ข่าว ธุรกิจออนไลน์ 100%

วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2558

Thai MLM Online แนะนำ.... 10 กลโกงทางอินเทอร์เน็ตเมื่อ 10 ปีก่อน (Internet Fraud)

รูปแบบของการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต 
มีลักษณะและวิธีการป้องกันโดยสรุป ดังนี้ 
1. การหลอกลวงให้ประกอบธุรกิจที่บ้าน (Work-at-Home)
 
ลักษณะการหลอกลวง:

บริษัทที่หลอกลวงจะเชิญชวนให้ผู้ต้องการประกอบธุรกิจทางอินเทอร์เน็ตหรือธุรกิจด้าน
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สมัครเป็นสมาชิกเพื่อทำธุรกิจ โดยผู้บริโภคมีเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์และ
สามารถ ใช้อินเทอร์เน็ตจากที่บ้านได้ และมักอ้าง ว่าธุรกิจประเภทนี้เป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ผู้บริโภคจะไม่ได้รับคำแนะนำในการทำธุรกิจ ไม่มีข้อมูลธุรกิจ ที่ชัดเจนหรือไม่ทราบว่าตน
อาจไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ เลยผู้ถูกหลอกลวงจะถูกเรียกเก็บเงินค่าสมาชิกหรือซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น
เพื่อเริ่มทำธุรกิจ


ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้:
ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนตามที่มีการกล่าวอ้าง และอาจต้องสูญเสียเงินจากการลงทุนอีกด้วย

วิธีการป้องกัน: 
ผู้ที่ต้องการลงทุนหรือต้องการเป็นเจ้าของกิจการ ควรศึกษาหรือสอบถามรายละเอียดของ
ประเภทธุรกิจที่จะลงทุนการจ่าย เงินค่าตอบแทนที่ผู้บริโภคจะได้รับ ที่มีกำหนดเวลาที่แน่นอน
รวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จะต้องจ่ายในการเริ่มต้นทำธุรกิจ และผู้บริโภคควรระวังไม่หลงเชื่อ
คำเชิญชวนของผู้ที่อ้างว่าเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้จำนวนมากภายในระยะเวลาสั้นๆ



2. การประมูลสินค้าทางอินเทอร์เน็ตโดยหลอกลวง (Internet Auction Fraud)
การโฆษณาขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ตด้วยวิธีการประมูลสินค้า ผู้ซื้อที่สนใจจะเข้าร่วมการประมูลมัก ต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิกของเว็บไซต์นั้นๆ ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ หลังจากนั้นจะได้รับ หมายเลขสมาชิกและรหัสผ่าน (password) ผู้ซื้อจะต้องเสนอราคาซื้อแข่งขันกับผู้ซื้อรายอื่น เมื่อเสร็จสิ้นการ ประมูลถือว่ามีการทำสัญญาซื้อขายระหว่างผู้ประมูลและผู้เสนอขาย โดยจะมีการส่งข้อความทางอีเมล์ (e-mail) แจ้งให้ผู้ซื้อและผู้ขายทราบผลการประมูล และแจ้งรายละเอียดที่จะติดต่อกันได้ เพื่อให้ทั้งฝ่ายผู้ซื้อและ ผู้ขายติดต่อกันในเรื่องการชำระเงินและการส่งมอบสินค้า

ลักษณะการหลอกลวง: การประมูลสินค้าทางอินเทอร์เน็ต เป็นวิธีการซื้อขายสินค้าที่ได้รับความนิยม และเป็นช่องทางการ ติดต่อซื้อขายสินค้าที่สะดวกรวดเร็ว ในรายงานสำรวจที่กล่าวมาแล้วของบางประเทศพบว่า เป็นวิธีการ หลอกลวงที่พบมากที่สุดเช่นกัน การหลอกลวงมีหลายรูปแบบ เช่น ผู้ขายไม่ส่งมอบสินค้าที่ผู้ซื้อประมูลได้ เพราะไม่มีสินค้าอยู่จริง, การหลอกลวงโดยการปั่นราคาซื้อขาย ผู้ขายหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ขายจะ เข้าเสนอราคาเพื่อประมูลสินค้าของตน เพื่อให้สินค้ามีราคาสูงขึ้น ทำให้ผู้ซื้อต้องซื้อสินค้าในราคาที่สูงเกินจริง เป็นต้น
ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้: ผู้ซื้อได้ชำระค่าสินค้าให้แก่ผู้ขายแล้ว แต่ยังไม่ได้รับสินค้า หรือได้รับสินค้าที่ชำรุดเสียหาย หรือเป็นสินค้า ที่มีลักษณะไม่ตรงกับที่มีการเสนอขายแต่แรก ด้านผู้ให้บริการประมูลทางอินเทอร์เน็ตเองก็อาจได้รับความ เสียหาย เพราะผู้ใช้บริการ (ผู้ซื้อและผู้ขาย) ไม่ให้ความไว้วางใจและไม่ใช้บริการวิธีการป้องกัน: ผู้ซื้อควรตรวจสอบว่าเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการด้านการประมูลทางอินเทอร์เน็ต (คนกลาง) มีวิธีการระบุตัวบุคคลที่เป็นผู้ขาย (หรือผู้ซื้อ) ดีพอหรือไม่ กล่าวคือมีการเก็บประวัติ รายละเอียดของผู้ขาย ที่สามารถติดต่อได้ หรือพิจารณาว่าผู้ให้บริการด้านการประมูลทางอินเทอร์เน็ต (คนกลาง) มีนโยบายการ ประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง

3. การให้บริการอินเทอร์เน็ตโดยหลอกลวง (Internet Service Provider Scams) 

ผู้หลอกลวงจะส่งเช็คจำนวนหนึ่ง (เช่นราว 3.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ให้แก่ผู้ใช้บริการ เมื่อมีการเบิกเงินตาม เช็คแล้วก็ถือว่าผู้บริโภคตกลงที่จะใช้บริการของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider - ISP) ที่ได้รับแจ้ง ในการนี้อาจจะไม่มีการแจ้งค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ และมักเป็นการทำสัญญาให้ บริการอินเทอร์เน็ตที่มีระยะเวลานาน ผู้หลอกลวงจงใจให้ผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการเกิดความสับสน และเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการบริการนั้น กล่าวคือเมื่อผู้บริโภคเข้าทำสัญญา ดังกล่าวแล้วจะถือว่า ยินยอมตามเงื่อนไขทุกประการที่ระบุไว้ การหลอกลวงดังกล่าวนี้มักพบในประเทศที่มีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หลายราย และมีบริการที่หลากหลาย


ลักษณะการหลอกลวง:
ผู้บริโภคถูกเรียกเก็บเงินค่าบริการต่างๆ จากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ ยังอาจจะมีคำขู่ ที่กล่าวว่าถ้าหากผู้ใช้บริการ ต้องการเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดสัญญา จะถูกปรับเป็นจำนวนเงินที่สูง


ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้: ผู้บริโภคถูกเรียกเก็บเงินค่าบริการต่างๆ จากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ ยังอาจจะมีคำขู่ที่กล่าวว่า ถ้าหากผู้ใช้บริการต้องการเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดสัญญา จะถูกปรับเป็นจำนวนเงินที่สูง


วิธีการป้องกัน:
เมื่อผู้บริโภคได้รับเช็คโดยไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนแล้ว ไม่ควรทำข้อตกลงใดๆ กับบุคคลอื่น แต่ควรศึกษา รายละเอียดของเอกสารหรือข้อตกลงที่ส่งมาโดยถี่ถ้วน ตรวจสอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะถูกเรียกเก็บให้ครบถ้วน และควรติดต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตโดยตรง


4. การใช้บัตรเครดิตโดยไม่ได้รับอนุญาต (Credit Card Fraud)

การชำระค่าสินค้า ค่าบริการทางอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมที่สุดวิธีหนึ่งคือ การชำระเงินด้วยบัตร เครดิต เนื่องจากมีความสะดวกแก่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ผู้ซื้อสามารถชำระเงินโดยการให้ข้อมูลบัตรเครดิตคือ หมายเลขบัตรเครดิต ชื่อ-สกุลของ ผู้ถือบัตร และวันหมดอายุแก่ร้านค้า ร้านค้าสามารถตรวจสอบได้เพียงว่า บัตรดังกล่าวเป็นบัตรที่ออกโดยผู้ออกบัตรจริง แต่ไม่สามารถตรวจสอบตัวบุคคลผู้ใช้บัตรได้ว่าเป็นบุคคลใด
ลักษณะการหลอกลวง: วิธีการหลอกลวงเกี่ยวกับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตทางอินเทอร์เน็ตมีหลายวิธี ตัวอย่างเช่น การให้บริการดูภาพลามกอนาจารโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป (ตามกฎหมาย สหรัฐอเมริกา) แต่ผู้บริโภคต้องแจ้งข้อมูลบัตรเครดิตให้ผู้ให้บริการทราบ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล แล้วผู้หลอกลวงจะใช้ข้อมูลนี้ไปกระทำผิดในที่อื่น


ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้:
ผู้ถือบัตรที่เป็นผู้บริโภคถูกเรียกเก็บเงินค่าสินค้าหรือบริการจากบริษัทหรือธนาคารผู้ออกบัตร ทั้งที่ผู้ ถือบัตรไม่ได้ใช้บัตรเครดิตชำระรายการนั้นๆ เลย ซึ่งกฎหมายบางประเทศจะให้ความคุ้มครองผู้ถือบัตร ในกรณีนี้ หรือผู้ถือบัตรรับผิดไม่เกินจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในข้อตกลงระหว่างผู้ออกบัตรและผู้ถือบัตร


วิธีการป้องกัน: ผู้ถือบัตรเครดิตไม่ควรแจ้งข้อมูลบัตรเครดิตให้บุคคลอื่นทราบ แต่หากต้องมีการชำระเงินด้วยบัตร เครดิต ทางอินเทอร์เน็ต ก็ควรเลือกร้านค้าที่มีความน่าเชื่อถือ หรือมีหลักแหล่งที่แน่นอนสามารถติดต่อได้ หรือผู้บริโภคอาจเลือกใช้บัตรที่มีวิธีการตรวจสอบตัวบุคคลผู้ใช้บัตรว่าเป็นผู้ถือบัตร เช่น การใช้รหัสประจำ ตัว (PIN) หรือรหัสใดๆ ที่ไม่ปรากฎอยู่บนบัตร แต่ถือ เป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้ถือบัตรที่ไม่เปิดเผย ให้บุคคลอื่นทราบ นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรควรตรวจดูข้อตกลงที่ทำไว้กับผู้ออกบัตรด้วยว่ามีเงื่อนไข ความรับผิดชอบอย่างไร



5. การเข้าควบคุมการใช้โมเดมของบุคคลอื่น (International Modem Dialing/ Modem Hijacking) 
ลักษณะการหลอกลวง: 
การโฆษณาการให้บริการสื่อลามกอนาจารโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ผู้ใช้บริการจะต้องติดตั้งโปรแกรม คอมพิวเตอร์เพื่อดูภาพดังกล่าวหรือเรียกว่า ‘viewer’ หรือ ‘dialer’ ของผู้ให้บริการ เมื่อผู้ใช้บริการเปิดดูภาพ ด้วยโปรแกรมข้างต้นแล้ว การทำงานของโปรแกรมดังกล่าวจะเริ่มเมื่อมีการใช้เครื่องโมเดม (modem) ในขณะเดียวกันโปรแกรมฯ จะควบคุมการทำงานของโมเดม และสั่งให้หยุดการทำงานโดยที่ผู้ใช้บริการไม่รู้ ตัว แล้วจะสั่งให้มีการต่อเชื่อมผ่านโมเดมอีกครั้งหนึ่ง โดยเป็นการใช้โทรศัพท์ ทางไกลจากที่ใดที่หนึ่ง แล้วมีการใช้อินเทอร์เน็ตอีกครั้งจากที่นั้น เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถดูเว็บไซต์


ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้: ผู้ใช้บริการจะถูกเรียกเก็บเงินค่าโทรศัพท์ทางไกลจำนวนมาก ทั้งที่ผู้ใช้บริการอาจไม่รับรู้ ซึ่งเป็นเพราะ มีบุคคลอื่นลักลอบใช้โทรศัพท์โดยอาศัยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าว
วิธีการป้องกัน: ผู้ใช้บริการหรือผู้บริโภคควรหลีกเลี่ยงไม่ติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สำหรับการให้บริการใดๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูเว็บไซต์ที่มีข้อมูลภาพลามกอนาจาร และควรตรวจสอบเงื่อนไข และค่าใช้จ่ายต่างๆ ถ้าพบสิ่งผิดปกติ ต้องแจ้งระงับการใช้งานกับผู้ให้บริการทันที นอกจากนั้น ผู้ใช้บริการควรตรวจสอบใบแจ้งหนี้ค่าบริการโทรศัพท์อย่างสม่ำเสมอ



6. การหลอกลวงให้ใช้บริการเกี่ยวกับเว็บไซต์ (Web Cramming)

ลักษณะการหลอกลวง:
การหลอกลวงว่ามีการให้บริการเปิดเว็บเพจ (web page) โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เช่นการเปิดเว็บเพจ เป็นเวลา 30 วัน และไม่มีข้อผูกพันใดๆ ถ้าไม่ใช้บริการต่อไป


ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้: เมื่อมีการตกลงใช้บริการดังกล่าวแล้ว ผู้ใช้บริการจะถูกเรียกเก็บเงินค่าใช้บริการโทรศัพท์ หรือค่าใช้ บริการในการมี เว็บเพจ (ค่าธรรมเนียมการใช้พื้นที่) เป็นจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ตนไม่เคยใช้บริการ หรือไม่ได้สมัคร แต่อย่างใด ผู้ใช้บริการยังไม่ สามารถแจ้งให้ผู้ให้บริการยกเลิกได้ทันทีอีกด้วย
วิธีการป้องกัน:
ผู้บริโภคควรตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ให้บริการ และเลือกใช้บริการที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น (กรณีนี้มักพบใน ประเทศที่มีผู้ให้บริการโทรศัพท์จำนวนมากเช่นในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น) 


7. การหลอกลวงโดยใช้การตลาดหรือการขายแบบตรง (Multilevel Marketing Plans/ Pyramids)

ลักษณะการหลอกลวง: การหลอกลวงในลักษณะนี้คล้ายคลึงกับการนำสื่อโฆษณาในการทำตลาดหรือการขายตรง โดยมีการ
ชักชวนให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วมเป็นสมาชิกในเครือข่ายธุรกิจ โดยการกล่าวอ้างว่าผู้ขายจะได้รับสิทธิในการจำหน่ายสินค้าหลายชนิด และได้รับผลประโยชน์จากการขายสินค้าหรือชักชวนบุคคลอื่นเข้ามาเป็นตัวแทนขายตรงเป็นทอดๆ ทำให้ผู้ที่ได้รับประโยชน์จริงมีจำนวนน้อยราย


ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้: ผู้บริโภคที่เข้าร่วมเครือข่ายจะต้องชำระค่าสมาชิกจำนวนหนึ่ง แต่จะไม่มีรายได้ประจำแต่อย่างใด
รายได้ของผู้บริโภคจึงไม่แน่นอนและมักจะไม่ได้รับผลประโยชน์ตามที่ผู้หลอกลวงกล่าวอ้าง เพราะไม่
สามารถขายสินค้าได้ตามเป้าหมาย


วิธีการป้องกัน: ผู้บริโภคควรระมัดระวังในการสมัครเป็นสมาชิกหรือตัวแทนจำหน่ายสินค้า ที่ต้องหาสมาชิกรายอื่น
เพิ่มขึ้นหรือต้อง จำหน่ายสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูงให้ได้ตามยอดจำหน่ายที่กำหนด เพราะอาจถูก
หลอกลวงได้ 

8. การหลอกลวงโดยเสนอให้เงินจากประเทศไนจีเรีย (Nigerian Money Offers)

ลักษณะการหลอกลวง: ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะได้รับข้อความจากจดหมายหรืออีเมล์ (e-mail) จากบุคคลที่กล่าวอ้างว่ามีความ
สำคัญในประเทศไนจีเรีย เพื่อขอช่วยเหลือในการโอนเงินจำนวนมากไปยังต่างประเทศ โดยผู้บริโภคจะได้รับเงินส่วนแบ่ง จำนวนนับล้านเหรียญ ดอลลาร์สหรัฐฯ

ข้อความในจดหมายหรืออีเมล์มีเนื้อหาทำนองว่า ประชาชนในประเทศไนจีเรียไม่สามารถเปิด
บัญชีเงินฝากในต่างประเทศ หรือโอนเงินออกนอกประเทศที่มีมูลค่าราว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้
หรือรัฐบาลไนจีเรียต้องการทำธุรกิจกับชาวต่างชาติ จึงต้องการความช่วยเหลือจากชาวต่างชาติในการ
เปิดบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวันที่เบิกด้วยเช็ค ซึ่งท่านจะได้รับค่า ตอบแทนหรือค่านายหน้า
ผู้บริโภคเพียงแต่แจ้งรายละเอียดของบัญชีเงินฝากของตน และกรอกเอกสารพร้อมทั้งลงลายมือชื่อ
ของเจ้าของบัญชีเท่านั้น


ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้: เมื่อมีการแจ้งข้อมูลบัญชีเงินฝากแล้ว ผู้บริโภคจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายในการ
ดำเนินการตลอดเวลา โดยให้ผู้บริโภคโอนเงินเข้าบัญชีที่แจ้งไว้ ผู้ที่หลอกลวงจึงสามารถเบิกเงินจาก
บัญชีดังกล่าวได้ โดยอ้างเอกสารมอบอำนาจของเจ้า ของบัญชี แต่การโอนเงินลักษณะนี้อาจทำไม่ได้
ในประเทศไทย เว้นแต่จะเป็นการโอนเงินระหว่างบัญชีของธนาคารเดียวกัน ทางอินเทอร์เน็ต


วิธีการป้องกัน:
ผู้บริโภคไม่ควรหลงเชื่อบุคคลอื่นที่อ้างตัวและเสนอจะให้ผลประโยชน์จำนวนมหาศาลโดยไม่มี
ความเสี่ยงเช่นนี้ และ ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลบัญชีธนาคารของตนแก่ผู้อื่นด้วย


9. การหลอกลวงให้จดทะเบียนโดเมนเนม (domain name registration scams) 



ลักษณะการหลอกลวง: ผู้ที่ต้องการทำธุรกิจทางอินเทอร์เน็ตที่ต้องการมีเว็บไซต์และโดเมนเนมของตนเอง จะได้รับ
การเสนอแนะว่าท่านสามารถได้รับสิทธิในการจดทะเบียนโดเมนเนมในระดับบนที่เรียกว่า
“Generic Top-Level Domain’ หรือ gTLD ได้แก่ .com, .org, .net, .int, .edu, .gov,
.mil, .aero, .biz, .coop, .info, .museum, .name, and .pro เป็นต้น ก่อนบุคคลอื่น
และถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจองโดเมนเนมที่ต้องการ ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีการให้บริการ
ในลักษณะดังกล่าว


ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้:
ผู้ที่หลงเชื่ออาจได้รับความเสียหายเพราะได้ชำระเงินให้แก่ผู้ที่หลอกลวง โดยไม่ได้รับสิทธิหรือ ประโยชน์ตามที่กล่าวอ้าง


วิธีการป้องกัน: หลีกเลี่ยงการใช้บริการการขอจดทะเบียนโดเมนเนมล่วงหน้า ที่ให้การรับรองว่าจะได้รับสิทธิ ในการเลือกโดเมนเนมประเภทนี้ (gTLD) ก่อนบุคคลอื่น และไม่ควรหลงเชื่อคำโฆษณา ควรติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการยื่นขอจดทะเบียนจากผู้รับจดทะเบียนที่ได้รับสิทธิภายใน ประเทศหรือเว็บไซต์ของ ICANN (Internet Corporation for Assigned Names and Numbers) (www.icann.org) ควรใช้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต, บริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือใช้บริการของ “ศูนย์สารสนเทศเครือข่ายแห่งประเทศไทย” (Thailand Network Information Center – THNIC) (
www.thnic.net

10. การหลอกลวงโฆษณาหรือขายยามหัศจรรย์ (miracle products) 

ลักษณะการหลอกลวง: การโฆษณาหรือขายยาทางอินเทอร์เน็ตที่อ้างสรรพคุณว่าสามารถรักษาโรคหรืออาการ
เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง, โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (HIV/AIDS), โรคความดัน
โลหิตสูง ฯลฯ หรือสามารถบรรเทาความเจ็บป่วยได้ภายในระยะเวลาอันสั้น และมักอ้างว่ายาเหล่านี้
ได้รับการรับรองหรือการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว


ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้: ผู้ป่วยที่ซื้อยาดังกล่าวโดยเชื่อว่าสามารถรักษาความเจ็บป่วยได้ อาจต้องสูญเสียเงินหรือ
โอกาสในการได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง นอกจากนั้น ยังอาจได้รับอันตรายจากการใช้ยาเหล่านั้นด้วย


วิธีการป้องกัน: การใช้ยารักษาโรคควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น


แหล่งข้อมูล

National Fraud Information Center, Internet Fraud Statistics (2001-2000),
http://www.fraud.org/internet/2001stats10mnt.htm
National Fraud Information Center, Six-Month Data Trends Report May-November 2000
http://www1.ifccfbi.gov/strategy/6monthreport.pdf
Federal Trade Commission, Operation Top Ten Dot Cons (October 2000),
http://www.ftc.gov
Ministry of Consumer Affairs, Scam Watch!,
http://www.ecommerce.or.th/project/fraud/index.html

วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558

กลโกงในการหลอกขายสินค้าออนไลน์

ระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้มีความฉลาดอย่างมากในการดักจับข้อมูลของผู้ใช้โดยที่ผู้ใช้เองไม่รู้ตัว ด้วยกลไกของระบบการตลาดทำให้มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการเก็บข้อมูลของผู้บริโภคผ่านการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้โดยง่าย เช่น บน facebook ก็จะทราบว่าผู้ใช้งานรายนี้เคย search หาข้อมูล หรือกด Like แฟนเพจเกี่ยวกับเรื่องอะไร เป็นลูกค้าของกลุ่มสินค้าอะไร มีความสนใจด้านไหน ก็จะขึ้นโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้บริโภครายนั้น เช่นเดียวกับระบบอีเมลสาธารณะก็มีการโฆษณาตามข้อมูลความสนใจของผู้บริโภค หรือแม้แต่เว็บไซต์แหล่งสืบหาข้อมูล (search engine) เช่น Google ก็จะเก็บข้อมูลของการค้นหาข้อมูลของผู้ใช้งานเช่นกัน ว่า search หาข้อมูลเกี่ยวกับอะไร จึงเป็นโอกาสที่มิจฉาชีพจะสืบค้นข้อมูลได้ว่ากลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการ หรือความสนใจในสินค้าประเภทนี้มีใครบ้าง และก็ฉวยโอกาสในการโกงได้ ซึ่งวงจรของกลโกงที่มิจฉาชีพร้านขายสินค้าปลอมมักจะใช้เพื่อหาเหยื่อนั้นมี 6 ขั้นตอน ได้แก่
  1. มิจฉาชีพจะติดต่อหาเหยื่อที่กำลังต้องการสินค้า โดยแฝงตัวไปอยู่ในกลุ่มแฟนเพจ หรือเปิดเว็บไซต์ปลอมและแอบโฆษณาแฝงผ่านแฟนเพจต่างๆ ที่มีผู้ชมเป็นจำนวนมาก เช่น แฟนเพจดารา คนดัง เป็นต้น และทำให้คนเห็นและสนใจติดต่อกลับไปหา
  2. สร้างความเชื่อถือด้วยภาพสินค้า และหลักฐานปลอมเพื่อระบุตัวตน ซึ่งจริงๆ แล้วอาจเป็นภาพที่หาได้บนอินเทอร์เน็ต การเขียนข้อความ Review ปลอมขึ้นมา เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ และใส่ข้อมูลของชื่อผู้ขายปลอม ช่องทางการติดต่อต่างๆ ที่ชัดเจนเพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ ซึ่งเคยมีกรณีที่ผู้ขายหลอกขายตุ๊กตาเฟอร์บี้โดยแอบอ้างว่าเป็นดารามาแล้ว และมีเหยื่อที่หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก
  3. หว่านล้อมให้เหยื่อยอมโอนเงินค่าสินค้า หากเหยื่อรู้สึกว่าราคาถูกจนผิดปกติ หรือ รู้สึกไม่ไว้วางใจ มิจฉาชีพก็จะพยายามพูดโกหกเพื่อตอบข้อสงสัยของเหยื่อ เช่น บอกว่าขายราคาถูกเพราะไม่มีค่าลงทุนในการเปิดเว็บไซต์ เน้นรับมาจากแหล่งผลิตและขายให้กับผู้บริโภคเลย เป็นต้น จนเหยื่อยอมโอนเงินค่าสินค้าให้
  4. ส่งสินค้าปลอมให้เหยื่อ หรือในกรณีที่แย่ที่สุด คือไม่ส่งสินค้าใดๆ ให้เลย หลังจากได้รับเงินแล้ว มิจฉาชีพก็จะถือว่าเหยื่อติดกับแล้ว และเตรียมการหลบหนี
  5. ปิดช่องทางการสื่อสาร และหลบหนี  ลบข้อมูลทุกอย่างทิ้ง ปิดเบอร์โทรศัพท์ ลบอีเมลทิ้ง และหลบหนีปกปิดตัวตนของตน ทำให้เหยื่อติดต่อกลับไม่ได้ และเริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอกแล้ว จะแจ้งตำรวจก็ค่อนข้างยากในการหาหลักฐานต่างๆ
  6. เปลี่ยนชื่อ หลักฐาน เริ่มวงจรหลอกลวงใหม่
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้แถลงการณ์ถึงการร้องเรียนของผู้บริโภคในเรื่องปัญหาการใช้บริการของธุรกิจออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีจำนวนกว่า 200-300 รายที่ได้ร้องเรียนปัญหาจากการตกเป็นเหยื่อของการซื้อสินค้าออนไลน์ ซึ่งส่วนมากที่พบจะเป็นกลุ่มของสินค้าประเภทของแบรนด์เนมที่มีราคาแพง โดยเฉพาะกระเป๋า รองเท้า นาฬิกา และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกซ์ ซึ่งขายในราคาถูกกว่าราคาท้องตลาด ผู้ที่ร้องเรียนประสบปัญหากับการได้รับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ คุณภาพต่ำกว่าที่โฆษณา ได้สินค้าไม่ตรงกับที่สั่งซื้อหรือไม่ตรงกับที่ต้องการ และที่แย่ที่สุดก็คือไม่ได้รับสินค้าเลย (มี.ค. 2557 เว็บไซต์ ch3.sanook.com) ผู้บริโภคที่ฉลาดรู้ ฉลาดซื้อ อย่าหลงเชื่อโฆษณาเพียงเพราะสินค้าราคาถูก เพราะบางครั้งของถูกอาจจะไม่ใช่ของดีเสมอไป และควรระมัดระวังกลโกงในการซื้อของออนไลน์เอาไว้ด้วย
หากตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงผ่านการซื้อขายออนไลน์ สามารถคลิกแจ้ง
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) 
ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ ทุ่งสองห้อง หลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
ข้อมูลการติดต่อ : โทรศัพท์ 1166
ลิงค์หน่วยงาน : http://www.ocpb.go.th/
อีเมลติดต่อ : consumer@ocpb.go.th

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ใครเป็นใคร ใน UFUN

Ling Tang ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 2 รูป
สวัสดีเจ้าค่ะ
วันนี้ดิฉันได้รวบรวมประเด็นของคุณสนุกที่ได้ข้อสรุปแล้ว และประเด็นที่ยังมีข้อสงสัยรอการตรวจสอบไว้ สร้างเป็น Chart รูปภาพไว้ให้ค่ะ จะได้เข้าใจกันได้ง่ายขึ้นนะค่ะ
และเพื่อสนับสนุนข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ DSI และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดิฉันได้ทำ Chart คุณสนุกมาให้ค่ะ จะได้ออกหมายจับให้ครบทุกคนนะค่ะ และฝาก DSI ตามล่าตัวละครลับอื่นๆ ด้วยนะค่ะ จริงๆ มีอีกหลายตัวเลย แต่เอาตัวละครสำคัญไปก่อนนะค่ะ รอบต่อไปอาจจะลงไปถึงรายชื่อแม่ทีมที่เป็นหัวเรือใหญ่เลยก็ได้นะค่ะ ตอนนี้ดิฉันมีข้อมูลครบทุกท่านแล้ว ไว้จะเอามาแสดงในโอกาสต่อไปนะค่ะ
สำหรับตัวละครคนไทยคนไหนใน Chart ที่คิดว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้อง รีบเข้ามอบตัวแสดงความบริสุทธิ์ก่อนได้เลยนะค่ะ มิเช่นนั้นอาจถูกข้อหาร่วมกันหลอกลวงช่อโกงประชาชน+ฟอกเงินได้นะคะ หรือเข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่หรือติดต่อ DSI ได้เลยค่ะ โดยเฉพาะคนที่ดูแลด้านไอทีอยู่ที่ตึกเนชั่นนะค่ะ อย่าเสียเวลาฟ้องแก้เก้อนะค่ะ มันไม่มีประโยชน์และจะยิ่งทำให้ท่านดิ้นในข้อกฏหมายไม่หลุดอีกนะคะ
ถึงคุณผู้จัดการสุดหล่อนะค่ะ กลับตัวกลับใจตอนนี้ยังไม่สายนะค่ะ รีบโทรหา DSI เพื่อให้ข้อมูลกับทางการ เผื่อทางการจะได้กันท่านไว้เป็นพยาน คนมาเลย์เขาไม่จริงใจกับท่านจริงๆ หรอกนะค่ะ เขาเตรียมโยนให้ท่านรับบาปไว้แล้ว รีบแจ้งให้ DSI อายัดเงินบัญชีคุณสนุกไว้นะค่ะ จะได้เอาไว้จ่ายให้ผู้เสียหาย เตือนไว้ด้วยความหวังดีนะค่ะ
ถึงท่านนายพลนะค่ะ ดิฉันมีเพลงมาฝากค่ะ ไม่รู้ว่าท่านลืมคำปฏิญาณของท่านไปแล้วหรือยัง ดิฉันขอเตือนสติท่านด้วยเพลงพระราชนิพนธ์เพลงนี้นะค่ะ
ท่านเป็นคนไทย 2 คนที่สามารถช่วยประเทศไทย ช่วยคนไทยไม่ให้ตกเป็นเหยือของแชร์ลูกโซ่ชาวมาเลย์ได้นะค่ะ

ขอบคุณที่มาจากคุณ Ling Tang

*********************************************************************************


มีคน inbox มาถามเยอะ เรื่อง ufun utoken ไอ้สัส แม่งหลอกคนแก่ๆกันเยอะในตลาดหน้าปากซอยบ้านกู มาพูดแบบเพ้อฝัน โถถถถถถถ ไอ้เหี้ย บางคนหมดตัว กู้หนี้ยืมสินมา เหมือนหนังเรื่องนึง เรื่อง เฉิ่ม ที่มีบริษัทนึงแบบนี้เลย กูจำชื่อได้แม่น future perfect สุุดท้าย ตายห่า ...

พวกมึง กูจะสอนมวยอะไรไว้อย่าง จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ มึง ... อย่าไปคิดเล่นกับค่าเงิน กูคนนึง ที่ไม่คิดเอาชนะค่าเงินแน่นอน กูเนี่ยล้ำสัสๆ ถ้ามึงตามกูมาตั้งแต่เพจก่อน มึงจะรู้ว่ากูเชี่ยวชาญเรื่องการเงิน เงินแข็ง เงินอ่อน กูอธิบายได้สบาย เพราะกูนำเข้าส่งออกรัวๆไงล่ะ กูแทบจะหลับตานึกภาพได้ พอๆกับ ราคาน้ำมัน กูวงในสัสๆไงล่ะ SPRC IRPC ปตท. ESSO Thaioil SUSCO PT บางจาก กูแม่งรู้ตื้นลึกหนาบางดี แต่ไม่บอกพวกมึงหรอก

พอๆ กลับมาก่อน เออไปดูกันเอาเอง กูรวยขนาดนี้ กูไม่คิดจะแตะค่าเงินเลย เงินที่ดี ต้องมาจากเงินที่มึงสร้างคุณค่าให้กับสังคม ยกตัวอย่าง สาวยาคูลท์ มึงเอายาคูลท์ไปแลกความสุขให้คนที่อยากแดก เออ แบบนี้เข้าท่า

แต่เงินบาทที่มึงใช้ มันก็เงินปลอมๆ (ถ้ายังไม่เข้าใจ ก็ไม่เป็นไร อิอิ) เอาเงินปลอมๆ ไปแลกเงินปลอมๆ มาหลอกลวงพวกมึง ถ้ามันทำได้จริง ไม่เสี่ยง นักลงทุนของกองทุนในธนาคาร มันมาลงทุนกันหมดแล้ว หรือขนาด รัฐบาล อาจจะลงมาซื้อรัวๆ เพราะว่าได้ผลตอบแทนดีกว่า พันธบัตร แต่ทำไมมันไม่ซื้อ มาหลอกขายพวกมึง ยอมเสียเวลามานั่งคุยกับมึงนานๆ คิดสิคิด อย่าโง่

เครดิต หัวหน้ากิล

แต่กูเชื่อว่า คนยังโดนหลอกเยอะ พวกป้าๆ ลุงๆ แม่งเพ้อกันชิบหาย กูไม่รู้จะช่วยยังไง กูขอเอาตัวรอดคนเดียวก่อนแล้วกัน พวกมึง อย่าไปโง่กับเรื่องพวกนี้ล่

อ่านงบกันเองแล้วกัน อิอิ พล่ามมาซะนาน เสียเวลากูดูบอลชิบหาย

หนีไม่รอด! ปคม.จับสึกหลวงพี่ หนีคดี แชร์ยูฟัน หลบมาบวชที่สระแก้ว

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อย่าหลงเชื่อร่วมลงทุนกับธุรกิจขายตรง‬ # หยินซู่เหม่า จำกัด หรือ ‪#‎YSLM‬

กระทรวงพาณิชย์ เตือนปชช.‪#‎อย่าหลงเชื่อร่วมลงทุนกับธุรกิจขายตรง‬ # หยินซู่เหม่า จำกัด หรือ ‪#‎YSLM‬ ห่วงแฝงแชร์ลูกโซ่หลอกเงิน....


นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่สื่อต่างประเทศได้ติดตามและนำเสนอข่าวธุรกิจข้ามชาติในนาม บริษัท หยิน ซู่ เหม่า จำกัด หรือ YSLM ซึ่งมีประวัติประกอบธุรกิจแชร์ลูกโซ่ได้ก่อความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจ โดยโฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนร่วมลงทุนเพียงสมัครสมาชิกและมีโอกาสร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีได้ ทางกรมฯเกรงว่าบริษัทดังกล่าวจะย้ายฐานการดำเนินงานเข้ามาในประเทศไทยเพื่อหลอกลวงประชาชนเนื่องจากบริษัทดังกล่าวได้เข้ามาจดทะเบียนในประเทศไทย โดยใช้ชื่อแรกในการจัดตั้งบริษัทคือ บริษัท ซี.ดี.ที.อัพ. จำกัด เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2557 และเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท หยิน ซู่ เหม่า จำกัด เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2557 โดยมีวัตถุประสงค์ดำเนินธุรกิจขายตรงและการตลาดแบบตรง แต่ยังไม่ได้ยื่นขออนุญาตหรือจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

ซึ่งในเบื้องต้น กรมฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ตั้งสำนักงานของบริษัทฯ ปรากฏว่ามีอยู่จริงแต่มีสภาพเป็นที่พักอาศัย ไม่มีการประกอบกิจการใดๆ ทั้งนี้ เจ้าบ้านได้ให้ข้อมูลว่ามีการตกลงยินยอมให้บริษัทฯ เช่าสถานที่เป็นที่ตั้งสำนักงานจริง แต่ไม่ทราบว่าเช่าเพื่อประกอบกิจการในชื่อบริษัทอะไร กรมฯ จึงได้มีหนังสือแจ้งให้บริษัทฯ จัดส่งบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีต่อกรมฯ โดยทันทีและจะตรวจสอบตามกฎหมาย พร้อมทั้งได้แจ้งข้อมูลไปยังอีกหลายหน่วยงานเพื่อพิจารณาดำเนินการตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย



------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตร. ยกแก้งค์ แชร์ลูกโซ่ข้ามชาติ บริษัทชื่อ หยิน ซู เหม่า จำกัด (YUM SHU MAO) หรือ (YSML) 


28 ต.ค.57 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รักษาราชการแทน รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.เดชณรงค์ ส
ุทธิชาญบัญชา รักษาราชการแทน ผู้ช่วย ผบ.ตร. , ร.ต.อ.สุวนีย์ แสวงผล รองเลขาธิการ พร้อมคณะ แถลงจับกุมขบวนการแชร์ลูกโซ่ข้ามชาติรายใหญ่ ประกอบด้วย นายซ่ง มี่ ชิว หรือนายศุภชัย รุจาธร , นายเกิ้ง เหลี่ยนเปา หรือนายสุรินทร์ โสภณสุขสันต์ อายุ 27 ปี และ น.ส.วาง เวน ฟาง หรือ น.ส.ปาชัวชิว แซ่ย่าง พร้อมของกลาง เงินสดสกุลเงินต่างๆ มูลค่า 987,110 บาท , หนังสือสัญญาขายที่ดิน จ.ภูเก็ต 5 ฉบับ มูลค่า 22,350,000 บาท , โฉนดที่ดิน ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต 2 ฉบับ , บัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ ของ น.ส.ปาชัวชิว แซ่ย่าง มีเงินในบัญชี 1,500,000 บาท และบัตรประชาชนชื่อ นายศุภชัย รุจาธร และ น.ส.ปาชัวชิว แซ่ย่าง จับกุมได้ที่หน้าคอนโดมิเนียมหรรษาเรสซิเดนซ์ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.และที่หน้าบ้านพักในซอยมัณฑนา ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รักษาราชการแทน ผบช.ภ.8 ได้รับรายงานเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลต่างด้าว มีพฤติกรรมปลอมแปลงบัตรประชาชน และมีการใช้จ่ายเงินสดจำนวนมากผิดสังเกตในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.สยศ. , พ.ต.อ.สมาน ชัยณรงค์ รอง ผบก.สส.บช.ภ.8 , พ.ต.อ.เฉลิมพล จินตรัตน์ รอง ผบก.สส.สตม. , พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรมัย ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต สืบสวนเชิงลึกติดตามกลุ่มบุคคลดังกล่าว กระทั่งพบว่าเป็นขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ

ทั้งนี้ สำหรับพฤติการณ์ของขบวนการดังกล่าว จะใช้บัตรประชาชนปลอมในการทำนิติกรรมต่างๆ และรวมตัวกันเป็นเครือข่ายจัดตั้งบริษัทชื่อ หยิน ซู เหม่า จำกัด (YUM SHU MAO) หรือ (YSML) ซึ่งเป็นธุรกิจลักษณะหาสมาชิกเพื่อหลอกลวงประชาชนโดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำ ซึ่งกลุ่มขบวนการนี้เคยกระทำความผิดลักษณะดังกล่าวมาแล้วในประเทศจีน โดยใช้ชื่อบริษัทนี้ มีผู้หลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิกกว่า 100,000 ราย มูลค่าความเสียหาย 1.3 พันล้านหยวน หรือประมาณ 6,000 ล้านบาท ซึ่งในประเทศจีนได้มีการออกหมายจับขบวนการดังกล่าวไว้แล้ว 10 ราย

นอกจากนี้ ยังพบว่าขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติรายนี้ ยังเคยก่อเหตุหลอกลวงลักษณะเดียวกันในประเทศมาเลเซีย ในชื่อบริษัทแห่งนี้โดยมีผู้หลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิกมากกว่า 80,000 ราย มูลค่าความเสียหาย 300 ล้านริงกิต หรือประมาณ 3,000 ล้านบาท

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า เมื่อเดือน มิ.ย.57 กลุ่มบุคคลดังกล่าวเริ่มเข้ามาดำเนินการในประเทศไทย และใช้ชื่อบริษัท หยิน ซู่ เหม่า จำกัด (YSLM ) เปิดรับสมัครสมาชิก ซึ่งเชื่อว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายให้ประชาชนที่หลงเชื่อ และเศรษฐกิจโดยรวมเป็นอย่างมาก จึงสั่งการ พล.ต.ท.เดชณรงค์ เป็นผู้ควบคุมคณะทำงาน โดยมี พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.สยศ.เป็นหัวหน้าชุด ในการสืบสวนติดตามจับกุมขบวนการดังกล่าว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทั่งมีการรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดภูเก็ต ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด ในความผิดฐานใช้หรือแสดงบัตรอันเกิดจากการยื่นคำขอโดยแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ และแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จและใช้เอกสารดังกล่าว (บัตรประชาชน) และติดตามจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้กำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด ใน จ.ภูเก็ต เพื่อขยายผลการจับกุม โดยพบผู้ร่วมกระทำความผิดเพิ่มเติม ประกอบด้วย น.ส.หลิว กู จัน , นายหลิว ไห่ จัน และนายลู่ ชุน หัว สัญชาติจีน พร้อมประสานสถานเอกอัครราชทูตจีน เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย นอกจากนี้ได้ตรวจยึดทรัพย์สินต่างๆ ได้แก่ เงินสดสกุลต่างๆ มูลค่า 5,000,000 บาท , โฉนดที่ดิน 9 แปลง มูลค่าประมาณ 200,000,000 บาท , ทองรูปพรรณน้ำหนัก 2 กิโลกรัม มูลค่า 2,200,000 บาท , ตู้เซฟ , รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว ทะเบียน กล-1962 ภูเก็ต , รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า พลาโด้ สีขาว ทะเบียน กล-1872 ภูเก็ต , รถยนต์ ยี่ห้อแลนโรเวอร์ ป้ายแดง สีขาว รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 240 ล้านบาท และยังอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องต่อไป


วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เก็บตก...เรื่อง UFUN

ระวัง!!แชร์ลูกโซ่ ภัยมืดเมื่อเศรษฐกิจซบเซา ช่วงนี้คิดว่าเศรษฐกิจ ค้าขายได้ยาก เศรษฐกิจซบเซา แต่ธุรกิจแบบนึงจะรุ่งเรืองเพราะคนต้องการหารายได้เพิ่ม ในปัจจุบันการชักชวนไปลงทุนที่มีผลตอบแทนสูง โดยอ้างว่าทำธุรกิจ



ถ้ามีลักษณะ ลงเงิน แต่ไม่ต้องทำอะไรยุ่งยาก ไม่ต้องมีทักษะหรือความรู้เฉพาะด้าน ทำง่ายๆเป็นธุรกิจมหัศจรรย์มักจะมีแนวโน้มที่เป็นแชร์ลูกโซ่ ลองอ่านดู

1. กำไรสูงอย่างไม่น่าเชื่อ : ไม่มีแชร์ลูกโซ่รายไหนที่ให้ผลตอบแทนน้อยๆ เพราะธุรกิจที่เราจะเข้าไปลงทุนเป็น "ธุรกิจมหัศจรรย์" ทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกรรม อุ้ย! เป็นกอบเป็นกำ อย่างที่ไม่มีใครในโลกจะปฏิเสธผลกำไรที่แสนจะงดงามแบบนั้นได้ลงคอ
2. ไม่มีแชร์ลูกโซ่รายไหนที่ให้ผลตอบแทนช้า : เพราะถ้าได้เงินช้ามันก็ไม่ใช่ธุรกิจมหัศจรรย์น่ะสิ แถมยังอาจจะไม่ทันอกทันใจนักลงทุนที่อยากเห็นเงินก้อนโตภายในเวลาไม่กี่เดือน เพราะฉะนั้น คำโฆษณาชวนเชื่อที่ได้ยินกันบ่อยๆ ก็หนีไม่พ้น
รวยเห็นๆ 6 เดือน 266%
10 เดือนกำไร 222%
กำไรเดือนละ 68%
กำไรทุกวัน วันละ 3% ทุก 15 วัน รับไปเลย 7.6% แค่ 60 วัน ได้ 142%
ทั้งๆ ที่การลงทุนที่ให้กำไรสูงๆ ในเวลาสั้นๆ มักไม่มีจริง
----------------------------------------------------------------------------------------------------------


ข้อความต่อไปนี้ ลองวิเคราะห์ดู ผมเจอกับตัวเอง ผมคือสื่อมวลชน คนจนๆ ลูกอิสาน โชคดีมาเป็นนักข่าวทำงานเมืองชน ทำงานเดือนไม่เคยถึง3000 บาท รู้จักผู้ใหญ่เยอะ จึงชอบแสวงหา สิ่งดีๆ และความถูกต้องเพื่อ คอยบริการพี่น้อง หารายได้อีกทาง(ประมาณว่าจริงๆไม่ลวงหลอก)

    ....วันหนึ่ง มีบิดาในอาชีพประกัน ที่เคยนำผมเข้าอาชีพประกัน วันที่ผมเดินเข้าไปใน สาขาบริษัท ท่านเอารายได้ที่ท่านทำได้อยู่บริษัทนี้ มาโชว์ให้ผมดู เป็นแสน  รวมแล้ว..เป็นล้าน น่าเขื่อถือมากเพราะ หากเรามีลูกค้าเยอะ เราได้ค่าคอม มากแน่นอน ท่านเก่ง...ท่านเจ๋ง...ท่านสุดยอดนับเป็นตำนานแห่งอาชีพ  สำหรับเราลูกอิสาน คนจนๆ..ควรทำเป็นแบบอย่าง

   ....ต่อมาวงแตก..ลิเกเลิก..ท่านนำคนกลุ่มหนึ่งไปบริษัทใหม่...เพราะท่านว่ามันดี  มันเจ๋ง...แต่ไปบริษัทใหม่ ท่านพบว่า ,,ท่านเกือบรอดเพราะมีเงินเดือน แต่กลุ่มลูกๆที่ท่านสร้าง...ตายสนิท ต้องกลับมาบริษัทเดิม...นับหนึ่งใหม่..แต่ขอชมเชยกลุ่มทีมงานเดิมที่ไม่ย้ายบริษัท ไปตามท่าน ทีมเดิมเท่านที่เป็นลูกๆท่านสร้างกันไว้  วันนี้..เป็นผู้บริหารใหญ่ในบริษัท...รวยกันทุกคนเพราะอาชีพประกัน..มีบ้าน มีรถ มีรายได้หลายแสนๆ ต่อเดือนกันทุกคน เพราะขายประกัน มีลูกค้าเยอะ รายได้เยอะตาม

    ......วันหนึ่ง ท่านมาหาผม บอกว่า ไอ้ U..มันรวยๆๆๆๆ.เบอร์ 1 บริษัท มีเงินเข้า วันละ2 แสน ถึง 8แสนบาท .ผมลองติดตามไปฟังดู...ผมตามฟัง3อาทิตย์..เข้าใจครับ..ว่ามันน่ารวยน่ะ...หากเรามีเงินในมือ สัก1แสนบาท  แล้วไปหา คนมาต่อ เป็นลูกโซ่จากเรา และนำเงินมาลงทุน 1 แสนเช่นเราและ มีลูกๆๆมาซื้อตามกันเป็นแสนๆๆๆ โอ้โห้ รวยแน่เพราะส่วนแบ่งการตลาดต่างๆ...ไหนจะส่วนแบ่งค่าชั้นที่เราลงทุนชั้นแสนๆๆ และหาคนมาลงทุนต่ออีก แสนๆๆ รวยๆๆๆๆๆ.....แน่ครับ

      ....แต่ความเป็นจริง ผมมีรายได้ต่อเดือน จากการทำข่าว หากข่าวขึ้น หน้า1 นสพ.เยอะ ได้เงินเยอะ แต่สูงสุดไม่เคยเกิน 3พันบาท  หากข่าวน้อย ได้เงินน้อย ประมาณ 6-700 บาท ต่อเดือน แล้วผมจะเอาเงินที่ไหนไปลงทุน ทั้งที่มีศักยภาพชวนคนมาลงทุนเป็นแสนๆ ก็ได้ หากมันได้จริงๆ ผมจึงคุย บิดาในอาชีพ ที่ท่าน มาชวนผม..ขนาดท่านบิดามาชวนผม ยังโชว์เงินรายได้เป็นแสนๆ ผมจึงเชื่อมั่นว่าอาชีพประกันมันเจ๋ง ทำได้ ขายได้ แต่ไอ้ U นี่ มันเป็นอะไรที่จับไม่ได้ ท่านมีเงินเยอะแล้ว ลองออกค่า รหัสต่ำๆ500 ดอลฯ ? ให้ผมได้ทำงานได้ไหมครับ ผมจะคืนให้ท่านเพื่อผมจะได้ นำไอ้ที่ว่า งานU ...ของ I ไปขยายงานต่อ และจะได้โชว์รายได้ให้ท่านเหล่านั้นดูท่านจะได้เชื่อ ว่า มันทำแล้ว รวยจริง ไม่หนีไปอย่างที่หลายบริษัท ทำกัน

     
....แต่พอผมไม่มีเงินมาเพื่อต่อยอดให้กับ บิดา? ท่านก็ค่อยๆๆๆ หายไป...และก็หายไปในที่สุด ไอ้ผม มันคนชอบลอง ...ตัดสินใจ โทรหาเบอร์ 1 เปิดไลน์ กลุ่มลูกค้าว่าผมรู้จักนักธุรกิจใหญ่หลายคน แต่ผมเป็นสื่อมวลชน จะไปหลอกท่านเหล่านั้น มาลงทุนให้เชื่อ มันคงลำบาก ท่านเบอร์1 ที่ว่ามีเงินเข้าวันละ เกือบล้าน ๆช่วย ลงทุนแทนผม สัก 500ดอล หมื่นกว่าบาท ได้ไหมครับ ....ผมขอแค่ระหัสทำงานเพื่อเปิดให้ท่านผู้ใหญ่ ผมดู ว่ามันรวยนะครับ ผมเพียงลงทุนเท่านี้....มันก็ได้เงินเยอะขนาดนี้...ท่านเบอร์1ครับ ช่วยผมด้วยครับ ...ท่านบอก มันผิดจรรยาบรรณ...มันต่างๆๆๆนาๆๆๆสารพัดสุดท้าย ผมว่ามันรวยครับ อ้อนวอน...ท่าน ท่านรับปาก ว่าจะให้ผมได้ระหัสทำงาน เล็กน้อยๆ เพราะผมอยากรวยเหมือนพวกท่าน...

      ...วันนั้นจนวันนี้ ประมาณ 3 เดือนผ่านไป พี่น้องที่เคารพ ...ครับ พอรู้ว่า ผมรู้ทัน U แน่นอน พวกท่านเหล่านั้น หายไป เพราะไปชวนคนอื่นมาลงทุน เอาเงินมาทุมลงกับ กองทุน U ง่ายกว่าชวนผม.... แต่ผมรู้คำตอบแล้วว่า .....

        ....ข้อที่1 ..เงินที่ลงไปมากมาย หากไม่ซื้อสินค้า ในระบบ ของ สโตร์ที่ตั้งกันขึ้นมา จะถอนไม่ได้  หากอยากถอน จะต้องไปชวนคนมีเงินนิ่งๆ เอาเงินมาลงเล่นๆ แต่ผมจน ลำบากครับ...
        ....ข้อ2  สินค้า มันก็ก็อัฐยายซื้อขนมยาย จะจัดระบบ ...ชื่อแปลกๆอย่างไร อย่างไรผมก็ว่ามันก็เชิญชวน ขายตรง เอาคนมาทุ่มเงิน ลงคนละแสน 100คน ก็10ล้าน 1000คน ก็ 100 ล้าน บริษัทก็นำเงินไปสร้าง ตึก สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ..สารพัดจะทำ เศษเงิน ก็โยน กลับมาทำเป็นกำไร ให้สมาชิกตื่นเต้น...
      .....ข้อ3 ระบบต่างๆ ผู้บริหาร U เขาตั้งขึ้นมาโชว์ โม?..สารพัดจะทำ...ลองค้นดู อย่างสินค้า ซื้อมา 500 ตั้งขาย 2000 บาท  ลองตั้งลดราคา20-60% มันก็ยังเหลือ ครับ...เหมือนส้มผลราคา 5บาท อยู่ในแก้ว ขายร้านอาหาร 50 บาท  คาร์เฟ่ 100 บาท โรงแรม 5ดาว 300-500 บาท และที่หรู่สุดๆลอยฟ้า ได้เป็น1000 บาท จากส้มผล5บาท หากมาอยู่ในU ก็ เป็น 1000บาท ครับ กำไรเห็นๆอยู่แล้ว  อยู่ที่การโมติเวท...

      ....วันนี้สิ่งที่ผมค้นพบ คนเหล่านี้ มาจากขายตรง เพียงแต่เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนวิธีการ เบอร์1 ทำไมเงินเข้าเป็นล้านๆ ต่อวัน ก็เพราะหากมีสมาชิก สัก 100 คน ซื้อทุนเข้ามาใหม่กันวันนี้ คนละ 10,000  ก็ผ่านมือ วันละล้านแล้วครับ  ผมเชื่อ ครับ ว่าดี และรวย  เงินเข้าวันละล้าน แต่ออกเท่าไร่..มันจะต้องไปจ่ายที่ไหนบ้าง...ระดับ ชั้นบริหาร ที่ร่วมลงทุนกัน
     .....วันนี้พี่น้องครับเอา แค่นี้ ครับ...สรุป...ขายตรงดีๆนี่แหละครับ  ท่านเอาเงินเข้าลงทุน ท่านหาคน มาต่อท่านไม่ได้ อย่าหวังว่า จะรวย มีเงินเพิ่มเลยครับ..เพิ่มได้ก็น้อยนิด  สู้เอาเงินมาซื้อสินค้า 500 แล้ว นำไป ขาย2000 เอง กำไรเห็นๆ ที่ขายคล่องๆ ขายง่ายๆ ก็มีเยอะครับ..... หรือฝากแบ๊งค์ ซื้อออมทรัพย์ จาก บริษัท ประกัน ก็ยังเห็นเงินชัวร์  ไม่ต้องมาปดเพื่อนว่ารวย แล้วก็หาคนมาต่อ หาเพื่อน นำเงินสดมาลงทุน เพื่อผลประโยชน์ ส่วนหัวฝ่ายบริหาร..

ผมไม่ได้ว่า U ไม่ดี นะครับ แต่ โม..เกินความจริง..ขายตรงอยู่ที่หาคนมาทำเยอะก็รวยครับ..ส่วนหัวนะรวย..ส่วนหาง...จะได้เท่าหัว รอชาติหน้าครับ...ไม่ทันส่วนหัวแน่นอน...
-------------------------

อีกรายค่ะ ญาติชวนทำ UFUN
http://www.ufunclubs.com/
แต่ผมเตือนว่าน่าจะเป็นแชร์ลูกโซ่ เพื่อนลองดูคิดว่าใช่ไหม
ปล.ญาติไม่ฟังเลย กลัวคนแก่จะถูกหลอก ที่จริงเค้าก็ลงเงินไปแล้วละ

----------------------------------------------------------------------------------------------------

สรุป...ถ้าจะวิเคราะห์ ความเสี่ยง แบบ worst case สิ่งที่ผู้ลงทุนควรจะต้องถามตัวเองคือ
1) UFUN จดทะเบียน นิติบุคคล (ในประเทศไทย) ประเภทใด มีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ มีขอบเขตในการทำธุรกิจ แค่ไหนอย่างไร
2) UFUN เป็นสถาบันการเงินที่มีประเทศไหนเป็นประกันหรือไม่
3) ในกรณี ที่ UFUN ปิดกิจการ หรือเกิดวิกฤติขึ้นมา (ด้วยสาเหตุใดก็แล้วแต่) เราจะแลก UTOKEN กลับมาเป็นเงินโดยวิธีไหน ... ????

ถ้าสามารถหาคำตอบได้ แล้วก็พิจารณากันเองว่า ควรจะลงทุนหรือไม่
ปล. การลงทุนคือความเสี่ยง ไม่ควรเสี่ยงกับเรื่องที่ไม่คุมค่าการลงทุน (เพราะเงินลงทุนเป็นของคุณ จะเรียกร้องให้ใครรับผิดชอบ ถ้าคุณคิดลงทุนโดยไม่รู้จักศึกษาความเสี่ยง...)


ใครเป็นใคร ใน UFUN

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

ระวัง!! แชร์ลูกโซ่ค้าเงินข้ามชาติ ODFX



"แบงก์ชาติ-..." เตือนภัยแชร์ลูกโซ่ค้าเงินข้ามชาติ ODFX ระบาดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ชวนซื้อหุ้นลงทุนอัตราแลกเปลี่ยน ขายฝัน 5 ปีนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นสหรัฐ ชี้ผิดกฎหมายการเงินไทย 100% อย่าหลงเป็นเหยื่อ ทั้งเตือนชวนคนอื่นลงทุนต่อเข้าข่ายมีความผิดด้วย ประสาน "สศค." ไล่บี้

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า ขณะนี้มีการระบาดของการลงทุนที่คล้ายกับแชร์ลูกโซ่รูปแบบใหม่ที่ชื่อ "ODFX" ซึ่งเป็นของบริษัท OD Capital จดทะเบียนที่เกาะเซเชลส์ เปิดให้ผู้สนใจเข้ามาร่วมลงทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนต่อในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ (FOREX) โดยใช้วิธีเชิญชวนกันผ่านเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก

ทั้งนี้ การลงทุนใน ODFX จะเชิญชวนให้เข้าไปลงทุนถือหุ้นบุริมสิทธิ์แปลงสภาพได้ ในราคาหุ้นละ 1 ดอลลาร์สหรัฐ และมีสิทธิ์ที่จะแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า เมื่อบริษัทสามารถนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งคาดว่าราคาหุ้นที่เปิดขายให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในเวลานั้นจะกลายเป็น15-20 ดอลลาร์ หรือเท่ากับราคาเพิ่มขึ้น 15-20 เท่าตัวใน 5 ปี

อ้างเทรดเงินจ่ายปันผล
2-10%
ผู้ลงทุนกับ ODFX รายหนึ่งเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตนได้เข้าไปลงทุนดังกล่าวมาระยะหนึ่ง ในจำนวนเงิน 1,000 ดอลลาร์ ซึ่งผู้ที่มาแนะนำให้ลงทุนเป็นเพื่อนที่รู้จักกันในเฟซบุ๊ก โดยอธิบายว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับจะมีทั้งรอยัลตี้โบนัส เสมือนการจ่ายเงินปันผลตอบแทนเข้าให้ในบัญชีการลงทุนทุกเดือน ในอัตราขั้นต่ำ 2-10% ต่อเดือนสำหรับผลประโยชน์ที่มาจ่ายโบนัส จะมาจากการฝากให้ทางบริษัททำหน้าที่เป็นตัวแทนเทรดเงินลงทุนเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอ้างว่าเป็นทีมนักลงทุนที่เชี่ยวชาญด้านการเทรดของบริษัทโบรกเกอร์ที่ชื่อ NZ Financial (NZF) ขณะเดียวกันหากผู้ลงทุนปรับสถานะตัวเองเป็น IB (Introduce Broker) หรือตัวแทนโบรกเกอร์ ที่ชักชวนคนอื่นมาร่วมลงทุนกับ ODFX ก็จะได้รับเงินผลประโยชน์กลับคืนอีกส่วนหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ ในหลายเว็บไซต์ได้มีผู้โพสต์ข้อความให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ODFX และแนะนำการลงทุน รวมถึงมีคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการจัดงานมอบรางวัลในชื่อ "1st ODFX Star Award" ซึ่งจัดที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อราวเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ธปท.ใช้ไร้ใบอนุญาตผิดกฎหมาย
ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ปัจจุบัน ธปท. ยังไม่ทราบเรื่อง และไม่ได้รับแจ้งข้อมูลเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจประเภทนี้ แต่เห็นว่าจำเป็นจะต้องตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (...) ว่าการกระทำของ ODFX ขัดต่อกฎหมายหลักทรัพย์หรือไม่ และนิยามของการเป็นผู้จัดการกองทุนของกฎหมายหลักทรัพย์ด้วย เพราะการจะทำธุรกิจลักษณะนี้ในประเทศไทยต้องมีใบอนุญาตจาก ก...เท่านั้น

"เข้าใจว่าภายใต้กฎหมายของ ก...จะกำหนดประเภทของการทำธุรกิจ โดยครอบคลุมไปถึงจำนวนคนที่จะมาร่วมทำธุรกิจด้วย หากเป็นการนำเงินจากเครือญาติมาลงทุนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนหรือตลาดทุนต่าง ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงก็คงไม่ได้เป็นสิ่งผิด เพราะเป็นเงินของเขาเอง แต่หากระดมเงินจากประชาชนทั่วไปในวงกว้าง ปัจจุบันกฎหมายหลักทรัพย์ของประเทศไทยกำหนดไว้ว่าจะต้องขอใบอนุญาตเท่านั้น"

ส่วนกรณีที่โฆษณาว่านำเงินลงทุนจากประชาชนไปหาผลตอบแทนสูงๆในการซื้อ-ขายเงินสกุลต่างประเทศนั้นนายประสารกล่าวว่า ภายใต้กฎหมายของไทยก็ดำเนินการปราบปรามการเก็งกำไรประเภทนี้อยู่ ทั้งยังต้องเข้าใจว่ารายเล็กที่เข้ามาทำธุรกิจเช่นนี้ก็มักจะเสียเปรียบรายใหญ่ เช่น สถาบันการเงิน หรือกองทุนขนาดใหญ่ที่มีกระแสเงินต่างประเทศเยอะ โดยหลักการแล้วไม่น่าจะทำได้

นายประสารกล่าวอีกว่า ในอดีตมีกรณีแชร์แม่ชม้อย ซึ่งเกิดจากการทำสัญญาที่ให้ผลตอบแทนการลงทุนสูงเกินจริง จนนำมาสู่การออกกฎหมายฉบับหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชน เพื่อป้องปรามเรื่องนี้ ซึ่งปัจจุบันกฎหมายฉบับดังกล่าวอยู่ภายใต้การบังคับใช้ของกระทรวงการคลัง

โดยในรายละเอียดก็จะระบุถึงความผิดกรณีหลอกลวงประชาชนและเอาเงินประชาชนไปบริหาร

"กรณีที่ระบุว่าจะไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นจะออกหุ้นIPO ก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่ธุรกิจกล่าวขึ้นมา เพราะการจะเข้าตลาดหุ้นก็ต้องไปดูว่าเข้าเกณฑ์ของกฎหมายหลักทรัพย์และหน่วยงานผู้กำกับดูแลหรือไม่ ซึ่งกรณีเช่นนี้เบื้องต้นเชื่อว่าไม่น่าจะเข้าตลาดหุ้นได้แน่นอน" นายประสารกล่าว

ฟันธง ODFX เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่
นางดวงมน จึงเสถียรทรัพย์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (...) กล่าวว่า เท่าที่พิจารณาการลงทุนในลักษณะที่เรียกว่า ODFX ถือเป็นการลงทุนที่ผิดกฎหมาย และเข้าข่ายลักษณะแชร์ลูกโซ่ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนประเด็นดังกล่าวเข้ามาแล้ว ก...จึงส่งเรื่องไปยังศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ที่มีอำนาจในการพิจารณา

"ถ้าดูจากรูปแบบธุรกิจของบริษัทที่อ้างตัวนี้ ก็สามารถบอกได้ว่ามีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ เพราะมีลักษณะที่ให้ผลประโยชน์กับลูกค้ารายเดิมเมื่อเชิญชวนลูกค้ารายใหม่ให้มาลงทุนเป็นทอดๆ และแม้จะบอกว่ามีหุ้นบุริมสิทธิ์แลกเปลี่ยนกับเงินลงทุน แต่นั่นก็เป็นเพียงแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากหุ้นบุริมสิทธิ์ที่ว่าไม่ได้รับการอนุมัติจาก ก...ให้เสนอขาย ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้อง"

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากการถูกหลอกลวง ควรตั้งข้อสังเกตไว้ดังนี้ คือ 1.การลงทุนให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติหรือไม่ โดยเฉพาะหากมากกว่าผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของตลาดก็ต้องตั้งข้อสงสัยถึงที่มาของวิธีดำเนินการ 2.มีวิธีการเชิญชวนให้ลูกค้าที่สมัครแล้วไปหาลูกค้าใหม่ ด้วยการให้ผลตอบแทนพิเศษเพิ่ม แต่ไม่มีสินค้าให้ซื้อขายแลกเปลี่ยน 3.ออกตราสารทางการเงินภายใต้การกำกับดูแลของ ก... แต่ไม่ได้ขออนุญาต เป็นต้น

"นักลงทุนควรตั้งข้อสงสัยได้ทันที หากบริษัทที่เข้ามาระดมทุนมีลักษณะตามที่ระบุไว้ และแม้บริษัทจะกล่าวอ้างว่าได้จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์แล้ว แต่ก็อย่าวางใจ เพราะประเด็นนี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ทั้งหมด" นางดวงมนกล่าว

เตือนชวนคนอื่นลงทุนต่อถือว่าผิด
นางดวงมน กล่าวอีกว่า ในกรณีที่ผู้เข้าไปลงทุนแล้วชักชวนให้คนอื่นๆ มาลงทุนในแชร์ลูกโซ่ด้วย ก็จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน แต่ทั้งนี้จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังเข้ามาดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย

ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)กล่าวว่า เบื้องต้นทาง สศค.อยู่ระหว่างติดตามเรื่องดังกล่าว หากพบว่าผิดกฎหมายตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.. 2527 ที่มีลักษณะเชิญชวน ไม่ว่าจะเป็นวิธีรับฝากเงิน การกู้ยืม หรือเชิญชวนให้ร่วมลงทุน การเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ โดยระบุผลตอบแทนที่จะได้รับชัดเจน ถือว่าผิดกฎหมายการเงิน ซึ่งกรณีนี้ สศค.ต้องติดตามข้อมูลให้รอบด้านก่อนสรุปอีกครั้ง

"เรื่องนี้หากเป็นธุรกรรมในประเทศไทยถือว่าผิดแน่นอนเพราะเป็นการเอาเงินของคนไทยกันเองไปลงทุนหาผลตอบแทนผ่านการโฆษณาชวนเชื่อต่างๆแต่จะเอาผิดได้ก็ต่อเมื่อมีการฟ้องร้อง และเกิดความเสียหายกับคนในประเทศ แต่หากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในไทย จากเงินคนไทย แต่เอาเงินไปลงทุนต่างประเทศ อันนี้กฎหมายฉบับนี้อาจไม่ครอบคลุม ซึ่งต้องประสานงานไปถึงหน่วยงานต่างๆ ให้ติดตามพฤติกรรมเหล่านี้ด้วย" แหล่งข่าวกล่าว

Cr:
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1411710447


วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557

นิทานเรื่องนี้ดีนะ...ขอมอบให้คนที่ยังติดยึด

กาลครั้งหนึ่ง มีขอทานคนหนึ่งออกขอทานทุกวัน เขาอยากจะมีชีวิตเหมือนคนปกติ เพราะฉะนั้น เขาจึงมักจะขอทานเสบียงกรังและตุนไว้ แต่ว่าเขากักตุนเสบียงมาหลายปี ยุ้งฉางของเขาก็มีเพียงข้าวสารนิดหน่อย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นเช่นนั้น เขาจึงตัดสินใจค้นหาสาเหตุ
คืนวันหนึ่ง เขาแอบอยู่มุมหนึ่งของบ้านและจ้องไปที่เสบียง ในที่สุด เขาเห็นหนูตัวใหญ่มาขโมยกินเสบียงของเขา เขาโกรธมาก ตะโกนไปที่เจ้าหนูว่า"บ้านคนรวยมีอาหารเยอะแยะ แกทำไมไม่ไปกินทำไมเจาะจงมากินอาหารข้าที่กักตุนมาด้วยความลำบาก" เจ้าหนูพูดขึ้นว่า "ชะตาของเจ้ามีข้าวสารได้แค่8ส่วน เดินให้ทั่วหล้า ก็ไม่สามารถมีข้าวได้ครบถัง" ขอทานถามเจ้าหนู "ทำไมเป็นเช่นนั้น"เจ้าหนูตอบว่า "ข้าก็ไม่รู้ เจ้าไปถามพระพุทธองค์สิ
ขอทานจึงตัดสินใจ เดินทางไปทางทิศตะวันตกเพื่อถามพระพุทธองค์ ว่าเหตุผลอันใดถึงมีชะตาชีวิตเช่นนี้
เจ้าขอทานก็ออกเดินทาง เขาขอทานระหว่างทาง เดินทางไปไกลมาก วันหนึ่ง เขาเดินจนฟ้ามืดถึงจะพบบ้านคนหลังหนึ่ง รีบไปเคาะประตู มีพ่อบ้านเดินออกมาถามว่ามีเรื่องอะไร เขาบอกขอข้าวกินหน่อย พอดีเศรษฐีเจ้าของบ้านออกมาเห็นเข้า เลยถามขอทานว่า มืดอย่างนี้แล้วทำไมยังเดินทางอยู่อีก ขอทานจึงเล่าชะตาชีวิตให้เศรษฐีฟัง
บอกว่าจะไปถามเหตุผลกับพระพุทธองค์ เศรษฐีได้ยินดังนั้น รีบเชิญขอทานเข้าไปนั่งในบ้าน ให้เสบียงกรังและเงินกับเขาจำนวนหนึ่ง ขอทานถามว่าทำไมทำเช่นนั้น เศรษฐีจึงเล่าเหตุผลให้ฟังว่า ลูกสาวข้าอายุ16แล้ว ยังพูดไม่ได้ ขอร้องให้เจ้าช่วยถามเหตุผลกับพระพุทธองค์ด้วย
เศรษฐีเคยสาบานว่าใครก็ตามที่ทำให้ลูกสาวพูดได้ เขาก็จะให้ลูกสาวแต่งงานกับคนนั้น ขอทานได้ฟังเช่นนั้น คิดว่าไหนๆก็จะไปหาพระพุทธองค์อยู่แล้ว เราก็ถือโอกาสช่วยถามให้เขาก็ได้ ขอทานจึงรับปากจะถามให้
ขอทานเดินทางต่อไปผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่า เดินถึงเขาลูกหนึ่ง เห็นวัดแหืงหนึ่งตั้งอยู่ ก็เลยเข้าไปขอน้ำดื่ม เห็นพระแก่รูปหนึ่งถือไม้เท้าดีบุก ท่าทางแก่มาก แต่ดูกระฉับกระเฉง พระชราให้น้ำเขาดื่มและบอกให้เขาพักผ่อนสักครู่ แล้วถามเขาว่าจะไปไหน ขอทานบอกจุดหมายที่จะไป พระชรารีบจับมือขอทานไว้และพูดว่า ขอร้องเจ้าต้องช่วยถามพระพุทธองค์ให้หน่อย ข้าเข้าฌานฝึกฝนมา 500 กว่าปีแล้ว ตามหลักควรจะขึ้นสวรรค์แล้ว ทำไมยังบินขึ้นไปไม่ได้ ขอทานก็เลยรับปากพระชรา
เดินไปข้างหน้า ผ่านหนทางทั้งห้วยหนองคลองบึง ขอทานมาถึงริมแม่น้ำสายหนึ่ง ในแม่น้ำไม่มีเรือสักลำ ขอทานร้อนรนใจ จะทำอย่างไรดี จะข้ามไปยังไง ขอทานร้องไห้และพูดว่า หรือว่าชีวิตข้าจะต้องลำบากเช่นนี้หรือ 

ทันใดนั้น เต่ายักษ์แก่ตัวหนึ่งโผล่ขึ้นเหนือน้ำ เต่าแก่พูดภาษาคนได้ ถามขอทานว่ามาร้องไห้ที่นี่ทำไม ขอทานเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เต่าแก่พูดกับเขาว่า ข้าได้เข้าฌานปฏิบัติตนมา 1000 ปีแล้ว ตามหลักน่าจะกลายเป็นมังกรบินไปแล้ว ทำไมยังเป็นแค่เต่าแก่ๆตัวหนึ่ง ถ้าเจ้าไปพบพระพุทธองค์ช่วยถามให้ข้าด้วย ข้าจะให้เจ้าขี่ข้ามแม่น้ำไปฝั่งตรงข้าม ขอทานรับปากด้วยความดีใจ
ขอทานเดินไปจำไม่ได้ว่าอีกกี่วัน แต่ก็หาพระพุทธองค์ไม่เจอ คิดในใจว่าพระพุทธองค์อยู่ไหนนะ แดนสุขาวดีน่าจะถึงแล้ว ขอทานเสียใจมาก เลยผลอยหลับไปแบบงุนงง
ทันใดนั้นพระพุทธองค์ปรากฏองค์ขึ้น ขอทานดีใจมาก พระพุทธองค์ถามขอทานว่า เจ้ามาไกลขนาดนี้ น่าจะมีคำถามอะไรที่สำคัญมากใช่ไหม ใช่เจ้าค่ะ ข้าน้อยจะถามคำถามหลายคำถาม หวังว่าท่านจะอธิบายให้ข้าน้อยเข้าใจได้ พระพุทธองค์ตอบว่า ได้สิ แต่มีเงื่อนไขหนึ่งนะเจ้าถามได้สูงสุดแค่ 3 คำถามเท่านั้น เพราะว่าไม่เคยมีใครถามเกิน 3 คำถามมาก่อน ขอทานตอบตกลง คิดในใจว่า ข้าจะถามคำถามไหนดีขอทานรู้สึกว่าคำถามของตนเองช่างไม่มีความสำคัญเลย
เต่าแก่เข้าฌานมา1000ปีแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่าย คำถามเขาน่าจะลองถามดู
พระชราปฏิบัติมา500ปี ก็ลำบากมาก คำถามเขาก็น่าจะถามดู
ลูกสาวเศรษฐีช่างน่าสงสารนัก พูดไม่ได้แล้วจะแต่งงานได้ยังไง
คำถามของเขาก็น่าจะถามดู และแล้วขอทานจึงไม่ลังเลที่จะถามคำถามที่1
พระพุทธองค์ตอบเขาว่า เต่าแก่ไม่ยอมสละกระดองของมัน ก็เลยไม่สามารถกลายเป็นมังกรได้ ในกระดองของเต่ามีไข่มุกราตรีอยู่24เม็ด ถ้ามันยอมสละกระดอง มันก็จะกลายเป็นมังกรได้
คำถามที่2 ท่านตอบว่า พระชราถือไม้เท้าวิเศษทั้งวัน ในใจพะวงแต่ไม้เท้าว่าเป็นของวิเศษ ใช้ไม้เท้าเคาะบนพื้น1ที บนพื้นก็จะกลายเป็นธารน้ำใส ถ้าหากพระชรายอมโยนไม้เท้าทิ้ง เขาก็จะขึ้นสวรรค์ได้แล้ว
ขอทานดีใจมาก จึงถามคำถามที่3 ท่านตอบว่า ถ้าเด็กสาวใด้พบคนที่เธอรัก เธอก็จะพูดได้เอง และทันใดนั้นพระพุทธองค์ก็หายไป。
ขอทานรู้สึกว่า ปัญหาของตัวเองไม่มีอะไรสำคัญ กลับไปขอทานตามเดิมดีกว่า แล้วจึงรีบเดินทางกลับ ขอทานกลับมาถึงริมแม่น้ำ เต่าแก่คำนวนว่าขอทานน่าจะมาถึงแล้ว จึงรีบถามว่าพระพุทธองค์ตรัสว่ายังไง ขอทานพูดว่า เจ้าพาข้าข้ามแม่น้ำไปก่อน ข้าจะเล่าให้ฟัง เต่าพาขอทานข้ามแม่น้ำไป ขอทานเล่าสาเหตุให้ฟัง เต่าฟังแล้วเข้าใจทันที จึงถอดกระดองออกยกให้ขอทานและพูดว่า ในนี้มีไข่มุกราตรี24เม็ด เป็นของที่หาค่ามิได้ สำหรับข้าไม่มีประโยชน์แล้ว ข้าขอยกให้เจ้า เต่าแก่จึงกลายเป็นมังกร บินหายไป
ขอทานเอาไข่มุกราตรี24เม็ด รีบเดินทางกลับมาถึงบนเขาพบกับพระชรา พระชรารีบถามว่าพระพุทธองค์ท่านตรัสว่าอย่างไร ขอทานเล่าสาเหตุให้ฟัง พระชราได้ฟังดีใจมาก จึงมอบไม้เท้าวิเศษให้แก่ขอทาน พระชราจึงขี่เมฆบินขึ้นท้องฟ้าหายไป
ขอทานเดินทางมาถึงหน้าบ้านเศรษฐี ทันใดนั้น มีหญิงสาววิ่งออกมาและตะโกนเสียงดังว่า คนที่ไปถามพระพุทธองค์กลับมาแล้ว เศรษฐีก็วิ่งออกมา เขาตกใจมากที่อยู่ๆลูกสาวเขาพูดได้ ขอทานถ่ายทอดคำตรัสพระพุทธองค์ เศรษฐีดีใจมาก จึงให้ลูกสาวแต่งงานกับขอทาน
  • ความรักที่ให้ออกไป ความรักก็จะย้อนกลับคืนมา
  • ความสุขที่ให้ออกไป ความสุขก็จะย้อนกลับคืนมา
  • คิดเผื่อคนอื่น ย่อมจะต้องมีคนคิดถึงคุณ
  • นี่คือเหตุและผล นี่คือกฏเกณฑ์

เมื่อท่านอ่านบทความนี้จบ ท่านมี2ทางเลือก
1. ท่านเผยแพร่ออกไปเต็มความสามารถ ทำให้โลกนี้มีความรักเพิ่มขึ้น
2. ท่านสามารถไม่สนใจ เสมือนหนึ่งท่านไม่เคยเห็นมันเลย
การแบ่งปันเล็กๆของท่าน อาจสามารถส่องสว่างให้แก่ชีวิตคนมากมาย คนมีความฝันจึงทำให้ยิ่งใหญ่ การกระทำยิ่งทำให้ประสบความสำเร็จ การเรียนรู้ของท่านทำให้ท่านเปลี่ยนแปลง
ขอให้ท่านกระจายความรักของท่านจะช่วยให้คนส่วนมากเติบใหญ่ขึ้น ขอบคุณการสนับสนุนของท่าน
ข้าพเจ้าได้เลือกทำข้อที่1แล้ว