ข่าว ธุรกิจออนไลน์ 100%

วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563

ธุรกิจเครือข่าย หรือ Multi-level Marketing (MLM) คือ?

Network Marketing ธุรกิจเครือข่ายคืออะไร ใช่แชร์ลูกโซ่หรือไม่ ธุรกิจเครือข่าย หรือ Multi-level Marketing (MLM) คือ?


ธุรกิจเครือข่าย Multi-level Marketing MLM

ความรู้ ข้อมูลธุรกิจเครือข่าย Network Marketing ธุรกิจเครือข่ายคืออะไร ใช่แชร์ลูกโซ่หรือไม่

ธุรกิจเครือข่าย หรือ Multi-level Marketing (MLM) คือหนึ่งในระบบการเคลื่อนสินค้าไปสู่ผู้บริโภคที่เติบโตเร็วที่สุดและก็ถูกเข้าใจผิดมากที่สุดเช่นเดียวกัน ปัจจุบันธุรกิจเครือข่ายถูกเชื่อว่าจะเป็นคลื่นลูกใหม่ สินค้าและบริการมูลค่ามากกว่าหนึ่งร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ จะถูกเคลื่อนผ่านบริษัทธุรกิจเครือข่ายทุกๆ ปี

ธุรกิจเครือข่าย หรือ Multi-level Marketing หรือ MLM คืออะไร  

Marketing หรือ การตลาด หมายถึง การเคลื่อนสินค้าหรือบริการ จากผู้ผลิตไปถึงผู้บริโภค

Multi-Level อ้างถึง ระบบในการจ่ายค่าตอบแทนให้กับบุคคลตามลำดับชั้น

Multi หมายถึง มากกว่าหนึ่ง

Level หมายถึง ระดับหรือรุ่น

คำว่า MLM นี้ได้ถูกใช้อย่างแพร่หลายเสียจนพวกแชร์ลูกโซ่ที่ผิดกฎหมาย ได้พยายามทำตัวเองให้เหมือนกับธุรกิจเครือข่าย ซึ่งการกระทำดังกล่าวได้สร้างภาพในแง่ลบอย่างร้ายกาจและไร้เหตุผล ให้กับบริษัทธุรกิจเครือข่ายรุ่นใหม่ๆ

               วิธีการเคลื่อนสินค้าและบริการ

Retailing หรือ การขายปลีก เช่นร้านขายของชำ ร้านขายยา หรือห้างสรรพสินค้า  

Direct Sales (Single-Level Marketing) หรือ การขายตรง คือการขายสินค้าให้ผู้บริโภค ผ่านทางเทคนิคการขาย เช่น การไปบ้านผู้คนเพื่อนำเสนอสินค้า การโทรศัพท์ไปขายของให้กับลูกค้า การขายตรงบางครั้งถือว่าเป็นการขายที่ไม่มีพ่อค้าคนกลาง (เช่น ร้าน Retail หรือ บริษัทตัวแทนจำหน่าย) ยกตัวอย่าง เช่น การขายประกัน เครื่องครัว สารานุกรม สาวขายเอว่อน  มิสทีน

Multi-Level Marketing  (MLM) หรือ การตลาดเครือข่าย คือสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงไม่ควรสับสนระหว่างสองอย่างข้างบน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับการขายตรง คนส่วนใหญ่มักสับสนระหว่างการตลาดเครือข่ายกับการขายตรง

การสั่งทางไปรษณีย์ การทำการตลาดแบบไปรษณีย์สามารถถูกจัดอยู่ในกลุ่มของ Direct sales ได้

แชร์ลูกโซ่ อย่างที่รู้ๆกันแล้วว่าแชร์ลูกโช่นั้นผิดกฎหมาย เหตุที่ผิดกฎหมายเพราะว่ามันล้มเหลวในการเคลื่อนผลิตภัณฑ์ หรือบริการไปสู่ผู้บริโภคได้ ถ้าผลิตภัณฑ์ไม่เคลื่อนไหว เราจะไม่เรียกว่า “การตลาด” แชร์ลูกโซ่สามารถใช้คำว่า “เครือข่าย” ได้ แต่ไม่สามารถใช้คำว่า “การตลาด” ได้

 ผู้คนคนมากมายส่วนใหญ่มีข้อขัดแย้งในใจ ที่ทำให้เขาไม่เข้าร่วมทำธุรกิจ MLM ก็คือ เขาจำแนกความแตกต่าง ระหว่าง MLM กับ การขายตรง ไม่ออก ไม่น่าแปลกใจที่คนส่วนมากสับสนเพราะบริษัท MLM ที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่นั้นอยู่ในสมาคมขายตรง และในบางครั้งคนอาจมองการทำธุรกิจเครือข่ายเหมือนการเดินขายของแบบเคาะประตูบ้าน เพราะว่าเขาเหล่านั้นได้รู้กับกับธุรกิจเครือข่ายครั้งแรก เมื่อคนขายมาเคาะประตูบ้านเพื่อพยายามขายของบางอย่างให้กับเขา ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว มันมีลักษณะบางอย่างที่จะแยก MLM ออกจากขายตรง นั่นก็คือ หากคุณอยู่ในธุรกิจ MLM คุณจะอยู่ใน ธุรกิจเพื่อตัวของคุณเอง แต่มิใช่โดยตัวของคุณเอง

การเข้าร่วมธุรกิจคือคุณจะได้ซื้อสินค้าในราคาขายส่ง มีหลายคนตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจเครือข่ายเพราะเหตุผลนี้ เมื่อคุณซื้อสินค้าได่ในราคา“ขายส่ง” ถ้าคุณต้องการ คุณสามารถ“ขายปลีกได้” และคุณจะได้ “กำไร” คนจำนวนมากเข้าใจผิดว่า คุณ “ต้อง” ขายปลีก คุณจึงประสบความสำเร็จ บางบริษัทถึงกับกำหนดยอดขายให้สมาชิกทำยอดตามเป้าเพื่อเขาจะได้รับผลตอบแทน คุณสามารถขายได้ถ้าคุณต้องการขาย แต่หากคุณต้องการสร้างรายได้มหาศาลแล้วหละก็ ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่แท้จริงนั้น มาจาก “การสร้างเครือข่าย”

สิ่งสำคัญ: ให้การขายสินค้าเป็นสิ่งที่เกิดตามมาจากการสร้างองค์กรแบบธรรมชาติ คนส่วนใหญ่จะ ล้มเหลว เพราะเขาทำสิ่งที่กลับกัน คือ เขาพยายามสร้างองค์กรโดยการขาย

 คำว่า “ขาย” เป็นความคิดทางลบในจิตใจคนทั่วไปถึง 95เปอร์เซ็นต์ ธุรกิจเครือข่ายคุณไม่จำเป็นต้อง “ขาย” ตามความเข้าใจของโลก แต่อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ต้องเคลื่อนไหว มิฉะนั้นจะไม่มีใครได้รับเงิน ดอน เฟียล่า ได้ให้นิยามคำว่า ขาย ไว้ว่า “การโทรศัพท์ไปหาคนแปลกหน้า เพื่อขายของบางอย่าง ที่เขาอาจไม่จำเป็นต้องใช้ หรือ ไม่ต้องการ”

 ขอย้ำยืนยันอีกครั้ง ผลิตภัณฑ์จะต้องเคลื่อนไหว มิฉะนั้นจะไม่มีใครได้รับเงิน

 MLM เรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า Network Marketing เมื่อคุณสร้างองค์กร แต่แท้จริงแล้วคุณกำลังสร้างเครือข่ายในการกระจายสินค้าของคุณเอง การขายนั้นยังคงเป็นรากฐานของธุรกิจเครือข่าย เพียงแต่การขายในธุรกิจเครือข่ายมาจากการที่ผู้จำหน่าย “แบ่งปัน” หรือบอกต่อให้กับเพื่อนและญาติพี่น้องของเขา ไม่ใช่ให้กับคนแปลกหน้า การสร้างธุรกิจขนาดใหญ่ให้ประสบความสำเร็จคุณต้อง “สร้างความสมดุล” คุณต้องอุปถัมภ์ช่วยเหลือ และสอน MLM ให้กับคนอื่น และในกระบวนการนี้เองคุณจะสามารถสร้างลูกค้าได้ ซึ่งก็คือเพื่อนๆ หรือญาติพี่น้องนั่นเอง

ไม่ได้หมายความว่าต้องอุปถัมภ์คนทั้งโลก ด้วยตัวของคุณเอง Network marketing คือการสร้างองค์กรผู้จำหน่ายจำนวนมาก แต่ละคนขายคนละเล็กคนละน้อย ซึ่งดีกว่าการให้คนจำนวนน้อย ขายของปริมาณมาก ๆ

บริษัทธุรกิจเครือข่ายไม่ต้องเสียเงินปริมาณมหาศาลไปกับการโฆษณา เพราะสุดยอดแห่งการโฆษณาก็คือการบอกแบบปากต่อปากของสมาชิก บริษัทเครือข่ายจึงมีเงินมาใช้ในการพัฒนาสินค้าได้มากกว่าบริษัททั่วๆ ไป คุณภาพสินค้าของธุรกิจเครือข่ายจึงมักจะดีกว่าสินค้าคู่แข่งกลุ่มเดียวกันที่พบตามร้านค้าปลีก คุณเพียงแค่แบ่งปันสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงกว่าสินค้ายี่ห้ออื่น ในหมวดเดียวกัน ให้เขาเปลี่ยนมาใช้ยี่ห้อใหม่ ซึ่งคุณได้ทดสอบแล้วว่า มันดีกว่า

Direct Selling กับธุรกิจเครือข่าย MLM


      คงเห็นแล้วว่า ธุรกิจเครือข่าย ไม่ใช่การเดินไปเคาะประตูตามบ้านเพื่อขายสินค้าให้กับคนแปลกหน้า ธุรกิจเครือข่ายสอนว่า การที่คุณแบ่งปันคุณภาพสินค้าและบริการให้กับเพื่อนของคุณนี้แหละที่ “การขาย” เข้ามาเกี่ยวข้อง จริงๆ ควรใช้คำว่า “การแบ่งปัน” มากกว่า “การขาย” เพราะมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

หากคุณทำงานให้กับบริษัทขายตรง และคุณตัดสินใจลาออกเพราะคุณต้องย้ายไปอาศัยที่ท้องถิ่นอื่น คุณอาจต้องเริ่มทำงานทั้งหมดใหม่อีกครั้ง แต่หากคุณอยู่ในบริษัท MLM คุณสามารถย้ายไปที่ใดก็ได้ และเริ่มอุปถัมภ์ผู้คนใหม่โดยไม่สูญเสียยอดขายจากองค์กรที่คุณได้สร้างไว้ แล้วในท้องที่เดิม การทำธุรกิจเครือข่ายคุณสามารถสร้างรายได้ได้มากมายจากการสร้างองค์กร ไม่ใช่แค่การขาย ขอยืนยังอีกครั้ง คุณสามารถมีความเป็นอยู่ที่ดีได้จากการขายของ แต่คุณสามารถสร้าง “ความมั่งคั่งอย่างถาวร” ได้ด้วยการสร้างองค์กรเท่านั้น

ผู้คนจำนวนมาก ตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายเพียงแค่ต้องการมีรายได้เพิ่มเดือนละ 5000 , 10000 บาท หรือ 20000 บาท ต่อเดือนและเมื่อเขาเอาจริงเอาจังแล้ว ธุรกิจเครือข่ายที่ดี จะสามารถทำให้เขาทำได้ถึงเดือนละ แสน หรือ 3 แสนได้ หรือมากกว่านั้น เขาเหล่านี้ไม่ได้หาเงินจำนวนมากจากการขายของ เขาทำได้จากการสร้างองค์กร

นี้ คือข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย คุณจะสามารถสร้างองค์กรได้อย่างรวดเร็วด้วยโดยการสอนสร้างทรรศนะคติที่ถูก ต้องเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายให้กับผู้มุ่งหวัง หากผู้มุ่งหวังของคุณเข้าใจว่าธุรกิจเครือข่ายนั้นผิดกฎหมาย คุณจะมีปัญหาในการอุปถัมภ์เขาอย่างแน่นอน


คุณต้องชี้แจงและแสดงให้ เขาเห็นถึงข้อเท็จจริง เพื่อขจัดทรรศนะคติหรือความเข้าใจผิดที่ว่า “ธุรกิจเครือข่ายนั้นเหมือนพีระมิด” พีระมิดหรือแชร์ลูกโซ่นั้นสร้างจากยอดลงมาด้านล่าง ดังนั้น ผู้ที่เข้ามาสู่ธุรกิจเป็นกลุ่มแรกเท่านั้นที่สามารถอยู่ด้านบนของพีระมิด แต่ในในธุรกิจเครือข่าย ทุกๆ คนเริ่มต้นจากด้านล่างและมีโอกาสเท่าๆ กันที่จะสร้างองค์กรขนาดใหญ่ของตัวเอง ทุกๆ คนสามารถสร้างองค์กรให้ใหญ่กว่าองค์กรของผู้แนะนำของเขาได้หลายเท่าถ้าต้อง การ  


ข้อแตกต่างอีกอย่างของธุรกิจ MLM กับการขายตรงนั้นคือการ “ช่วยเหลือ” (Sponsor) ผู้จำหน่ายคนอื่นๆ บางบริษัทอาจใช้คำว่า การหาสมาชิกใหม่ อย่างไรก็ตาม การ Sponsor กับการหาสมาชิกนั้นต่างกันอย่างแน่นอน คุณ Sponsor คนบางคน แล้ว “สอน” ให้เขาทำสิ่งที่คุณทำอยู่ เพื่อให้เขาสร้างธุรกิจของเขาเอง การ Sponsor คนบางคน กับการทำให้คนบางคนเซ็นใบสมัครนั้นต่างกันมาก เมื่อคุณ “Sponsor” ใครบางคน คุณกำลังให้คำมั่นสัญญาที่จะช่วยเขาจนกว่าเขาจะประสบความสำเร็จ หากคุณไม่ประสงค์ที่จะให้คำมั่น คุณกำลังทำร้ายเขาถ้าคุณทำให้เขาเซ็นใบสมัคร


            ณ จุดนี้ สิ่งที่คุณต้องการคือความตั้งใจจริงที่จะช่วยให้เขาสร้างธุรกิจของตัวเอง การช่วยเหลือคนคนหนึ่งให้สร้างธุรกิจของตัวเอง มันเป็น “ความรับผิดชอบ” ของผู้แนะนำที่ต้องสอนผู้ที่เขานำเข้ามาในธุรกิจให้รู้ถึงทุกสิ่งทุกอย่างใน ธุรกิจ เช่น การสั่งสินค้า การจดบันทึกความคืบหน้าในธุรกิจ การเริ่มต้น วิธีในการฝึกอบรม เพราะการช่วยเหลือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเครือข่าย เติบโต เมื่อองค์กรโต คุณก็จะเป็นนักธุรกิจอิสระที่ประสบความสำเร็จ ในที่สุดคุณจะกลายเป็นเจ้านายของตัวเอง

 

มีคนกล่าวไว้ว่าภายในยุค 1990s MLM หรือธุรกิจเครือข่าย ได้ทำเงินไปมากกว่า หนึ่งร้อยล้านเหรียญ นี่เป็นธุรกิจที่ใหญ่มาก!! แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้ ธุรกิจเครือข่ายนั้นอยู่รอบๆ ตัวเรามามากกว่า 40 ปีแล้ว บางบริษัทที่เปิดทำการมากว่า 20 ปี กำลังทำเงินมากกว่าร้อยล้านเหรียญต่อปี

 

แต่ต้องยอมรับว่าในประเทศไทย ธุรกิจลักษณะนี้มีหลายคนไม่ชอบ  แต่ในความไม่ชอบนั้น สาเหตุมันเกิดมาจาก "คน" ไม่ได้เกิดมาจากตัว "ธุรกิจ"

หลาย คนเอาธุรกิจเครือข่ายไปทำผิดๆ ทำแบบมือสมัครเล่น ทำแบบโลภหวังรวยทางลัด สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ แล้วก็เลิกทำธุรกิจไป ตัวเองเลิกคนเดียวไม่พอ พาคนที่ชวนมาเลิกไปด้วย แล้วก็แอนตี้ธุรกิจนี้ไปด้วยเลย ทั้งๆที่สาเหตุมันมาจาก "คน"

ณ วันนี้ธุรกิจเครือข่ายที่ดี มันจึงต้องมี "ระบบ" และมีการทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีระบบที่เราจะต้องทำแบบมืออาชีพ ไม่ใช่ทำเล่นๆ เสริมๆ จะเห็นว่ามีการเปิดคอร์สอบรม/สอนการทำธุรกิจเครือข่าย อย่างเอาจริงเอาจัง มากมาย และมีการแข่งขันสูง ลองศึกษาเชิงลึกดูแล้วจะรู้ว่ามันไม่ธรรมดา

น้องส้มโอ VIP จากแบรนด์ดัง เปิดใจกับโอกาสแห่งความสำเร็จใหม่กับ The iCon ...

คนน่าคุย special พบกับ”ส้มโอ”สาวแกร่งซิงเกิ้ลมัม พลิกชีวิตขายออนไลน์จนได...

เทคนิคการขายของออนไลน์แบบมือโปร โดย อาจารย์พอล

3 วิธีชวนคนทำธุรกิจเครือข่าย ที่ทำแล้ว สร้างผลลัพธ์ได้ทันที!

The iCon Group เปิดโปรเจคแม่ค้าออนไลน์ยุคใหม่รวยได้โดยไม่ต้องสต๊อกสินค้า

🔥🔥เจ๊เจ้าของตลาด ผันตัวเป็นแม่ค้าออนไลน์สร้างรายได้100กว่าล้านในปีเดียวด...

# หลักพื้นฐานของการขาย #

 # หลักพื้นฐานของการขาย #

เรียกว่าเป็น Sales Hero 101 เลย

จำให้ขึ้นใจ...

สร้างสายสัมพันธ์ก่อนทุกครั้งที่คิดจะนำเสนอสินค้าและบริการของคุณ

ยกตัวอย่างเคสนี้ให้เข้าใจง่าย ๆ

คือ ไม่ใช่ว่าเจอสาวที่ใช่ คนที่ชอบ แล้ว จะเดินเจ้ทไปขอแต่งงานได้เลย

ถ้าคุณทำแบบนั้น.. ไม่ต้องเดา คุณโดนปฏิเสธแน่ ๆ อยู่แล้วครับ อาจจะโดนหาว่าเป็นพวกโรคจิตด้วย

สิ่งที่ควรทำจริง ๆ แล้วคือ...

คุณควรทำความรู้จักกับเขา/เธอ(หรือลูกค้า) ของคุณจริง ๆ เสียก่อน

คุณต้องเข้าไปในโลกของของพวกเขา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "สร้างสายสัมพันธ์"

วันนี้... ผมจะแชร์เทคนิค 3 เทคนิคในการสร้างสัมพันธ์ที่คุณสามารถเอาไปใช้ได้กับทุกธุรกิจและทุกวิกฤตที่คุณและลูกค้าของคุณกำลังประสบ

1. การการถามคำถามเพื่อให้รู้จักเขามากขึ้น เพื่อให้รู้และเข้าใจความเจ็บปวดของลูกค้า ที่ใดมีปัญหาที่นั่นมีการขาย

(สำคัญมากครับ ที่จะต้องเข้าใจ ปัญหาที่ลูกค้ากำลังเจอ เพราะจะเป็นสิ่งที่คุณสามารถนำไปใช้ในการนำเสนอสินค้าให้สอดคล้องกับสิ่งที่ลูกค้ากำลังเจอปัญหานั้น ๆ อยู่)

2. การหาจุดเชื่อมต่อกับเขา เช่น ลูกค้ากับคุณอาจจะชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน ถ้าเราหาจุดเชื่อมได้ลูกค้าจะคิดว่าคุณกับเขาเป็นพวกเดียวกันเข้าจะเปิดใจมากขึ้น

3. เมื่อลูกค้าพูดอะไรมาคุณอาจจะสรุปส่งท้ายให้เขาฟังอีกรอบ เน้นตรงที่มีคีย์เวิร์ดหลัก ๆ ที่เขาพูด นั่วเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ที่เร็วมาก

นักขายที่ดี ไม่ควรพูดเยอะ ควรฟังลูกค้าเป็นส่วนมาก

แล้วดูว่าสินค้าและบริการของคุณสามารถช่วยลูกค้าได้หรือไม่ และเมื่อช่วยได้ขั้นตอนต่อไปคือการนำเสอนสินค้า

เมื่อคุณรู้ความเจ็บปวด ความต้องการและอะไรเป็นสิ่งที่เขาอยากได้ เมื่อถึงเวลาที่คุณต้องนำเสนอ คุณจะสามารถนำเสนอได้ตรงจุดมากขึ้น

สิ่งที่นักขายส่วนใหญ่มักพลาด คือคนส่วนมากเชื่อว่านักขายที่ดีต้องพูดเก่ง

ผมไม่เชื่อว่านักขายที่ดีพูดเก่ง เวลาที่ผมพูดมันเหมือนการชกมวย ผมไม่ได้ต้องการหมัดแยบ ผมต้องการหมัดจริง ๆ ที่ต่อยแล้วน็อกคู่ต่อสู้เลย

เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ...

ใครอยากรู้ 3 เทคนิคการนำเสนอ เป็นตอนถัดไป ก็พิมพ์ “3” มาได้เลยนะ

ทำไมผมถึงชอบให้คุณพิมพ์เพราะ ชื่อที่พิมพ์บ่อย ๆ คือคุณอ่านจริง ๆและผมจะได้จำคุณให้ได้

ในภาพอาจจะมี ‎1 คน, ‎ชุดสูท, ‎ข้อความพูดว่า "‎หลักพื้นฐาน พื้น س กพี้ ของการขาย ROMMIE R‎"‎‎‎

====================================================================

ทำไมคนที่ขายเก่งๆ มักให้ความสำคัญกับ "การวางตัว" มากกว่า "วิธีขาย" !?
.
ปกติคนส่วนใหญ่เวลา "ขาย" มักจะโฟกัสเรื่องอะไรบ้างครับ…?
วิธีปิดการขาย วิธีพูดโน้มน้าว วิธีการวางกลยุทธ์โปรโมชั่น
ให้คนรีบตัดสินใจ อะไรประมาณนี้หรือเปล่าครับ ?
.
ใช่ครับ นั่นเป็นวิธีการที่ดี แต่จริงๆแล้ว…
กระบวนการนั้นผมถือว่าเป็นเรื่องของ "ปลายทาง" แล้ว
วันนี้ผมจะพาย้อนไป "ต้นทาง" หน่อย เพราะ Key คือถ้าคุณทำต้นทางไม่ดี
โอกาสที่คุณจะขายปลายทาง ยิ่งมีน้อยลงไปเหลือเกิน
.
คุณเคยมีประสบการณ์แบบนี้กันมั้ยครับ ? 
เตรียมคำพูดมาอย่างดี วาง Step มาอย่างดีเพื่อเข้าไปคุยกับลูกค้า 
แต่ลูกค้าก็เดินหนี ปฎิเสธทั้งๆที่ คุณยังไม่ทันพูดจบเลย 
.
คุณว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันครับ ?
.
เหตุผลหลักๆเลยที่วันนี้ผมอยากบอกคุณ คือ 
เพราะเค้าเห็นคุณเป็น "นักขาย" ครับ !
.
ถามว่าวันนี้เนี่ย…ทำไมคนถึงวิ่งหนี "นักขาย" ?
เพราะ ตามหลักจิตวิทยาแล้วคนทุกคนบนโลก จะมีกำแพงใจ 2 อย่างนี้ เมื่อถูกขายครับ
1) ไม่ชอบค.รู้สึกถูกยัดเหยียด
2) คลางแคลงใจ (ว่ากำลังถูกหลอกหรือเปล่า ?)
เมื่อไหร่ที่คนรู้สึกแบบนี้ สมองชั้นในของคน (สัญชาติญาณ) จะตีความว่า
ไม่ปลอดภัย และสั่งให้ร่างกายหลีกหนีอัตโนมัติ นั่นเป็นเหตุผลทำให้คนหนี
.
แล้วทำไงให้สมองคน ไม่คิดว่าคุณเป็นอันตรายดีครับ ? ถ้าคุณอยาก "ขายสินค้า" 
.
ใช่แล้วครับ… อย่างที่คุณคิดนั่นแหละครับ
เราต้องทำให้คนรู้สึกว่าคุณเป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" แทน
.
เหมือนที่คนอยากปรึกษาคุณหมอ บางคนแม้ไม่ได้ป่วยหนัก
แต่ก็อยากหาหมอ ให้คุณหมอแนะนำอยาก บอกให้เราซื้อยากินหน่อย 
เรายอมทำตามคุณหมอทุกอย่าง จ่ายเงิน และขอบคุณคุณหมอ 
หลายแบรด์ใหญ่ๆ รู้ทริคข้อนี้ จะเทรน "นักขาย" ให้วางตัวเป็น "ผู้เชี่ยวชาญ / ที่ปรึกษา"
รวมถึงการเปิดเพจในยุคปัจจุบัน คุณว่า…ทำไมหลายๆเพจถึงต้องทำ Value Content
ให้ข้อมูล หรือสอนอะไรบางอย่างครับ ? 
.
เบื้องหลังคือ ทำให้คนรู้สึกว่าคุณเป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" ก่อน
จากนั้นค่อยแนะนำให้คุณ ซื้อสินค้า
Key คือ ถ้าคุณไม่ทำให้คนรู้สึกดีกับคุณก่อน คุณจะขายให้เค้าได้ยาก
.
และนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งจาก Speacial Session หัวข้อ
Million Dollar Closer (จิตวิทยายอดขายหลักล้าน)
ที่ผมสอนร่วมกับคุณเบิร์ด (Director Sales Manager) ที่ทำยอดขายหลัก 10 ล้าน 
จากการวางตัวเป็น "ผู้เชี่ยวชาญ"
.
คอร์สนี้ผมไม่ได้ทำมาเพื่อ "ขาย" นะครับ
แต่ผมจะเปิด Session พิเศษให้เข้าดูได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 
ผ่านกลุ่มใน Facebook 
เรากำลังจะโหวตเวลาเรียนกันครับ มีทั้งหมด 4 Modules 
.
ใครสนใจเข้าร่วมพิมพ์ "เข้าร่วม" ไว้ในคอมเม้นท์นะครับ
ทีมงานจะส่งลิ้งค์ให้ใน Inbox แล้วเข้าไปร่วมโหวตเวลาเรียนกันครับ
.
#Rommie
ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความพูดว่า "R ROMMIE ที่สุดของการขาย ไม่ได้อยู่ที่ "วิธีการ" แต่อยู่ที่ "การวางตัว" ถ้าคุณทำตัวเป็น "นักขาย" คนจะวิ่งหนี แต่ถ้าคุณทำตัวเป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" คนจะวิ่งหาคุณ"

===================================================================
# มือถือ ทำให้คุณ มีเงินเพิ่ม หรือ เสียเงิน #
สิ่งที่ทำให้คุณมีเงินเพิ่มเรียกว่า “ทรัพย์สิน”
สิ่งที่ทำให้คุณเอาแต่เสียเงินเรียกว่า “หนี้สิน”
.
วันนี้โลกเปลี่ยนไป เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น
หลายสิ่งที่เคยยากในอดีต ตอนนี้กลับง่ายยิ่งขึ้น
.
การค้าขายก็เช่นกัน
ไม่มีอะไรที่ขายไม่ได้ในออนไลน์
ไม่ว่าจะเป็นการขายอาหาร สินค้าของใช้ หรือแม้แต่ไอเดีย
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังนั่ง, ข้อความ และสถานที่ในร่ม

================================================================
*เสียตังค์แล้วได้ความรู้แน่นอน
- ใช้การสื่อสารแบบฟังแล้วเข้าใจได้ง่าย
- ในทุกข้อความสำคัญมีการพูดซ้ำ และมีประโยคจำเจ๋งๆ
*มีความสุขที่ได้เรียน
- สอนให้เรียนรู้การแบ่งปันในกลุ่มเพื่อนร่วมห้อง การให้ความช่วยเหลือ เพื่อได้รับเช่นกัน
*ได้คอนเนคชั่นเจ๋งๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจ
- มีเพื่อนเยี่ยมๆ ซึ่งมีความสนใจในสิ่งเดียวกัน แต่มีอาวุธต่างกัน 
ทำให้เราได้เห็นทักษะที่สุดยอดจากเพื่อนๆ
มีโอกาสใหม่ๆในธุรกิจเพิ่ม จากกลุ่มเพื่อนๆ
- สรุปเลยเรียนกับกิ๊ก 
   คุณทำได้แน่ๆ
แค่เข้าเรียนและลงมือทำ
  อะไรก้อหยุดคุณให้สำเร็จไม่ได้
- Kwang Ktech
ได้ครูที่บ้าพลัง และโคตรทุ่มเท
ใส่ใจนักเรียนมากๆๆๆๆๆๆ
ในราคานี้ บ้าแล้ววว
รู้สึกโชคดีสุดๆ 😍🤗
- Pall
ได้เห็นศักยภาพของตัวเอง และเห็นช่องทางที่จะนำศักยภาพที่มีมาใช้ทำงานให้เติบโตขึ้น โดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร  
    ทำให้การใช้ชีวิตและการทำงานมีความสุขตั้งแต่วันนี้
  ทำให้ได้การลงมือทำ แบบมีพลัง  มองเห็นได้ซึ่งความสำเร็จในเป้าหมายที่ต้องการ
- Kawinna
-----------------
เรียนรู้การสร้างธุรกิจออนไลน์ ในรูปแบบที่ไม่ว่าคุณเป็นใครก็ทำได้ อย่าให้โอกาสที่จะมีเงินเพิ่มขึ้น โอกาสที่จะต่อยอดธุรกิจให้พุ่งทยานมาหยุดคุณ
https://page.ultimatesuccess.co/offline-to-online-260820
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการที่พร้อมจะออนไลน์แล้ว
**พรุ่งนี้พบกัน 09.00 น. **
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

====================================================================
## ถึงเจ้าของที่อยากพลิกธุรกิจตัวเองมาเติบโตบนออนไลน์ แต่ยังไม่รู้กลยุทธ์สร้างยอดขายที่นักการตลาดรุ่นใหม่เก่งๆใช้กัน ##
.
คุณไม่จำเป็นต้องทำเพจให้มีผู้ติดตามเยอะๆ หรือทุ่มงบโฆษณาเยอะๆ เพราะวันนี้ผมเชิญ คนรุ่นใหม่ตัวจริง เจ้าของเพจ 400 likes แต่สร้างยอดขายได้จริงถึง 500,000 บาท (ในช่วงเริ่มต้น) มาแนะนำเรื่องนี้ให้คุณโดยเฉพาะ
.
ในวิกฤติครั้งนี้ส่งผลกระทบมากมาย
1. นักท่องเที่ยวเดินทางมาไม่ได้ จำนวนผู้บริโภคลดลง
2. สินค้าส่งออกไม่ได้ สต๊อกคงค้าง สินค้าใกล้หมดอายุ
3. ลูกค้าลดลง เงินเดือนลูกน้องเท่าเดิม ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ไม่ลดตาม
4. ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรม จากนิสัยใหม่ที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป
.
ร้านค้าต่างๆกำลังเจอกันปัญหาหนัก แต่ในโลกออนไลน์ กลับไม่เป็นแบบนั้น 
.
มีลูกค้าทยอยย้ายจาก "ออฟไลน์" มาช้อปปิ้ง "ออนไลน์" เพิ่มขึ้นทุกวัน
เมื่อคนเยอะขึ้นมาก = โอกาสในการขายก็เพิ่มขึ้นมาก (จำนวนคนที่จะเป็นลูกค้าไม่ใช่ละแวกร้านค้า แต่คือคนทั้งประเทศ หรืออาจทั่วโลก)
.
แต่ก็ไม่ใช่ทุกร้านในออนไลน์จะดีเหมือนกันหมด แต่ร้านที่ "เจ้าของธุรกิจ" รู้กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์นี่แหละ ยอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดดทุกราย ในยุควิกฤตินี้ 
.
ถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการ ที่อยากใช้โอกาสทองครั้งนี้ พลิกธุรกิจตัวเองเติบโตแบบ ×10
.
.
คุณคือคนที่เป็น Key สำคัญที่สุด ที่ต้องรู้กลยุทธ์การทำออนไลน์
.
ไม่ใช่ Agency ไม่ใช่ลูกน้องที่คุณจ้าง เพราะคนที่เข้าใจและสื่อสารธุรกิจได้ดีที่สุด ก็คือ "ตัวเจ้าของ" นี่แหละ
.
และถ้าคุณอยากเข้าใจวิธีการทำการตลาดออนไลน์ที่ได้ผลจริงๆ ที่ไม่ได้มากจากทฤษฎีจากหนังสือ
แต่มาจากประสบการณ์จริง ของคนได้ผลลัพธ์จริงๆ มาบอกเคล็ดลับให้กับคุณต่อ
.
เราขอแนะนำคลาสนี้
.
# OFFLINE TO ONLINE #
# พลิกธุรกิจ ยังไงให้สร้างยอดขายบนออนไลน์ได้ 8 หลัก #
✅ทำอย่างไรให้สร้างกำไร 1 ล้านใน 1 เดือนผ่านธุรกิจออนไลน์เพจหลักพันคน
✅ทำอย่างไรให้คอมเท้นท์เข้าถึงคน 2 ล้านคน ในเพจหลักหมื่น
✅เปิดเพจเดือนแรกสร้างยอดขายหลักหมื่น จากเพจ 0 คนได้อย่างไร (ต้นทุนค่าโฆษณา = 0 ทำได้ไง)
✅เป็นส่วนหนึ่งในโครงการเปลี่ยนธุรกิจ จากออฟไลน์เป็นออนไลน์สำเร็จ ทั้ง HR / ฟิตเนส / คุณครู / แม่ค้าเค้ก และอื่น ๆ อีกมากมาย กว่า 300 ธุรกิจใน 2 เดือน 
 ไม่มีธุรกิจไหนที่ปรับตัวไม่ได้
วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2563 09.00-17.00 Bangkok Marriott Hotel - สุขุมวิท 57
ความรู้ที่จะเปลี่ยนธุรกิจคุณราคาเท่าไหร่ ?
ความรู้ที่จะสร้างอนาคตในแบบที่คุณต้องการ ?
ทำงานที่ไหนก็ได้ มียอดขายเท่าไหร่ก็ได้
.
ครั้งแรกที่โรมมี่พาแขกรับเชิญที่ช่วยคนเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยไม่ต้องฉวยโอกาสจากใคร
ให้สิ่งที่คุณทำเหมือนเดิม แต่สำเร็จเพิ่มมากขึ้น
ให้ความรู้นี้ในราคาที่คุณเข้าถึงได้ จากปกติ 5,900 บาท สมัครด่วนตอนนี้ 1,500 บาท (รับเพียง 50 ธุรกิจ ตอนนี้เหลือไม่ถึง 20 ที่เท่านั้น)
.
สนใจ พิมพ์ “ออนไลน์”
มาปรับธุรกิจให้รุ่งพุ่งทยานไปด้วยกัน
#เรียนกับกิ๊ก
#Rommie
ในภาพอาจจะมี 2 คน, ข้อความพูดว่า "R ROMMIE เรียน กิก OFFLINE ONLINE พลิกธุรกิจ สร้างยอดขายบนออนไลน์ 8 หลัก 26 สิงหาคม 2563 เวลา 09.00- 17.00 น. Bangkok Marriott Hotel สุขุมวิท 57"