ระวัง!!แชร์ลูกโซ่ ภัยมืดเมื่อเศรษฐกิจซบเซา ช่วงนี้คิดว่าเศรษฐกิจ ค้าขายได้ยาก เศรษฐกิจซบเซา แต่ธุรกิจแบบนึงจะรุ่งเรืองเพราะคนต้องการหารายได้เพิ่ม ในปัจจุบันการชักชวนไปลงทุนที่มีผลตอบแทนสูง โดยอ้างว่าทำธุรกิจ
ถ้ามีลักษณะ ลงเงิน แต่ไม่ต้องทำอะไรยุ่งยาก ไม่ต้องมีทักษะหรือความรู้เฉพาะด้าน ทำง่ายๆเป็นธุรกิจมหัศจรรย์มักจะมีแนวโน้มที่เป็นแชร์ลูกโซ่ ลองอ่านดู
1. กำไรสูงอย่างไม่น่าเชื่อ : ไม่มีแชร์ลูกโซ่รายไหนที่ให้ผลตอบแทนน้อยๆ เพราะธุรกิจที่เราจะเข้าไปลงทุนเป็น "ธุรกิจมหัศจรรย์" ทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกรรม อุ้ย! เป็นกอบเป็นกำ อย่างที่ไม่มีใครในโลกจะปฏิเสธผลกำไรที่แสนจะงดงามแบบนั้นได้ลงคอ
2. ไม่มีแชร์ลูกโซ่รายไหนที่ให้ผลตอบแทนช้า : เพราะถ้าได้เงินช้ามันก็ไม่ใช่ธุรกิจมหัศจรรย์น่ะสิ แถมยังอาจจะไม่ทันอกทันใจนักลงทุนที่อยากเห็นเงินก้อนโตภายในเวลาไม่กี่เดือน เพราะฉะนั้น คำโฆษณาชวนเชื่อที่ได้ยินกันบ่อยๆ ก็หนีไม่พ้น
รวยเห็นๆ 6 เดือน 266%
10 เดือนกำไร 222%
กำไรเดือนละ 68%
กำไรทุกวัน วันละ 3% ทุก 15 วัน รับไปเลย 7.6% แค่ 60 วัน ได้ 142%
ทั้งๆ ที่การลงทุนที่ให้กำไรสูงๆ ในเวลาสั้นๆ มักไม่มีจริง
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อความต่อไปนี้ ลองวิเคราะห์ดู ผมเจอกับตัวเอง ผมคือสื่อมวลชน คนจนๆ ลูกอิสาน โชคดีมาเป็นนักข่าวทำงานเมืองชน ทำงานเดือนไม่เคยถึง3000 บาท รู้จักผู้ใหญ่เยอะ จึงชอบแสวงหา สิ่งดีๆ และความถูกต้องเพื่อ คอยบริการพี่น้อง หารายได้อีกทาง(ประมาณว่าจริงๆไม่ลวงหลอก)
....วันหนึ่ง มีบิดาในอาชีพประกัน ที่เคยนำผมเข้าอาชีพประกัน วันที่ผมเดินเข้าไปใน สาขาบริษัท ท่านเอารายได้ที่ท่านทำได้อยู่บริษัทนี้ มาโชว์ให้ผมดู เป็นแสน รวมแล้ว..เป็นล้าน น่าเขื่อถือมากเพราะ หากเรามีลูกค้าเยอะ เราได้ค่าคอม มากแน่นอน ท่านเก่ง...ท่านเจ๋ง...ท่านสุดยอดนับเป็นตำนานแห่งอาชีพ สำหรับเราลูกอิสาน คนจนๆ..ควรทำเป็นแบบอย่าง
....ต่อมาวงแตก..ลิเกเลิก..ท่านนำคนกลุ่มหนึ่งไปบริษัทใหม่...เพราะท่านว่ามันดี มันเจ๋ง...แต่ไปบริษัทใหม่ ท่านพบว่า ,,ท่านเกือบรอดเพราะมีเงินเดือน แต่กลุ่มลูกๆที่ท่านสร้าง...ตายสนิท ต้องกลับมาบริษัทเดิม...นับหนึ่งใหม่..แต่ขอชมเชยกลุ่มทีมงานเดิมที่ไม่ย้ายบริษัท ไปตามท่าน ทีมเดิมเท่านที่เป็นลูกๆท่านสร้างกันไว้ วันนี้..เป็นผู้บริหารใหญ่ในบริษัท...รวยกันทุกคนเพราะอาชีพประกัน..มีบ้าน มีรถ มีรายได้หลายแสนๆ ต่อเดือนกันทุกคน เพราะขายประกัน มีลูกค้าเยอะ รายได้เยอะตาม
......วันหนึ่ง ท่านมาหาผม บอกว่า ไอ้ U..มันรวยๆๆๆๆ.เบอร์ 1 บริษัท มีเงินเข้า วันละ2 แสน ถึง 8แสนบาท .ผมลองติดตามไปฟังดู...ผมตามฟัง3อาทิตย์..เข้าใจครับ..ว่ามันน่ารวยน่ะ...หากเรามีเงินในมือ สัก1แสนบาท แล้วไปหา คนมาต่อ เป็นลูกโซ่จากเรา และนำเงินมาลงทุน 1 แสนเช่นเราและ มีลูกๆๆมาซื้อตามกันเป็นแสนๆๆๆ โอ้โห้ รวยแน่เพราะส่วนแบ่งการตลาดต่างๆ...ไหนจะส่วนแบ่งค่าชั้นที่เราลงทุนชั้นแสนๆๆ และหาคนมาลงทุนต่ออีก แสนๆๆ รวยๆๆๆๆๆ.....แน่ครับ
....แต่ความเป็นจริง ผมมีรายได้ต่อเดือน จากการทำข่าว หากข่าวขึ้น หน้า1 นสพ.เยอะ ได้เงินเยอะ แต่สูงสุดไม่เคยเกิน 3พันบาท หากข่าวน้อย ได้เงินน้อย ประมาณ 6-700 บาท ต่อเดือน แล้วผมจะเอาเงินที่ไหนไปลงทุน ทั้งที่มีศักยภาพชวนคนมาลงทุนเป็นแสนๆ ก็ได้ หากมันได้จริงๆ ผมจึงคุย บิดาในอาชีพ ที่ท่าน มาชวนผม..ขนาดท่านบิดามาชวนผม ยังโชว์เงินรายได้เป็นแสนๆ ผมจึงเชื่อมั่นว่าอาชีพประกันมันเจ๋ง ทำได้ ขายได้ แต่ไอ้ U นี่ มันเป็นอะไรที่จับไม่ได้ ท่านมีเงินเยอะแล้ว ลองออกค่า รหัสต่ำๆ500 ดอลฯ ? ให้ผมได้ทำงานได้ไหมครับ ผมจะคืนให้ท่านเพื่อผมจะได้ นำไอ้ที่ว่า งานU ...ของ I ไปขยายงานต่อ และจะได้โชว์รายได้ให้ท่านเหล่านั้นดูท่านจะได้เชื่อ ว่า มันทำแล้ว รวยจริง ไม่หนีไปอย่างที่หลายบริษัท ทำกัน
....แต่พอผมไม่มีเงินมาเพื่อต่อยอดให้กับ บิดา? ท่านก็ค่อยๆๆๆ หายไป...และก็หายไปในที่สุด ไอ้ผม มันคนชอบลอง ...ตัดสินใจ โทรหาเบอร์ 1 เปิดไลน์ กลุ่มลูกค้าว่าผมรู้จักนักธุรกิจใหญ่หลายคน แต่ผมเป็นสื่อมวลชน จะไปหลอกท่านเหล่านั้น มาลงทุนให้เชื่อ มันคงลำบาก ท่านเบอร์1 ที่ว่ามีเงินเข้าวันละ เกือบล้าน ๆช่วย ลงทุนแทนผม สัก 500ดอล หมื่นกว่าบาท ได้ไหมครับ ....ผมขอแค่ระหัสทำงานเพื่อเปิดให้ท่านผู้ใหญ่ ผมดู ว่ามันรวยนะครับ ผมเพียงลงทุนเท่านี้....มันก็ได้เงินเยอะขนาดนี้...ท่านเบอร์1ครับ ช่วยผมด้วยครับ ...ท่านบอก มันผิดจรรยาบรรณ...มันต่างๆๆๆนาๆๆๆสารพัดสุดท้าย ผมว่ามันรวยครับ อ้อนวอน...ท่าน ท่านรับปาก ว่าจะให้ผมได้ระหัสทำงาน เล็กน้อยๆ เพราะผมอยากรวยเหมือนพวกท่าน...
...วันนั้นจนวันนี้ ประมาณ 3 เดือนผ่านไป พี่น้องที่เคารพ ...ครับ พอรู้ว่า ผมรู้ทัน U แน่นอน พวกท่านเหล่านั้น หายไป เพราะไปชวนคนอื่นมาลงทุน เอาเงินมาทุมลงกับ กองทุน U ง่ายกว่าชวนผม.... แต่ผมรู้คำตอบแล้วว่า .....
....ข้อที่1 ..เงินที่ลงไปมากมาย หากไม่ซื้อสินค้า ในระบบ ของ สโตร์ที่ตั้งกันขึ้นมา จะถอนไม่ได้ หากอยากถอน จะต้องไปชวนคนมีเงินนิ่งๆ เอาเงินมาลงเล่นๆ แต่ผมจน ลำบากครับ...
....ข้อ2 สินค้า มันก็ก็อัฐยายซื้อขนมยาย จะจัดระบบ ...ชื่อแปลกๆอย่างไร อย่างไรผมก็ว่ามันก็เชิญชวน ขายตรง เอาคนมาทุ่มเงิน ลงคนละแสน 100คน ก็10ล้าน 1000คน ก็ 100 ล้าน บริษัทก็นำเงินไปสร้าง ตึก สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ..สารพัดจะทำ เศษเงิน ก็โยน กลับมาทำเป็นกำไร ให้สมาชิกตื่นเต้น...
.....ข้อ3 ระบบต่างๆ ผู้บริหาร U เขาตั้งขึ้นมาโชว์ โม?..สารพัดจะทำ...ลองค้นดู อย่างสินค้า ซื้อมา 500 ตั้งขาย 2000 บาท ลองตั้งลดราคา20-60% มันก็ยังเหลือ ครับ...เหมือนส้มผลราคา 5บาท อยู่ในแก้ว ขายร้านอาหาร 50 บาท คาร์เฟ่ 100 บาท โรงแรม 5ดาว 300-500 บาท และที่หรู่สุดๆลอยฟ้า ได้เป็น1000 บาท จากส้มผล5บาท หากมาอยู่ในU ก็ เป็น 1000บาท ครับ กำไรเห็นๆอยู่แล้ว อยู่ที่การโมติเวท...
....วันนี้สิ่งที่ผมค้นพบ คนเหล่านี้ มาจากขายตรง เพียงแต่เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนวิธีการ เบอร์1 ทำไมเงินเข้าเป็นล้านๆ ต่อวัน ก็เพราะหากมีสมาชิก สัก 100 คน ซื้อทุนเข้ามาใหม่กันวันนี้ คนละ 10,000 ก็ผ่านมือ วันละล้านแล้วครับ ผมเชื่อ ครับ ว่าดี และรวย เงินเข้าวันละล้าน แต่ออกเท่าไร่..มันจะต้องไปจ่ายที่ไหนบ้าง...ระดับ ชั้นบริหาร ที่ร่วมลงทุนกัน
.....วันนี้พี่น้องครับเอา แค่นี้ ครับ...สรุป...ขายตรงดีๆนี่แหละครับ ท่านเอาเงินเข้าลงทุน ท่านหาคน มาต่อท่านไม่ได้ อย่าหวังว่า จะรวย มีเงินเพิ่มเลยครับ..เพิ่มได้ก็น้อยนิด สู้เอาเงินมาซื้อสินค้า 500 แล้ว นำไป ขาย2000 เอง กำไรเห็นๆ ที่ขายคล่องๆ ขายง่ายๆ ก็มีเยอะครับ..... หรือฝากแบ๊งค์ ซื้อออมทรัพย์ จาก บริษัท ประกัน ก็ยังเห็นเงินชัวร์ ไม่ต้องมาปดเพื่อนว่ารวย แล้วก็หาคนมาต่อ หาเพื่อน นำเงินสดมาลงทุน เพื่อผลประโยชน์ ส่วนหัวฝ่ายบริหาร..
ผมไม่ได้ว่า U ไม่ดี นะครับ แต่ โม..เกินความจริง..ขายตรงอยู่ที่หาคนมาทำเยอะก็รวยครับ..ส่วนหัวนะรวย..ส่วนหาง...จะได้เท่าหัว รอชาติหน้าครับ...ไม่ทันส่วนหัวแน่นอน...
-------------------------
อีกรายค่ะ ญาติชวนทำ UFUN
http://www.ufunclubs.com/
แต่ผมเตือนว่าน่าจะเป็นแชร์ลูกโซ่ เพื่อนลองดูคิดว่าใช่ไหม
ปล.ญาติไม่ฟังเลย กลัวคนแก่จะถูกหลอก ที่จริงเค้าก็ลงเงินไปแล้วละ
----------------------------------------------------------------------------------------------------
สรุป...ถ้าจะวิเคราะห์ ความเสี่ยง แบบ worst case สิ่งที่ผู้ลงทุนควรจะต้องถามตัวเองคือ
1) UFUN จดทะเบียน นิติบุคคล (ในประเทศไทย) ประเภทใด มีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ มีขอบเขตในการทำธุรกิจ แค่ไหนอย่างไร
2) UFUN เป็นสถาบันการเงินที่มีประเทศไหนเป็นประกันหรือไม่
3) ในกรณี ที่ UFUN ปิดกิจการ หรือเกิดวิกฤติขึ้นมา (ด้วยสาเหตุใดก็แล้วแต่) เราจะแลก UTOKEN กลับมาเป็นเงินโดยวิธีไหน ... ????
ถ้าสามารถหาคำตอบได้ แล้วก็พิจารณากันเองว่า ควรจะลงทุนหรือไม่
ปล. การลงทุนคือความเสี่ยง ไม่ควรเสี่ยงกับเรื่องที่ไม่คุมค่าการลงทุน (เพราะเงินลงทุนเป็นของคุณ จะเรียกร้องให้ใครรับผิดชอบ ถ้าคุณคิดลงทุนโดยไม่รู้จักศึกษาความเสี่ยง...)
ใครเป็นใคร ใน UFUN
ถ้าคุณกำลังประสบปัญหาเหล่านี้!!! ภาระค่าใช้จ่ายเยอะ มีหนี้สิน ชีวิตพังตกงาน ไม่มีงานทำ กำลังจะออกจากงานเงินไม่พอใช้ รายได้งานประจำไม่พอใช้จ่ายเบื่องานประจำ ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายไม่ลดลงมีทุนน้อยในการทำธุรกิจอยากขายแต่ไม่อยากสต็อกสินค้าไม่มีความรู้เรื่องการทำธุรกิจไม่มีที่ปรึกษาระหว่างการทำธุรกิจต้องการขายออนไลน์แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี 🌹 ติดต่อเราเลยค่ะ Tel&Line 089-707-2874 🌹
ข่าว ธุรกิจออนไลน์ 100%
- หน้าแรก
- VDO สำหรับนักธุรกิจMLM
- บริษัทเครือข่ายผิดกฏหมาย
- บทความทั้งหมด
- MEDIAS / ิสื่อทุกสำนัก
- บทความเกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์ 100%
- Artificial Intelligence (AI)
- MLM คือ?
- ทำธุรกิจออนไลน์ รู้จักคนเจนซี Z หรือยัง?
- ข้อมูลงานออนไลน์ที่ดีที่สุด
- แผนรายได้ล่าสุดของDroprich
- 🌹🌹ข้อมูลเกี่ยวกับ Droprich ดรอปริช ทั้งหมด
- 🌹Contact Us
- คุณคือคนที่ต้องการเรียนรู้ตลอดชีวิตหรือไม่
- เพชฌฆาต ที่จะคอยฆ่าคนที่ทำธุรกิจ ให้ตายอย่างช้าๆ
- 🌹🌹หนังสือที่ต้องอ่าน
- Logistics Vocab
- 🌹🌹สอนใช้ LINE OA.
- 🌺🌺 P&L Family
- 🌺🌺วารีนา(ครูเมย์)
- 🌹🌹 อ่านก่อนสมัคร กดที่นี่
- 🌺 รายละเอียดเพิ่มเติม P&L Family กดที่นี่
- 🌹🌹จิตใต้สำนึก
- 🌹🌹P & L Global lawyer Edit
วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557
ระวัง!! แชร์ลูกโซ่ค้าเงินข้ามชาติ ODFX
"แบงก์ชาติ-ก.ล.ต." เตือนภัยแชร์ลูกโซ่ค้าเงินข้ามชาติ
ODFX ระบาดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ชวนซื้อหุ้นลงทุนอัตราแลกเปลี่ยน ขายฝัน
5 ปีนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นสหรัฐ ชี้ผิดกฎหมายการเงินไทย 100% อย่าหลงเป็นเหยื่อ ทั้งเตือนชวนคนอื่นลงทุนต่อเข้าข่ายมีความผิดด้วย ประสาน
"สศค." ไล่บี้
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า ขณะนี้มีการระบาดของการลงทุนที่คล้ายกับแชร์ลูกโซ่รูปแบบใหม่ที่ชื่อ
"ODFX" ซึ่งเป็นของบริษัท OD Capital จดทะเบียนที่เกาะเซเชลส์ เปิดให้ผู้สนใจเข้ามาร่วมลงทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนต่อในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ
(FOREX) โดยใช้วิธีเชิญชวนกันผ่านเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก
ทั้งนี้ การลงทุนใน ODFX จะเชิญชวนให้เข้าไปลงทุนถือหุ้นบุริมสิทธิ์แปลงสภาพได้ ในราคาหุ้นละ
1 ดอลลาร์สหรัฐ และมีสิทธิ์ที่จะแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ในอีก
5 ปีข้างหน้า เมื่อบริษัทสามารถนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งคาดว่าราคาหุ้นที่เปิดขายให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก
(IPO) ในเวลานั้นจะกลายเป็น15-20 ดอลลาร์ หรือเท่ากับราคาเพิ่มขึ้น
15-20 เท่าตัวใน 5 ปี
อ้างเทรดเงินจ่ายปันผล 2-10%
ผู้ลงทุนกับ ODFX รายหนึ่งเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ"
ว่า ตนได้เข้าไปลงทุนดังกล่าวมาระยะหนึ่ง ในจำนวนเงิน 1,000 ดอลลาร์ ซึ่งผู้ที่มาแนะนำให้ลงทุนเป็นเพื่อนที่รู้จักกันในเฟซบุ๊ก โดยอธิบายว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับจะมีทั้งรอยัลตี้โบนัส
เสมือนการจ่ายเงินปันผลตอบแทนเข้าให้ในบัญชีการลงทุนทุกเดือน ในอัตราขั้นต่ำ
2-10% ต่อเดือนสำหรับผลประโยชน์ที่มาจ่ายโบนัส จะมาจากการฝากให้ทางบริษัททำหน้าที่เป็นตัวแทนเทรดเงินลงทุนเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน
ซึ่งอ้างว่าเป็นทีมนักลงทุนที่เชี่ยวชาญด้านการเทรดของบริษัทโบรกเกอร์ที่ชื่อ
NZ Financial (NZF) ขณะเดียวกันหากผู้ลงทุนปรับสถานะตัวเองเป็น
IB (Introduce Broker) หรือตัวแทนโบรกเกอร์ ที่ชักชวนคนอื่นมาร่วมลงทุนกับ
ODFX ก็จะได้รับเงินผลประโยชน์กลับคืนอีกส่วนหนึ่งด้วย
นอกจากนี้ ในหลายเว็บไซต์ได้มีผู้โพสต์ข้อความให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ODFX และแนะนำการลงทุน รวมถึงมีคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการจัดงานมอบรางวัลในชื่อ
"1st ODFX Star Award" ซึ่งจัดที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อราวเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ธปท.ใช้ไร้ใบอนุญาตผิดกฎหมาย
ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า
ปัจจุบัน ธปท. ยังไม่ทราบเรื่อง และไม่ได้รับแจ้งข้อมูลเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจประเภทนี้
แต่เห็นว่าจำเป็นจะต้องตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(ก.ล.ต.) ว่าการกระทำของ ODFX ขัดต่อกฎหมายหลักทรัพย์หรือไม่ และนิยามของการเป็นผู้จัดการกองทุนของกฎหมายหลักทรัพย์ด้วย
เพราะการจะทำธุรกิจลักษณะนี้ในประเทศไทยต้องมีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.เท่านั้น
"เข้าใจว่าภายใต้กฎหมายของ
ก.ล.ต.จะกำหนดประเภทของการทำธุรกิจ
โดยครอบคลุมไปถึงจำนวนคนที่จะมาร่วมทำธุรกิจด้วย หากเป็นการนำเงินจากเครือญาติมาลงทุนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนหรือตลาดทุนต่าง
ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงก็คงไม่ได้เป็นสิ่งผิด เพราะเป็นเงินของเขาเอง แต่หากระดมเงินจากประชาชนทั่วไปในวงกว้าง
ปัจจุบันกฎหมายหลักทรัพย์ของประเทศไทยกำหนดไว้ว่าจะต้องขอใบอนุญาตเท่านั้น"
ส่วนกรณีที่โฆษณาว่านำเงินลงทุนจากประชาชนไปหาผลตอบแทนสูงๆในการซื้อ-ขายเงินสกุลต่างประเทศนั้นนายประสารกล่าวว่า
ภายใต้กฎหมายของไทยก็ดำเนินการปราบปรามการเก็งกำไรประเภทนี้อยู่ ทั้งยังต้องเข้าใจว่ารายเล็กที่เข้ามาทำธุรกิจเช่นนี้ก็มักจะเสียเปรียบรายใหญ่
เช่น สถาบันการเงิน หรือกองทุนขนาดใหญ่ที่มีกระแสเงินต่างประเทศเยอะ โดยหลักการแล้วไม่น่าจะทำได้
นายประสารกล่าวอีกว่า
ในอดีตมีกรณีแชร์แม่ชม้อย ซึ่งเกิดจากการทำสัญญาที่ให้ผลตอบแทนการลงทุนสูงเกินจริง
จนนำมาสู่การออกกฎหมายฉบับหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชน เพื่อป้องปรามเรื่องนี้
ซึ่งปัจจุบันกฎหมายฉบับดังกล่าวอยู่ภายใต้การบังคับใช้ของกระทรวงการคลัง
โดยในรายละเอียดก็จะระบุถึงความผิดกรณีหลอกลวงประชาชนและเอาเงินประชาชนไปบริหาร
"กรณีที่ระบุว่าจะไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นจะออกหุ้นIPO
ก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่ธุรกิจกล่าวขึ้นมา เพราะการจะเข้าตลาดหุ้นก็ต้องไปดูว่าเข้าเกณฑ์ของกฎหมายหลักทรัพย์และหน่วยงานผู้กำกับดูแลหรือไม่
ซึ่งกรณีเช่นนี้เบื้องต้นเชื่อว่าไม่น่าจะเข้าตลาดหุ้นได้แน่นอน" นายประสารกล่าว
ฟันธง ODFX เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่
นางดวงมน จึงเสถียรทรัพย์
ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า เท่าที่พิจารณาการลงทุนในลักษณะที่เรียกว่า
ODFX ถือเป็นการลงทุนที่ผิดกฎหมาย และเข้าข่ายลักษณะแชร์ลูกโซ่ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนประเด็นดังกล่าวเข้ามาแล้ว
ก.ล.ต.จึงส่งเรื่องไปยังศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ
สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ที่มีอำนาจในการพิจารณา
"ถ้าดูจากรูปแบบธุรกิจของบริษัทที่อ้างตัวนี้
ก็สามารถบอกได้ว่ามีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ เพราะมีลักษณะที่ให้ผลประโยชน์กับลูกค้ารายเดิมเมื่อเชิญชวนลูกค้ารายใหม่ให้มาลงทุนเป็นทอดๆ
และแม้จะบอกว่ามีหุ้นบุริมสิทธิ์แลกเปลี่ยนกับเงินลงทุน แต่นั่นก็เป็นเพียงแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งเท่านั้น
เนื่องจากหุ้นบุริมสิทธิ์ที่ว่าไม่ได้รับการอนุมัติจาก ก.ล.ต.ให้เสนอขาย ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้อง"
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากการถูกหลอกลวง
ควรตั้งข้อสังเกตไว้ดังนี้ คือ 1.การลงทุนให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติหรือไม่
โดยเฉพาะหากมากกว่าผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของตลาดก็ต้องตั้งข้อสงสัยถึงที่มาของวิธีดำเนินการ
2.มีวิธีการเชิญชวนให้ลูกค้าที่สมัครแล้วไปหาลูกค้าใหม่ ด้วยการให้ผลตอบแทนพิเศษเพิ่ม
แต่ไม่มีสินค้าให้ซื้อขายแลกเปลี่ยน 3.ออกตราสารทางการเงินภายใต้การกำกับดูแลของ
ก.ล.ต. แต่ไม่ได้ขออนุญาต
เป็นต้น
"นักลงทุนควรตั้งข้อสงสัยได้ทันที
หากบริษัทที่เข้ามาระดมทุนมีลักษณะตามที่ระบุไว้ และแม้บริษัทจะกล่าวอ้างว่าได้จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์แล้ว
แต่ก็อย่าวางใจ เพราะประเด็นนี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ทั้งหมด" นางดวงมนกล่าว
เตือนชวนคนอื่นลงทุนต่อถือว่าผิด
นางดวงมน กล่าวอีกว่า
ในกรณีที่ผู้เข้าไปลงทุนแล้วชักชวนให้คนอื่นๆ มาลงทุนในแชร์ลูกโซ่ด้วย ก็จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน
แต่ทั้งนี้จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังเข้ามาดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย
ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)กล่าวว่า เบื้องต้นทาง สศค.อยู่ระหว่างติดตามเรื่องดังกล่าว
หากพบว่าผิดกฎหมายตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ที่มีลักษณะเชิญชวน ไม่ว่าจะเป็นวิธีรับฝากเงิน
การกู้ยืม หรือเชิญชวนให้ร่วมลงทุน การเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ โดยระบุผลตอบแทนที่จะได้รับชัดเจน
ถือว่าผิดกฎหมายการเงิน ซึ่งกรณีนี้ สศค.ต้องติดตามข้อมูลให้รอบด้านก่อนสรุปอีกครั้ง
Cr:
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1411710447
วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557
นิทานเรื่องนี้ดีนะ...ขอมอบให้คนที่ยังติดยึด
กาลครั้งหนึ่ง มีขอทานคนหนึ่งออกขอทานทุกวัน เขาอยากจะมีชีวิตเหมือนคนปกติ เพราะฉะนั้น เขาจึงมักจะขอทานเสบียงกรังและตุนไว้ แต่ว่าเขากักตุนเสบียงมาหลายปี ยุ้งฉางของเขาก็มีเพียงข้าวสารนิดหน่อย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นเช่นนั้น เขาจึงตัดสินใจค้นหาสาเหตุ
คืนวันหนึ่ง เขาแอบอยู่มุมหนึ่งของบ้านและจ้องไปที่เสบียง ในที่สุด เขาเห็นหนูตัวใหญ่มาขโมยกินเสบียงของเขา เขาโกรธมาก ตะโกนไปที่เจ้าหนูว่า"บ้านคนรวยมีอาหารเยอะแยะ แกทำไมไม่ไปกินทำไมเจาะจงมากินอาหารข้าที่กักตุนมาด้วยความลำบาก" เจ้าหนูพูดขึ้นว่า "ชะตาของเจ้ามีข้าวสารได้แค่8ส่วน เดินให้ทั่วหล้า ก็ไม่สามารถมีข้าวได้ครบถัง" ขอทานถามเจ้าหนู "ทำไมเป็นเช่นนั้น"เจ้าหนูตอบว่า "ข้าก็ไม่รู้ เจ้าไปถามพระพุทธองค์สิ
ขอทานจึงตัดสินใจ เดินทางไปทางทิศตะวันตกเพื่อถามพระพุทธองค์ ว่าเหตุผลอันใดถึงมีชะตาชีวิตเช่นนี้
เจ้าขอทานก็ออกเดินทาง เขาขอทานระหว่างทาง เดินทางไปไกลมาก วันหนึ่ง เขาเดินจนฟ้ามืดถึงจะพบบ้านคนหลังหนึ่ง รีบไปเคาะประตู มีพ่อบ้านเดินออกมาถามว่ามีเรื่องอะไร เขาบอกขอข้าวกินหน่อย พอดีเศรษฐีเจ้าของบ้านออกมาเห็นเข้า เลยถามขอทานว่า มืดอย่างนี้แล้วทำไมยังเดินทางอยู่อีก ขอทานจึงเล่าชะตาชีวิตให้เศรษฐีฟัง
บอกว่าจะไปถามเหตุผลกับพระพุทธองค์ เศรษฐีได้ยินดังนั้น รีบเชิญขอทานเข้าไปนั่งในบ้าน ให้เสบียงกรังและเงินกับเขาจำนวนหนึ่ง ขอทานถามว่าทำไมทำเช่นนั้น เศรษฐีจึงเล่าเหตุผลให้ฟังว่า ลูกสาวข้าอายุ16แล้ว ยังพูดไม่ได้ ขอร้องให้เจ้าช่วยถามเหตุผลกับพระพุทธองค์ด้วย
เศรษฐีเคยสาบานว่าใครก็ตามที่ทำให้ลูกสาวพูดได้ เขาก็จะให้ลูกสาวแต่งงานกับคนนั้น ขอทานได้ฟังเช่นนั้น คิดว่าไหนๆก็จะไปหาพระพุทธองค์อยู่แล้ว เราก็ถือโอกาสช่วยถามให้เขาก็ได้ ขอทานจึงรับปากจะถามให้
บอกว่าจะไปถามเหตุผลกับพระพุทธองค์ เศรษฐีได้ยินดังนั้น รีบเชิญขอทานเข้าไปนั่งในบ้าน ให้เสบียงกรังและเงินกับเขาจำนวนหนึ่ง ขอทานถามว่าทำไมทำเช่นนั้น เศรษฐีจึงเล่าเหตุผลให้ฟังว่า ลูกสาวข้าอายุ16แล้ว ยังพูดไม่ได้ ขอร้องให้เจ้าช่วยถามเหตุผลกับพระพุทธองค์ด้วย
เศรษฐีเคยสาบานว่าใครก็ตามที่ทำให้ลูกสาวพูดได้ เขาก็จะให้ลูกสาวแต่งงานกับคนนั้น ขอทานได้ฟังเช่นนั้น คิดว่าไหนๆก็จะไปหาพระพุทธองค์อยู่แล้ว เราก็ถือโอกาสช่วยถามให้เขาก็ได้ ขอทานจึงรับปากจะถามให้
ขอทานเดินทางต่อไปผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่า เดินถึงเขาลูกหนึ่ง เห็นวัดแหืงหนึ่งตั้งอยู่ ก็เลยเข้าไปขอน้ำดื่ม เห็นพระแก่รูปหนึ่งถือไม้เท้าดีบุก ท่าทางแก่มาก แต่ดูกระฉับกระเฉง พระชราให้น้ำเขาดื่มและบอกให้เขาพักผ่อนสักครู่ แล้วถามเขาว่าจะไปไหน ขอทานบอกจุดหมายที่จะไป พระชรารีบจับมือขอทานไว้และพูดว่า ขอร้องเจ้าต้องช่วยถามพระพุทธองค์ให้หน่อย ข้าเข้าฌานฝึกฝนมา 500 กว่าปีแล้ว ตามหลักควรจะขึ้นสวรรค์แล้ว ทำไมยังบินขึ้นไปไม่ได้ ขอทานก็เลยรับปากพระชรา
เดินไปข้างหน้า ผ่านหนทางทั้งห้วยหนองคลองบึง ขอทานมาถึงริมแม่น้ำสายหนึ่ง ในแม่น้ำไม่มีเรือสักลำ ขอทานร้อนรนใจ จะทำอย่างไรดี จะข้ามไปยังไง ขอทานร้องไห้และพูดว่า หรือว่าชีวิตข้าจะต้องลำบากเช่นนี้หรือ
ทันใดนั้น เต่ายักษ์แก่ตัวหนึ่งโผล่ขึ้นเหนือน้ำ เต่าแก่พูดภาษาคนได้ ถามขอทานว่ามาร้องไห้ที่นี่ทำไม ขอทานเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เต่าแก่พูดกับเขาว่า ข้าได้เข้าฌานปฏิบัติตนมา 1000 ปีแล้ว ตามหลักน่าจะกลายเป็นมังกรบินไปแล้ว ทำไมยังเป็นแค่เต่าแก่ๆตัวหนึ่ง ถ้าเจ้าไปพบพระพุทธองค์ช่วยถามให้ข้าด้วย ข้าจะให้เจ้าขี่ข้ามแม่น้ำไปฝั่งตรงข้าม ขอทานรับปากด้วยความดีใจ
ขอทานเดินไปจำไม่ได้ว่าอีกกี่วัน แต่ก็หาพระพุทธองค์ไม่เจอ คิดในใจว่าพระพุทธองค์อยู่ไหนนะ แดนสุขาวดีน่าจะถึงแล้ว ขอทานเสียใจมาก เลยผลอยหลับไปแบบงุนงง
ทันใดนั้นพระพุทธองค์ปรากฏองค์ขึ้น ขอทานดีใจมาก พระพุทธองค์ถามขอทานว่า เจ้ามาไกลขนาดนี้ น่าจะมีคำถามอะไรที่สำคัญมากใช่ไหม ใช่เจ้าค่ะ ข้าน้อยจะถามคำถามหลายคำถาม หวังว่าท่านจะอธิบายให้ข้าน้อยเข้าใจได้ พระพุทธองค์ตอบว่า ได้สิ แต่มีเงื่อนไขหนึ่งนะเจ้าถามได้สูงสุดแค่ 3 คำถามเท่านั้น เพราะว่าไม่เคยมีใครถามเกิน 3 คำถามมาก่อน ขอทานตอบตกลง คิดในใจว่า ข้าจะถามคำถามไหนดีขอทานรู้สึกว่าคำถามของตนเองช่างไม่มีความสำคัญเลย
เต่าแก่เข้าฌานมา1000ปีแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่าย คำถามเขาน่าจะลองถามดู
พระชราปฏิบัติมา500ปี ก็ลำบากมาก คำถามเขาก็น่าจะถามดู
ลูกสาวเศรษฐีช่างน่าสงสารนัก พูดไม่ได้แล้วจะแต่งงานได้ยังไง
คำถามของเขาก็น่าจะถามดู และแล้วขอทานจึงไม่ลังเลที่จะถามคำถามที่1
พระพุทธองค์ตอบเขาว่า เต่าแก่ไม่ยอมสละกระดองของมัน ก็เลยไม่สามารถกลายเป็นมังกรได้ ในกระดองของเต่ามีไข่มุกราตรีอยู่24เม็ด ถ้ามันยอมสละกระดอง มันก็จะกลายเป็นมังกรได้
คำถามที่2 ท่านตอบว่า พระชราถือไม้เท้าวิเศษทั้งวัน ในใจพะวงแต่ไม้เท้าว่าเป็นของวิเศษ ใช้ไม้เท้าเคาะบนพื้น1ที บนพื้นก็จะกลายเป็นธารน้ำใส ถ้าหากพระชรายอมโยนไม้เท้าทิ้ง เขาก็จะขึ้นสวรรค์ได้แล้ว
ขอทานดีใจมาก จึงถามคำถามที่3 ท่านตอบว่า ถ้าเด็กสาวใด้พบคนที่เธอรัก เธอก็จะพูดได้เอง และทันใดนั้นพระพุทธองค์ก็หายไป。
ขอทานรู้สึกว่า ปัญหาของตัวเองไม่มีอะไรสำคัญ กลับไปขอทานตามเดิมดีกว่า แล้วจึงรีบเดินทางกลับ ขอทานกลับมาถึงริมแม่น้ำ เต่าแก่คำนวนว่าขอทานน่าจะมาถึงแล้ว จึงรีบถามว่าพระพุทธองค์ตรัสว่ายังไง ขอทานพูดว่า เจ้าพาข้าข้ามแม่น้ำไปก่อน ข้าจะเล่าให้ฟัง เต่าพาขอทานข้ามแม่น้ำไป ขอทานเล่าสาเหตุให้ฟัง เต่าฟังแล้วเข้าใจทันที จึงถอดกระดองออกยกให้ขอทานและพูดว่า ในนี้มีไข่มุกราตรี24เม็ด เป็นของที่หาค่ามิได้ สำหรับข้าไม่มีประโยชน์แล้ว ข้าขอยกให้เจ้า เต่าแก่จึงกลายเป็นมังกร บินหายไป
ขอทานเอาไข่มุกราตรี24เม็ด รีบเดินทางกลับมาถึงบนเขาพบกับพระชรา พระชรารีบถามว่าพระพุทธองค์ท่านตรัสว่าอย่างไร ขอทานเล่าสาเหตุให้ฟัง พระชราได้ฟังดีใจมาก จึงมอบไม้เท้าวิเศษให้แก่ขอทาน พระชราจึงขี่เมฆบินขึ้นท้องฟ้าหายไป
ขอทานเดินทางมาถึงหน้าบ้านเศรษฐี ทันใดนั้น มีหญิงสาววิ่งออกมาและตะโกนเสียงดังว่า คนที่ไปถามพระพุทธองค์กลับมาแล้ว เศรษฐีก็วิ่งออกมา เขาตกใจมากที่อยู่ๆลูกสาวเขาพูดได้ ขอทานถ่ายทอดคำตรัสพระพุทธองค์ เศรษฐีดีใจมาก จึงให้ลูกสาวแต่งงานกับขอทาน
- ความรักที่ให้ออกไป ความรักก็จะย้อนกลับคืนมา
- ความสุขที่ให้ออกไป ความสุขก็จะย้อนกลับคืนมา
- คิดเผื่อคนอื่น ย่อมจะต้องมีคนคิดถึงคุณ
- นี่คือเหตุและผล นี่คือกฏเกณฑ์
เมื่อท่านอ่านบทความนี้จบ ท่านมี2ทางเลือก
1. ท่านเผยแพร่ออกไปเต็มความสามารถ ทำให้โลกนี้มีความรักเพิ่มขึ้น
2. ท่านสามารถไม่สนใจ เสมือนหนึ่งท่านไม่เคยเห็นมันเลย
2. ท่านสามารถไม่สนใจ เสมือนหนึ่งท่านไม่เคยเห็นมันเลย
การแบ่งปันเล็กๆของท่าน อาจสามารถส่องสว่างให้แก่ชีวิตคนมากมาย คนมีความฝันจึงทำให้ยิ่งใหญ่ การกระทำยิ่งทำให้ประสบความสำเร็จ การเรียนรู้ของท่านทำให้ท่านเปลี่ยนแปลง
ขอให้ท่านกระจายความรักของท่านจะช่วยให้คนส่วนมากเติบใหญ่ขึ้น ขอบคุณการสนับสนุนของท่าน
ข้าพเจ้าได้เลือกทำข้อที่1แล้ว
ข้าพเจ้าได้เลือกทำข้อที่1แล้ว
วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557
มันอยู่ที่"วิธีคิด" จริง ๆ
ทุกเรื่องในชีวิต แค่"วิธีคิดผิด" ผลลัพธ์ ก็ย่อมผิดเป็นธรรมดา
ถึงกระนั้นก็ยังมีคนคิดอย่างเดิม ทำอย่างเดิม แต่คาดหวังผลลัพธ์ ใหม่ ๆ
แล้วคุณก็จะเห็นอีกปฏิกิริยาหนึ่งคือ ไม่มีใครศึกษาวิธีคิดของคนอื่น เพราะ คิดว่าวิธีของตนเองถูกที่สุด
มันก็เหมือนการเมืองนั่นแหละ "คนคิดต่างคือโง่! "
คุณคิดแบบ"ผึ้ง"หรือ"แมลงวัน"
ถ้าหากคุณจับเอาผึ้ง 6 ตัวใส่ในขวด และจับแมลงวัน 6 ตัวเช่นกัน ใส่ในอีกขวด
จากนั้นค่อย ๆ วางขวดให้นอนลง โดยหันก้นขวดไปทางหน้าต่าง
คุณจะพบว่าผึ้งพยายามที่จะบ
ในขณะที่แมลงวันนั้น จะสามารถบินออกมาทางฝั่งคอข
#เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้...
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าผึ้ง
จะเป็นทางออกจากรัง โพรงไม้ ฯลฯ แต่เมื่อต้องมาอยู่ในขวด ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ผึ้งไม
มันก็ยังคงเชื่อในความคิดแบ
แต่สำหรับแมลงวัน มันเป็นสัตว์ที่ไม่มีความคิ
จนในที่สุดก็พบทางออก
การทดลองนี้แสดงให้เห็นว่า #คนฉลาดรู้มาก ก็สามารถที่จะล้มเหลวได้เพร
ปล. จะว่าไปแล้ว เรื่องใกล้ตัวที่สุดสำหรับฉัน คือ การได้เห็นอาจารย์สอนบริหาร
8 ข้อคิดดี ๆ ฝึกหาความสุข
1. ฝึกมองตัวเองให้เล็กเข้าไว้
2. ฝึกให้ตัวเองเป็นนักไม่สะสม
3. ฝึกให้ตนเองเป็นคนสบายๆ หมายความว่า อย่าไปบ้ากับความสมบูรณ์แบบ
4. ฝึกให้ตัวเองเป็นคนนิ่งๆ หรือพูดแต่สิ่งที่ดีๆ หมายความว่าถ้าอะไรไม่ดีก็อย่าไปพูด เพราะการพูด หรือวิจารณ์ในทางเสียหายนั้
5. ฝึกให้ตัวเองรู้ธรรมชาติว่า
6.ฝึกให้ตัวเองเข้าใจเรื่อง
7.ฝึกให้ตัวเองพ้นจากความเป
8. ฝึกให้ตัวเองเสียสละ และยอมเสียเปรียบ หมายความว่า การที่คนๆ หนึ่งยอมเสียเปรียบผู้อื่นบ
วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557
คุณมีเงิน แต่คุณมีค่าไหม?
การบรรยายส่วนหนึ่งของหลี่เ หลียนเจี๋ยในหัวข้อ “หลักการรักษาสุขภาพ”
************************** ************************** ***********************
ฟู่เปียวมีเงินมากกว่าคุณ เปลี่ยนไต 2 ครั้งสุดท้ายก็ลาจากโลกไป
เหม่ยเยี่ยนฟังมีเงินมากกว่ าคุณ จ้างหมอเฉพาะทางทั้งในและนอ กประเทศ สุดท้ายมะเร็งปากมดลูกก็ทำใ ห้เธอลาจากโลกนี้ไป
เฉินเสี่ยวสวี้มีเงินมากกว่ าคุณ สุดท้ายมะเร็งเต้านมก็พรากเ ธอไปจากโลกนี้
หวังจวินเหยามีเงินมากกว่าค ุณ 3500 ล้านซื้อชีวิตจากมะเร็งลำไส ้ใหญ่ไม่ได้ สุดท้ายเขาก็จากโลกนี้ไป
จางเซิงอวี๋ประธานกรรมการบร ิษัทถงเหรินถังแห่งนครปักกิ ่ง มีความเชี่ยวชาญการรักษาโรค มากกว่าคุณ อยู่ๆก็หัวใจวายเฉียบพลัน ตายจากโลกนี้ทั้งๆที่อายุแค ่ 39 ปี
หนันหมินประธานกรรมการบริษั ทจงฟากรุ๊ปแห่งนครเซี่ยงไฮ้ จากโลกนี้ไปด้วยโรคเส้นเลือ ดในสมองแตก ทั้งๆ ที่อายุแค่ 37 ปี
ขอให้คุณระลึกไว้
1. อย่าเอาแรงกดดันมาเป็นแรงขั บเคลื่อน ใช้ร่างกายจนเกินกำลัง เท่ากับทำร้ายร่างกาย — โง่เขลาเป็นที่สุด
2. อย่าลืมว่าสุขภาพดีคือต้นทุ น ร่างกายไม่แข็งแรง คุณจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุ ขได้อย่างไร — เสียหายเป็นที่สุด
3. อย่าเห็นชื่อเสียงและลาภยศเ ป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ชื่อเสียงลาภยศเปรียบดังหมอ กควัน สุดท้ายก็มลายสูญ — จริงแท้เป็นที่สุด
4. #อย่าคิดว่าหมอจะช่วยชีวิตค ุณได้ หมอที่ดีคือตัวคุณ ดูแลชีวิตดีกว่าให้ใครมาช่ว ยชีวิต — ถูกต้องเป็นที่สุด
5. อย่าคิดว่าอุทิศให้แล้วจะต้ องได้รับตอบแทนเสมอไป ให้อะไรกับใครอย่ารอให้เขาท ดแทนบุญคุณ — วิเศษเป็นที่สุด
6. อย่าคิดว่ารับราชการแล้วจะเ หนือกว่าชาวบ้าน ถึงเวลาเกษียณก็ต้องเป็นชาว บ้านเหมือนเดิม — แม่นยำเป็นที่สุด
7. อย่ามองข้ามคนที่มีบุญสัมพั นธ์กับคุณ เมื่อคุณตกอับ คุณจึงจะรู้ว่าใครบ้างที่ไป จากคุณ และตอนนั้นคนรู้ใจยิ่งหายาก — เสียใจและเสียดายเป็นที่สุด
8. อย่าเห็นการทักทายของใครเป็ นสิ่งน่ารำคาญ คนที่ส่งข้อความให้คุณเสมอเ พราะคุณยังอยู่ในใจเขา — แน่นอนเป็นที่สุด
.......................... ........................
เป็นคำถามที่น่าคิด
คุณมีเงิน แต่คุณมีค่าไหม?
เรามักแสวงหาสิ่งที่เราคิดม ีค่ามากที่สุดในชีวิต
แต่สุดท้าย ทุกคนหนีไม่พ้นอนิจจัง
หมั่นคิดดี พูดดี ทำดีนะครับ
#คุณค่าของชีวิตสร้างได้โดย ไม่ต้องใช้เงิน!
**************************
ฟู่เปียวมีเงินมากกว่าคุณ เปลี่ยนไต 2 ครั้งสุดท้ายก็ลาจากโลกไป
เหม่ยเยี่ยนฟังมีเงินมากกว่
เฉินเสี่ยวสวี้มีเงินมากกว่
หวังจวินเหยามีเงินมากกว่าค
จางเซิงอวี๋ประธานกรรมการบร
หนันหมินประธานกรรมการบริษั
ขอให้คุณระลึกไว้
1. อย่าเอาแรงกดดันมาเป็นแรงขั
2. อย่าลืมว่าสุขภาพดีคือต้นทุ
3. อย่าเห็นชื่อเสียงและลาภยศเ
4. #อย่าคิดว่าหมอจะช่วยชีวิตค
5. อย่าคิดว่าอุทิศให้แล้วจะต้
6. อย่าคิดว่ารับราชการแล้วจะเ
7. อย่ามองข้ามคนที่มีบุญสัมพั
8. อย่าเห็นการทักทายของใครเป็
..........................
เป็นคำถามที่น่าคิด
คุณมีเงิน แต่คุณมีค่าไหม?
เรามักแสวงหาสิ่งที่เราคิดม
แต่สุดท้าย ทุกคนหนีไม่พ้นอนิจจัง
หมั่นคิดดี พูดดี ทำดีนะครับ
#คุณค่าของชีวิตสร้างได้โดย
วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557
โลกนี้ที่อยู่รอดได้ ก็เพราะเหตุนี้
คนโง่ มักคิดหรือเชื่อ ว่าตนเองฉลาด
แทบไม่เคยพลาด ไม่เคยโง่
จะพลั้งไปบ้าง ก็เพราะคนอื่นเป็นสาเหตุ
ส่วนคนฉลาด มักจะยอมรับได้
ว่าตนเองโง่ได้ โง่เป็น พร้อมจะเรียนรู้
และพร้อมจะพลาดได้เช่นเดียวกัน
โลกนี้ที่อยู่รอดได้ ก็เพราะเหตุนี้
เหตุที่แม้ว่าคนโง่จะกอดรัดความ โง่เอาไว้
อย่างเหนียวแน่น
แต่คนฉลาดก็ไม่เคยพยายามไปแย่งค วามโง่มาครอง
ไม่เคยพยายามทะเลาะเบาะแว้งกับค นโง่ๆ แต่อย่างใด.
แม้ว่าการกระทำเช่นนั้น จะทำให้คนโง่ขยายตัว
และใช้พื้นที่มากขึ้น และมากยิ่งขึ้น
กระทั่งแทบจะกินพื้นที่ส่วนใหญ่ ไปแล้วก็ตาม.
แทบไม่เคยพลาด ไม่เคยโง่
จะพลั้งไปบ้าง ก็เพราะคนอื่นเป็นสาเหตุ
ส่วนคนฉลาด มักจะยอมรับได้
ว่าตนเองโง่ได้ โง่เป็น พร้อมจะเรียนรู้
และพร้อมจะพลาดได้เช่นเดียวกัน
โลกนี้ที่อยู่รอดได้ ก็เพราะเหตุนี้
เหตุที่แม้ว่าคนโง่จะกอดรัดความ
อย่างเหนียวแน่น
แต่คนฉลาดก็ไม่เคยพยายามไปแย่งค
ไม่เคยพยายามทะเลาะเบาะแว้งกับค
แม้ว่าการกระทำเช่นนั้น จะทำให้คนโง่ขยายตัว
และใช้พื้นที่มากขึ้น และมากยิ่งขึ้น
กระทั่งแทบจะกินพื้นที่ส่วนใหญ่
วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557
บริษัทเครือข่ายผิดกฏหมาย
วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
ล้มเหลว แต่ไม่ล้มเลิก
●● "ล้มเหลว แต่ไม่ล้มเลิก"เขาคือ หนึ่งในสี่จตุรเทพแห่งฮ่องกงเขาคือ นักร้อง ดารา ที่มีผลงานมากที่สุดเขาคือสามี คุณพ่อ และผู้ชาย ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น "สุภาพบุรุษ"ทั้งบนเวทีและในโลกแห่งความเป็นจริงล่าสุด เขาได้รับทาบทามให้เป็นโค้ชของรายการประกวดร้องเพลงชื่อก้อง The voice.......
แต่ คุณเคยเห็นเขา "บรรยาย" หรือเปล่า ??หลิวเต๋อหัว ได้เป็นแขกรับเชิญรายการโทรทัศน์ของจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ดาราและนักร้องหนุ่มใหญ่วัย52 ปีได้ “เดี่ยวไมโครโฟน” เป็นภาษาจีนกลางรายการนี้เป็นรายการที่เชิญบุคคลดังในแวดวงต่างๆ มา “บรรยาย” ให้ผู้ชมฟังในรูปแบบของห้องเรียนเสรีเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนหนุ่มสาว

หลิวเต๋อหัวและต่อไปนี้ คือ คำบรรยายของหลิวเต๋อหัว ในหัวข้อ “ยิ้มให้กับโลกสักครั้ง”“ ปี 1961 ผมเกิดที่ชนบทของฮ่องกง แถวบ้านมีนกยูง มีหมูมากกว่า 200 ตัว มีนกพิราบจำนวนนับไม่ถ้วน ตอนเด็กๆผมได้เห็นสิ่งที่เด็กๆสมัยนี้ไม่เคยเห็นมากมายหลายอย่าง เป็นของจริงที่ชัดเจนยิ่งกว่าโทรทัศน์ในยุคนี้ตอน 6 ขวบ พ่อตัดสินใจพาผมย้ายจากชนบทมาอยู่ในเมือง พ่ออยากให้พวกเราได้สัมผัสกับโลกภายนอกที่กว้างขวาง แต่การทอดทิ้งบ้านเกิดทำให้คุณปู่โกรธพ่อของผมมาก พอตอนแบ่งพินัยกรรม พ่อของผมจึงไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง

หลังจากนั้นเราจึงต้องอาศัยอยู่ในเขตยากไร้ของฮ่องกงที่เรียกว่า “ภูเขาเพชร” ทำไมถึงเรียกว่า “ภูเขาเพชร ? อาจเป็นเพราะว่าคนที่นั่นล้วนฝันว่า ที่อยู่ของพวกเราที่นี่จะดูดีขึ้นในสักวันหนึ่งพ่อของผมเป็นพนักงานดับเพลิง และเพราะบ้านที่นั่นมีแต่บ้านไม้ ทุกวันจึงต้องระวังไฟไหม้ ต้องจำให้ได้ว่าบัตรประชาชนวางไว้ที่ไหน เพราะถ้าไฟไหม้เราก็ทำได้แค่รีบเข้าไปเอาบัตรประชาชน แล้วก็หนีออกมา....และวันหนึ่ง เมื่อผมอายุ 10 ขวบก็เกิดไฟไหม้ขึ้นจริงๆ พวกเราก็เลยต้องย้ายออกมา พ่อกับพวกเราต้องอาศัยอยู่ในที่พักชั่วคราวที่รัฐบาลช่วยสร้างขึ้นนานถึง 1 ปี จนกระทั่งปีต่อมา เราจึงได้ย้ายเข้าไปยังบ้านใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยปูนเป็นครั้งแรก ในช่วงนั้นพวกเราต้องปากกัดตีบถีบทุกอย่างเพื่อหาเลี้ยงชีวิตจนกระทั่งปี 1980 ผมมีโอกาสอบรมกับสถานีโทรทัศน์ TVB และได้เซ็นสัญญากับทางสถานีในที่สุดนั่นเป็นประวัติชีวิตคร่าวๆของผม
วันนี้ผมมาบรรยาย มาทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ก็ไม่รู้ว่าจะสอนอะไรกับพวกคุณได้บ้าง พวกคุณคงคิดว่า หลิวเต๋อหัวเป็นคนที่ประสบความสำเร็จสุดๆ แต่ความจริงแล้ว หลิวเต๋อหัวถูกสื่อมวลชนแต่งแต้มจนกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ เหมือนกับว่า ผมไม่ต้องกิน ไม่ต้องนอน ก็มีชีวิตอยู่ได้จนอายุ 52 ปี แต่ความจริงแล้ว ผมเป็นแค่ “คนธรรมดา” คนหนึ่ง....และก็เคยล้มเหลวเช่นเดียวกัน
ปี 1981 ผมเพิ่งเข้าอบรมกับ TVB ตอนนั้นผมมีแฟนสาวที่คบหากันนานถึง 3 ปีแล้ว ผมคิดว่าเป็นผู้ชายต้องรับผิดชอบ จึงมุมานะทุกอย่าง ตอนเช้าเริ่มฝึกตั้งแต่ 9 โมง จนถึงตอนค่ำยังต้องฝึกเต้นรำ และการแสดงมากมายและวันหนึ่ง ผมได้รับโทรศัพท์ คนที่โทรมาถึงแฟนของผมที่ไม่มีเวลาไปพบกันนาน 4 เดือนแล้ว เธอถามผมว่ามีเวลาปลีกตัวมาสักนิดไหม? ผมตอบตกลง แต่เวลากว่าจะออกมาพบกันได้ก็นานถึง 8 ชั่วโมงถัดมา เธอนัดผมที่ยอดเขาแห่งหนึ่งซึ่งโรแมนติกมาก สามารถมองเห็นฮ่องกงได้ทั้งเกาะ แต่เธอกลับใช้สถานที่นี้บอกเลิกกับผม ผมพร่ำถามตัวเองว่า เพราะอะไร? ผมไม่ได้ทำผิดอะไร? แต่ยังไม่ทันที่ผมจะอธิบายอะไรสักคำเดียว เธอก็หันหลังจากไปแล้ว
ผมค่อยๆเดินลงจากเขาจนมาถึงป้ายรถเมล์ รอจนกระทั่งรถที่ไม่ค่อยมีผู้โดยสารคันหนึ่งมาถึง ผมนั่งอยู่แถวสุดท้ายคนเดียว ผมรู้สึกว่ายิ่งรถวิ่งไปข้างหน้าเร็วเท่าไหร่ หยาดน้ำตาก็ปลิวสวนทางไปเร็วเท่านั้นความล้มเหลวในรักครั้งแรก ทำให้ผมทุ่มเทกับการทำงานมากขึ้น และในที่สุด ผมก็ได้พบกับความสำเร็จครั้งแรกนั่นคือ การได้รับบทพระเอก นั่นคือความสำเร็จ....แต่ความสำเร็จมีหลายอย่าง

ในปี 1985 ผมถ่ายละครเรื่อง “มังกรหยก” เพิ่งเสร็จ ตอนนั้นผมเห็นเฉินหลง เห็นโจวเหวินฟะ หันไปเล่นภาพยนตร์กันมากมาย ผมก็อยากจะมีโอกาสเล่นหนังบ้าง จึงบอกกับทาง TVB ว่า ผมขอเล่นละครปีละแค่หนึ่งเรื่องได้ไหม? เวลาที่เหลือขอไปเล่นหนัง ทาง TVB ตอบว่า ไม่ได้!ผมจึงต้องเลือก และผมเลือกที่จะออกจากสถานีโทรทัศน์ใหญ่อย่าง TVB เพื่อมารับเล่นหนังอย่างอิสระ
ในตอนนั้นคนรอบตัวผมบอกว่า “หลิวเต๋อหัว นายตัดสินใจอย่างนี้ล้มเหลวแน่!”แต่การตัดสินใจของแต่ละคนล้วนมาจากหัวใจ ผมก็เดินตามทางที่เลือกแล้ว....จนกระทั่งผมได้พบกับ “คนตัดคน” ได้พบกับ “เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้” และได้พบกับ “ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ”....คราวนี้คนรอบตัวกลับบอกกับผมว่า “หลิวเต๋อหัว นายตัดสินใจตอนนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ!”ความสำเร็จใครกันเป็นผู้กำหนด? ไม่มีใครรู้หรอก แต่จงจำไว้ว่า ความสำเร็จไม่ได้มีหนทางเดียว ตอนที่ผมลาออกจาก TVB มาดิ้นรนด้วยตัวเอง แต่ยังมีอีกคนหนึ่งเลือกที่จะอยู่กับ TVB เขาคนนั้น คือ เหลียงเฉาเหว่ย...แล้ววันนี้เขาประสบความสำเร็จหรือไม่? ดังนั้นจงจำไว้ว่า เลือกในสิ่งที่เหมาะที่สุดกับคุณ จงอย่าลอกแบบตัวอย่างความสำเร็จของคนอื่นคนรู้จักจินเคอไหม? เขาคือมือสังหารจิ๋นซีฮ่องเต้ เขาทำสำเร็จหรือล้มเหลว คนส่วนใหญ่คิดว่าเขาล้มเหลวใช่ไหม? จิ๋นซีฮ่องเต้รวมอาณาจักรจีนเป็นหนึ่ง สำเร็จหรือล้มเหลว คนส่วนใหญ่คิดว่าทำสำเร็จใช่ไหม? แต่วันนี้ ทำไมคุณยังจำมือสังหารที่ชื่อจินเคอได้ ? ทำไมคนจำนวนมากประณามการปกครองของจิ๋นซีฮ่องเต้ ? ความสำเร็จจึงไม่ได้อยู่ที่คุณบอกตัวเอง แต่ประวัติศาสตร์จะเป็นผู้บอกคนที่ชอบผมจะบอกว่า หลิวเต๋อหัวเป็นดาราใหญ่ มีครอบครัวที่มีความสุข แต่คนที่ไม่ชอบผมก็จะบอกว่าหลิวเต๋อหัวเล่นหนังบู๊ล้างผลาญไร้สาระ เพียงแค่โชคดีถึงดัง และเขายังเห็นแก่ชื่อเสียงไม่เอาใจใส่ครอบครัว คนใกล้ชิดทุกคนต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ เช่นนี้แล้วผมก็คือคนที่ล้มเหลวที่สุดผมเห็นคนที่ประสบความสำเร็จมามาก หลายคนน่ารำคาญมาก พวกเขามักคิดว่าจะต้องแสดงอัตตาให้มากที่สุด บางครั้งแม้แต่ข้อบกพร่องของตัวเองก็ยังคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของอัตตา แต่ถ้าคุณมีปัญญาจะพบว่า เราสามารถใช้ความมานะแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเอง ถึงตอนนั้นคุณก็จะเป็นคนที่ทั้งประสบความสำเร็จและเป็นคนที่ผู้คนรักทุกคนตอนเช้า ผมจะยืนอยู่หน้ากระจกแล้วถามตัวเองว่า คุณเป็นใคร? คุณเคยทำผิดต่อตัวเองไหม? คุณเคยทรยศตัวเองไหม? คุณเคยหลอกตัวเองไหม? ถามตัวเองอย่างนี้ทุกวันเพื่อเตือนสติตัวเอง จากนั้นค่อยเดินออกไป ยิ้มให้กับคนในครอบครัว ยิ้มให้กับเพื่อนบ้าน ยิ้มให้กับคนแปลกหน้าที่พานพบ ยิ้มให้กับ...คนที่ล้มเหลว คุณจะพบว่าโลกนี้เต็มเปี่ยมด้วยความรัก หากโลกนี้เต็มเปี่ยมด้วยความรักความสำเร็จจะยังห่างไกลจากเราทุกคนงั้นหรือ? โลกที่เต็มเปี่ยมด้วยรัก แม้คุณจะล้มเหลว ก็จะยังมีสักคนหนึ่งที่ยิ้มให้กำลังใจคุณ
วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
เก็บตกมาจาก Facebook...เอาไว้สอนลูกหลานนะ
20 ข้อ ที่ควรรู้และปฏิบัติก่อนอายุ 45
1. ไม่ต้องตั้งใจเรียนมากไปในสายวิชาที่ตนเลือก แต่ภาษาอังกฤษ จำเป็นมากๆ จงให้ใส่ใจ ส่วนวิชาอื่นๆ เอาแค่ดีพอหางานดีๆทำก็พอ เพราะโลกแห่งความเป็นจริง วัดกันที่ผลงาน ไม่ใช่ที่เกรด ภาษาอังกฤษสร้างผลงานได้
2. การทำกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นสำคัญมากพอๆ กับการคร่ำเคร่งหน้าตำราเรียน
3. เลือกงานที่เราชอบนั้นใช่ แต่อย่าลืมด้วยว่า อาชีพนั้นสามารถเลี้ยงดูตัวเราได้จริงหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็อย่าหลอกตัวเอง
4. เมื่อถึงวัยทำงาน ใครเก็บเงินก่อน รวยเร็วกว่าและสิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้ คือ "ชีวิตที่ไม่มีหนี้ คือชีวิตที่ประเสริฐที่สุด"
5. หาเป้าหมายในชีวิตให้เจอโดยเร็วที่สุด เพราะมันจะเป็นเครื่องนำทางของคุณ ในชาตินี้ตลอดไป
6. ซื้อบ้านก่อน ที่จะซื้อรถ เพราะบ้านมีแต่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น รถมีแต่มูลค่าลดลง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า รถ=ลด
7. ดอกเบี้ยบ้านนั้นมหาโหดมาก รีบใช้ให้หมดโดยเร็วพลัน ก่อนที่จะแก่ แล้วผ่อนไม่ไหว
8. การเก็บเงินเป็นแค่บันไดขั้นแรกสู่ความร่ำรวย แต่ขั้นต่อมา คือ ต้องรู้จักลงทุน. อย่าลืมคบกับที่ปรึกษาการเงินไว้เป็นเพื่อน
9. อย่าเป็นศัตรูกับใครก็ตามบนโลกใบนี้ เพราะคุณจะไม่มีทาง รู้ว่าวันหนึ่งเขาอาจจะยิ่งใหญ่มาก จนกลับมาทำร้ายคุณก็เป็นได้
10. คอนเน็คชั่นหรือสายสัมพันธ์เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็สู้การมีเพื่อนเยอะไม่ได้
11. ควรมีงานทำมากกว่า 1 งานเพราะความมั่นคง ไม่เคยมีบนโลกใบนี้
12. อย่าคิดว่าตัวเองทำอะไรได้แค่อย่างเดียวเพราะความสามารถของคนเรา มีมากกว่า 1 เสมอ
13. เมื่อมีโอกาสใดก็ตามเข้ามาจงอย่าปฏิเสธ ถึงจะล้มเหลว แต่มันก็คือ ประสบการณ์
14. สร้างเนื้อ สร้างตัวให้ได้เร็วที่สุด ในขณะที่คุณยังมีกำลัง ยังเป็นหนุ่ม-สาว เพราะการฝ่าฟันอุปสรรคในช่วงอายุมาก ไม่ใช่เรื่องสนุก
15. ออกเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่ยังหนุ่มสาวเพราะเมื่อมีครอบครัว การเดินทางจะเป็นเรื่องยุ่งยากกว่าเดิม
16. เลือกคู่ชีวิต จงคิดให้ดีๆ อย่าดูแต่ข้อดีของเขา แต่ต้องดูด้วยว่าเราสามารถรับข้อเสียของเขาได้มากแค่ไหน
17. การมีแฟน หรือสามีภรรยา ยังเลิกกันได้ แต่ความเป็นพ่อแม่ลูก นั้นเลิกกันไม่ได้ เพราะฉะนั้น ควรดูแลพวกเขาให้ดีๆ
18. ความสำเร็จที่มากมายแค่ไหน ก็ไม่สามารถทดแทนความล้มเหลวของครอบครัวได้
19. ลองหาเวลาอยู่ว่างๆ ไม่ต้องทำอะไรเลยดูบ้าง อย่าแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว และอีกอย่างงานก็ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต
20. สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญอันหนึ่ง โปรดถนอมตัวเองให้มาก เมื่อยังเป็นวัยรุ่น อย่าใช้ชีวิตให้หนักเกินไป
วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
อย่ารอให้แตะ 60 แล้วค่อยเตรียมตัวเกษียณ
อย่ารอให้แตะ 60 แล้วค่อยเตรียมตัวเกษียณ ถึงเวลานั้นอาจทำใจได้ยาก เพราะปรับตัวปรับใจไม่ทัน เพื่อให้ตั้งรับกับวัยเกษียณอย่างชาญฉลาด อยากให้เริ่มต้นนับถอยหลังตั้งแต่ขึ้นเลขห้า ปูพรมแดงเตรียมไว้สำหรับชีวิตใหม่หลังเกษียณที่สดใสกว่า
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ “ดร.เดมอน ราสคิน” นำเสนอ 8 สิ่งที่ต้องทำก่อนอายุ 60 เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเตรียมตัวรับวัยเกษียณอย่างมีคุณภาพ
สิ่งแรกคือ (1)“การหาเพื่อนใหม่ๆที่อายุน้อยกว่า” เพื่อสร้างความมีชีวิตชีวาไม่อับเฉา ลองหากิจกรรมใหม่ๆทำเพื่อผูกมิตรกับเพื่อนต่างวัย แทนที่จะขลุกอยู่กับกลุ่มคนแก่ คุยแต่เรื่องเก่าๆที่ทำให้ห่อเหี่ยวหัวใจ
สิ่งที่สองที่ควรทำในวัยก่อนเกษียณคือ (2)“เลิกพฤติกรรมไม่ดีที่ทำจนติดเป็นนิสัย”ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเลิกสูบบุหรี่ หรือเลิกนิสัยไม่ดีที่ทำลายสุขภาพกายและใจ
(3)“วางแผนเกษียณอายุ” เพื่อเตรียมสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีไว้เป็นของขวัญให้ตัวเองยามแก่เฒ่า อย่าผัดวันประกันพรุ่งว่าเมื่อวันนั้นมาถึงค่อยคิด เริ่มตั้งแต่วันนี้ ลองถามตัวเองว่า ถ้าพรุ่งนี้คือวันที่ต้องเกษียณอายุจากงาน คุณมีเงินทองสำรองไว้เลี้ยงดูตัวเองหรือยัง และนอกเหนือจากงานประจำที่ทำมาทั้งชีวิต จริงๆแล้วชีวิตนี้คุณอยากทำอะไร การค้นหาตัวเองตอนอายุ 60 คงไม่สนุกแน่นอน เพราะเต็มไปด้วยแรงกดดัน
(4)“การรู้จักให้อภัยคนอื่น” เพื่อปลดปล่อยตัวเองจากความขุ่นข้องหมองใจ ใครเคยทำอะไรไม่ดีกับคุณ ก็ขอให้ลืมๆไปซะ ความโกรธความเกลียดเหมือนเราซดยาพิษ แล้วมโนไปเองว่ามันจะออกฤทธิ์ฆ่าศัตรูของเรา
(5)“ขุดหาความฝันในวัยเยาว์ แล้วทำมันให้เป็นจริง” ความฝันไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กก็ล้วนแต่มีคุณค่า เราใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตหมดไปกับการแสวงหาความสำเร็จในหน้าที่การงาน และสั่งสมความมั่งคั่ง โดยมักหลงลืมไปว่าอะไรคือความสุขแท้จริง ก่อนวัยเกษียณลองหางานอดิเรกที่ทำแล้วมีความสุขให้เจอ อาจเป็นกิจกรรมง่ายๆที่ชื่นชอบตอนเด็ก เช่น การปลูกต้นไม้, ขี่จักรยาน, เลี้ยงปลา และเขียนหนังสือ สิ่งเหล่านี้เปรียบเหมือนยาชูใจที่สร้างความกระปรี้กระเปร่าในช่วงบั้นปลายชีวิต


(6)“หยอดกระปุกสะสมความมั่งคั่งไว้รองรับชีวิตวัยเกษียณ” คงปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าอยากใช้ชีวิตหลังรีไทร์อย่างมีความสุข ต้องมีเงินทองเพียงพอจะเลี้ยงตัวเอง อย่าไปหวังให้ลูกหลานมาเลี้ยงดูเราเลย คำว่าเพียงพอก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ลองคำนวณคร่าวๆว่า ถ้าเรามีชีวิตอยู่จนถึง 80 ปี ต้องเตรียมเงินไว้ใช้หลังเกษียณอีก 20 ปี แต่ละเดือนเราต้องการใช้จ่ายเท่าไหร่ ก็เอาตัวเลขคูณกับจำนวนปี สมมติว่าอยากใช้เงินเดือนละ 20,000 บาท ภายในเวลา 20 ปี ต้องมีเงิน 4 ล้าน 8 แสนบาท คิดดูล่ะกันว่าถ้าไม่รีบหาเงินตอนยังมีเรี่ยวแรง พอแก่ไปจะหาเงินล้านจากไหน...นี่ยังไม่นับรวมเงินสำรองไว้ใช้ยามเจ็บป่วย

(7)“เป็นเจ้าของกิจการตอนอายุ 50 ไม่ใช่เรื่องแปลก” การเปลี่ยนอาชีพตอนที่ยังมีกำลังวังชาบุกเบิกธุรกิจใหม่ อาจช่วยต่อลมหายใจการทำงานเพื่อสะสมความมั่งคั่งออกไปอีก 10-20 ปี แทนที่จะจบชีวิตทำงานตอนอายุ 60 ยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งประสบความสำเร็จเร็วเท่านั้น
ไม่มีอะไรจะน่าเกลียดเท่าการเป็นคนแก่ขี้หงุดหงิด, อารมณ์ร้าย และเจ้ากี้เจ้าการชอบจับผิด ก่อนจะถึงวัยเกษียณ
(8)“ลองปลูกเมล็ดพันธุ์ของการคิดบวกลงในใจ” ใครๆก็อยากอยู่ใกล้คนที่มองโลกในแง่ดี สำหรับคนสูงวัย คงไม่มีของขวัญใดจะล้ำค่าเท่าชีวิตที่สุขสงบ มีแต่ความสบายใจ!!
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)















