้างความมั่นใจให้กับตนเองและทีมงานได้ ในแต่ละทีมจึงควรมีความทะเยอทะยานที่อยู่ในระดับพอเหมาะ เพราะว่าหากมีมากไปก็จะกลายเป็น“ความโลภ” ซึ่งจะนำมาสู่ผลเสียในท้ายที่สุด
M = Moral ท่านจะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจได้อย่างยาวนาน จะต้องยึดมั่นในศีลธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจ ดังคำสอนว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” Moral หรือ ศีลธรรมนี้จะเป็นตัวประสานทีม ให้อยู่กันอย่างมีความสุข เพราะทุกคนในทีมเป็นคนมีคุณธรรม จริยธรรม มีความจริงใจซื่อสัตย์ต่อกัน พึ่งพาอาศัยกัน ร่วมมือกัน และไร้ซึ่งความอิจฉาริษยาหรือชิงดีชิงเด่นกัน ก็จะทำให้ทีมอยู่อย่างมีความสุขและขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นคงค่ะ
ทีมงานที่ดีและประสบความสำเร็จ นอกจากจะประกอบไปด้วยคนเก่ง กระตือรือร้น ทำงานเป็น เปี่ยมคุณธรรมแล้วนั้น ประสิทธิภาพของผลงานโดยรวมจะดี หากความขัดแย้งระหว่างสมาชิกในทีมมีน้อยมาก และสมาชิกแต่ละคนมีพฤติกรรมสนับสนุนกันและกัน มีการติดต่อสื่อสารต่อกันโดยเปิดเผย และที่สำคัญที่สุด ทุกคนต้องมีเป้าหมายเดียวกันนั่นเองค่ะ
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 8 ฉบับที่ 182 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2553
เหตุแห่งการปฏิเสธ ธุรกิจขายตรง
แต่ทุกท่านทราบไหมคะว่า บางครั้งเขาอาจไม่ได้ปฏิเสธธุรกิจขายตรง แต่เขากำลังปฏิเสธวิธีการชักชวนของนักธุรกิจขายตรง ที่มีรูปแบบและวิธีการชักชวนที่ไม่เหมาะสม เรามาดูกันดีกว่านะคะว่า รูปแบบของการเชิญชวนผู้มุ่งหวังเข้าสู่ธุรกิจที่ไม่ประสบความสำเร็จมาจากสาเหตุอะไรบ้าง
1. บุคลิกไม่สอดคล้องกับเรื่องที่พูด บุคลิกถือเป็นกุญแจดอกแรกที่จะไขประตูเข้าสู่หัวใจของผู้มุ่งหวัง การแต่งการที่เหมาะสม ดูส่งเสริมเนื้อหาของเรื่องที่จะพูดจึงเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้นการใส่ใจในบุคลิกของตนเองจะทำให้สร้างความน่าสนใจและน่าเชื่อถือได้มากขึ้นนะคะ
2. พูดแต่เรื่องธุรกิจขายตรงอย่างเดียวพูดเรื่องอื่นไม่เป็น การพูดลักษณะนี้จะทำให้ผู้พูดดูสนใจแต่เรื่องของตัวเอง ไม่สนใจเรื่องของผู้มุ่งหวังว่าเขาอยากจะฟังเรื่องอะไร เพราะฉะนั้นเราควรพูดในประเด็น อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรงทางอ้อม เช่น เรื่องท่องเที่ยว เรื่องสุขภาพ เรื่องการเงิน หรือเรื่อเศรษฐกิจ ก็สามารถเปิดใจได้เช่นกันค่ะ
3. ไม่มีกาลเทศะ และสร้างความกดดันมากเกินไป อาจเกิดจากการเข้าพบที่ผิดเวลา หรือผิดสถานที่ เช่น รบกวนเวลาพักผ่อนของผู้มุ่งหวังมากเกินไป หรือไปในสถานที่ส่วนตัวของผู้มุ่งหวังไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงาน แล้วใช้เวลานานเกินไป ก็อาจถูกปฏิเสธได้เช่นกัน รวมทั้งการใช้ลีลาการพูด และเนื้อหาที่สร้างแรงกดดันให้แก่ผู้มุ่งหวังจนทำให้ธุรกิจนี้ดูน่ากลัวนะคะ
4. พยายามเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้มุ่งหวังตลอดเวลา ซึ่งมักจะได้ยินบ่อย ๆ ว่าเขาควรจะต้องเปลี่ยนความคิด จะต้องเปลี่ยนการดำเนินชีวิต หรือบริหารเวลาใหม่ คำพูดลักษณะนี้เป็นคำพูดที่ไม่ผิด แต่อาจจะเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบเข้าไปอยู่ในกฎเกณฑ์ หรือมีเงื่อนไขในชีวิตมากเกินไป คนที่ไม่อยากมีชีวิตวุ่นวาย จะปฏิเสธธุรกิจขายตรงทันทีค่ะ
5. พูดแล้วมองเห็นความเหนื่อยมากกว่าความสุข เกิดจากการที่เราอธิบายวิธีการทำงานที่พูดเรื่องยาก ๆ ก่อนจะพูดเรื่องง่าย ๆ จนทำให้ผู้มุ่งหวังรู้สึกว่าการจะได้เงินจากธุรกิจนี้จำเป็นต้องใช้ความอดทนสูง และต้องทำงานหนัก ซึ่งเราควรจะค่อย ๆ อธิบายเรื่องธุรกิจโดยให้ผู้มุ่งหวังมองเห็นความเป็นไปได้จริง และมองเห็นโอกาสที่น่าสนใจก่อนค่ะ
6. อธิบายข้อมูลไม่ชัดเจนและตอบคำถามไม่ตรงประเด็น การนำเสนอที่คลุมเครือ ไม่ชัดเจน ย่อมก่อให้เกิดความไม่มั่น ใจในธุรกิจ อีกทั้งยังตอบคำถามได้ไม่กระจ่างชัด ทำให้ผู้มุ่งหวังขาดความเข้าใจในธุรกิจขายตรง หรือได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนก็อาจส่งผลให้ธุรกิจขายตรงมีความน่าสนใจลดลงได้ เราจึงควรมีข้อมูลและความรู้ในเรื่องธุรกิจมากพอสมควร เพื่อความสำเร็จในการเปิดใจผู้มุ่งหวังค่ะ
ถ้าหากท่านนักธุรกิจเครือข่ายทั้งหลายอ่านแล้วรู้สึกว่าเรามีข้อใดข้อหนึ่งใน 6 ข้อนี้ ก็ให้รีบแก้ไขโดยด่วนนะคะ เพราะผู้บริโภคในยุคนี้พิถีพิถันในการตัดสินใจมากขึ้น โดยเฉพาะการเลือกบริษัทขายตรงและการเลือกอัพไลน์ค่ะ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

















