วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ล้มเหลว แต่ไม่ล้มเลิก




●● "ล้มเหลว แต่ไม่ล้มเลิก"เขาคือ หนึ่งในสี่จตุรเทพแห่งฮ่องกงเขาคือ นักร้อง ดารา ที่มีผลงานมากที่สุดเขาคือสามี คุณพ่อ และผู้ชาย ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น "สุภาพบุรุษ"ทั้งบนเวทีและในโลกแห่งความเป็นจริงล่าสุด เขาได้รับทาบทามให้เป็นโค้ชของรายการประกวดร้องเพลงชื่อก้อง The voice.......

แต่ คุณเคยเห็นเขา "บรรยาย" หรือเปล่า ??หลิวเต๋อหัว ได้เป็นแขกรับเชิญรายการโทรทัศน์ของจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ดาราและนักร้องหนุ่มใหญ่วัย52 ปีได้ “เดี่ยวไมโครโฟน” เป็นภาษาจีนกลางรายการนี้เป็นรายการที่เชิญบุคคลดังในแวดวงต่างๆ มา “บรรยาย” ให้ผู้ชมฟังในรูปแบบของห้องเรียนเสรีเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนหนุ่มสาว


หลิวเต๋อหัวและต่อไปนี้ คือ คำบรรยายของหลิวเต๋อหัว ในหัวข้อ “ยิ้มให้กับโลกสักครั้ง”“ ปี 1961 ผมเกิดที่ชนบทของฮ่องกง แถวบ้านมีนกยูง มีหมูมากกว่า 200 ตัว มีนกพิราบจำนวนนับไม่ถ้วน ตอนเด็กๆผมได้เห็นสิ่งที่เด็กๆสมัยนี้ไม่เคยเห็นมากมายหลายอย่าง เป็นของจริงที่ชัดเจนยิ่งกว่าโทรทัศน์ในยุคนี้ตอน 6 ขวบ พ่อตัดสินใจพาผมย้ายจากชนบทมาอยู่ในเมือง พ่ออยากให้พวกเราได้สัมผัสกับโลกภายนอกที่กว้างขวาง แต่การทอดทิ้งบ้านเกิดทำให้คุณปู่โกรธพ่อของผมมาก พอตอนแบ่งพินัยกรรม พ่อของผมจึงไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง

หลังจากนั้นเราจึงต้องอาศัยอยู่ในเขตยากไร้ของฮ่องกงที่เรียกว่า “ภูเขาเพชร” ทำไมถึงเรียกว่า “ภูเขาเพชร ? อาจเป็นเพราะว่าคนที่นั่นล้วนฝันว่า ที่อยู่ของพวกเราที่นี่จะดูดีขึ้นในสักวันหนึ่งพ่อของผมเป็นพนักงานดับเพลิง และเพราะบ้านที่นั่นมีแต่บ้านไม้ ทุกวันจึงต้องระวังไฟไหม้ ต้องจำให้ได้ว่าบัตรประชาชนวางไว้ที่ไหน เพราะถ้าไฟไหม้เราก็ทำได้แค่รีบเข้าไปเอาบัตรประชาชน แล้วก็หนีออกมา....และวันหนึ่ง เมื่อผมอายุ 10 ขวบก็เกิดไฟไหม้ขึ้นจริงๆ พวกเราก็เลยต้องย้ายออกมา พ่อกับพวกเราต้องอาศัยอยู่ในที่พักชั่วคราวที่รัฐบาลช่วยสร้างขึ้นนานถึง 1 ปี จนกระทั่งปีต่อมา เราจึงได้ย้ายเข้าไปยังบ้านใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยปูนเป็นครั้งแรก ในช่วงนั้นพวกเราต้องปากกัดตีบถีบทุกอย่างเพื่อหาเลี้ยงชีวิตจนกระทั่งปี 1980 ผมมีโอกาสอบรมกับสถานีโทรทัศน์ TVB และได้เซ็นสัญญากับทางสถานีในที่สุดนั่นเป็นประวัติชีวิตคร่าวๆของผม

วันนี้ผมมาบรรยาย มาทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ก็ไม่รู้ว่าจะสอนอะไรกับพวกคุณได้บ้าง พวกคุณคงคิดว่า หลิวเต๋อหัวเป็นคนที่ประสบความสำเร็จสุดๆ แต่ความจริงแล้ว หลิวเต๋อหัวถูกสื่อมวลชนแต่งแต้มจนกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ เหมือนกับว่า ผมไม่ต้องกิน ไม่ต้องนอน ก็มีชีวิตอยู่ได้จนอายุ 52 ปี แต่ความจริงแล้ว ผมเป็นแค่ “คนธรรมดา” คนหนึ่ง....และก็เคยล้มเหลวเช่นเดียวกัน

ปี 1981 ผมเพิ่งเข้าอบรมกับ TVB ตอนนั้นผมมีแฟนสาวที่คบหากันนานถึง 3 ปีแล้ว ผมคิดว่าเป็นผู้ชายต้องรับผิดชอบ จึงมุมานะทุกอย่าง ตอนเช้าเริ่มฝึกตั้งแต่ 9 โมง จนถึงตอนค่ำยังต้องฝึกเต้นรำ และการแสดงมากมายและวันหนึ่ง ผมได้รับโทรศัพท์ คนที่โทรมาถึงแฟนของผมที่ไม่มีเวลาไปพบกันนาน 4 เดือนแล้ว เธอถามผมว่ามีเวลาปลีกตัวมาสักนิดไหม? ผมตอบตกลง แต่เวลากว่าจะออกมาพบกันได้ก็นานถึง 8 ชั่วโมงถัดมา เธอนัดผมที่ยอดเขาแห่งหนึ่งซึ่งโรแมนติกมาก สามารถมองเห็นฮ่องกงได้ทั้งเกาะ แต่เธอกลับใช้สถานที่นี้บอกเลิกกับผม ผมพร่ำถามตัวเองว่า เพราะอะไร? ผมไม่ได้ทำผิดอะไร? แต่ยังไม่ทันที่ผมจะอธิบายอะไรสักคำเดียว เธอก็หันหลังจากไปแล้ว

ผมค่อยๆเดินลงจากเขาจนมาถึงป้ายรถเมล์ รอจนกระทั่งรถที่ไม่ค่อยมีผู้โดยสารคันหนึ่งมาถึง ผมนั่งอยู่แถวสุดท้ายคนเดียว ผมรู้สึกว่ายิ่งรถวิ่งไปข้างหน้าเร็วเท่าไหร่ หยาดน้ำตาก็ปลิวสวนทางไปเร็วเท่านั้นความล้มเหลวในรักครั้งแรก ทำให้ผมทุ่มเทกับการทำงานมากขึ้น และในที่สุด ผมก็ได้พบกับความสำเร็จครั้งแรกนั่นคือ การได้รับบทพระเอก นั่นคือความสำเร็จ....แต่ความสำเร็จมีหลายอย่าง

ในปี 1985 ผมถ่ายละครเรื่อง “มังกรหยก” เพิ่งเสร็จ ตอนนั้นผมเห็นเฉินหลง เห็นโจวเหวินฟะ หันไปเล่นภาพยนตร์กันมากมาย ผมก็อยากจะมีโอกาสเล่นหนังบ้าง จึงบอกกับทาง TVB ว่า ผมขอเล่นละครปีละแค่หนึ่งเรื่องได้ไหม? เวลาที่เหลือขอไปเล่นหนัง ทาง TVB ตอบว่า ไม่ได้!ผมจึงต้องเลือก และผมเลือกที่จะออกจากสถานีโทรทัศน์ใหญ่อย่าง TVB เพื่อมารับเล่นหนังอย่างอิสระ

ในตอนนั้นคนรอบตัวผมบอกว่า “หลิวเต๋อหัว นายตัดสินใจอย่างนี้ล้มเหลวแน่!”แต่การตัดสินใจของแต่ละคนล้วนมาจากหัวใจ ผมก็เดินตามทางที่เลือกแล้ว....จนกระทั่งผมได้พบกับ “คนตัดคน” ได้พบกับ “เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้” และได้พบกับ “ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ”....คราวนี้คนรอบตัวกลับบอกกับผมว่า “หลิวเต๋อหัว นายตัดสินใจตอนนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ!”ความสำเร็จใครกันเป็นผู้กำหนด? ไม่มีใครรู้หรอก แต่จงจำไว้ว่า ความสำเร็จไม่ได้มีหนทางเดียว ตอนที่ผมลาออกจาก TVB มาดิ้นรนด้วยตัวเอง แต่ยังมีอีกคนหนึ่งเลือกที่จะอยู่กับ TVB เขาคนนั้น คือ เหลียงเฉาเหว่ย...แล้ววันนี้เขาประสบความสำเร็จหรือไม่? ดังนั้นจงจำไว้ว่า เลือกในสิ่งที่เหมาะที่สุดกับคุณ จงอย่าลอกแบบตัวอย่างความสำเร็จของคนอื่นคนรู้จักจินเคอไหม? เขาคือมือสังหารจิ๋นซีฮ่องเต้ เขาทำสำเร็จหรือล้มเหลว คนส่วนใหญ่คิดว่าเขาล้มเหลวใช่ไหม? จิ๋นซีฮ่องเต้รวมอาณาจักรจีนเป็นหนึ่ง สำเร็จหรือล้มเหลว คนส่วนใหญ่คิดว่าทำสำเร็จใช่ไหม? แต่วันนี้ ทำไมคุณยังจำมือสังหารที่ชื่อจินเคอได้ ? ทำไมคนจำนวนมากประณามการปกครองของจิ๋นซีฮ่องเต้ ? ความสำเร็จจึงไม่ได้อยู่ที่คุณบอกตัวเอง แต่ประวัติศาสตร์จะเป็นผู้บอกคนที่ชอบผมจะบอกว่า หลิวเต๋อหัวเป็นดาราใหญ่ มีครอบครัวที่มีความสุข แต่คนที่ไม่ชอบผมก็จะบอกว่าหลิวเต๋อหัวเล่นหนังบู๊ล้างผลาญไร้สาระ เพียงแค่โชคดีถึงดัง และเขายังเห็นแก่ชื่อเสียงไม่เอาใจใส่ครอบครัว คนใกล้ชิดทุกคนต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ เช่นนี้แล้วผมก็คือคนที่ล้มเหลวที่สุดผมเห็นคนที่ประสบความสำเร็จมามาก หลายคนน่ารำคาญมาก พวกเขามักคิดว่าจะต้องแสดงอัตตาให้มากที่สุด บางครั้งแม้แต่ข้อบกพร่องของตัวเองก็ยังคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของอัตตา แต่ถ้าคุณมีปัญญาจะพบว่า เราสามารถใช้ความมานะแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเอง ถึงตอนนั้นคุณก็จะเป็นคนที่ทั้งประสบความสำเร็จและเป็นคนที่ผู้คนรักทุกคนตอนเช้า ผมจะยืนอยู่หน้ากระจกแล้วถามตัวเองว่า คุณเป็นใคร? คุณเคยทำผิดต่อตัวเองไหม? คุณเคยทรยศตัวเองไหม? คุณเคยหลอกตัวเองไหม? ถามตัวเองอย่างนี้ทุกวันเพื่อเตือนสติตัวเอง จากนั้นค่อยเดินออกไป ยิ้มให้กับคนในครอบครัว ยิ้มให้กับเพื่อนบ้าน ยิ้มให้กับคนแปลกหน้าที่พานพบ ยิ้มให้กับ...คนที่ล้มเหลว คุณจะพบว่าโลกนี้เต็มเปี่ยมด้วยความรัก หากโลกนี้เต็มเปี่ยมด้วยความรักความสำเร็จจะยังห่างไกลจากเราทุกคนงั้นหรือ? โลกที่เต็มเปี่ยมด้วยรัก แม้คุณจะล้มเหลว ก็จะยังมีสักคนหนึ่งที่ยิ้มให้กำลังใจคุณ



วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เก็บตกมาจาก Facebook...เอาไว้สอนลูกหลานนะ

20 ข้อ ที่ควรรู้และปฏิบัติก่อนอายุ 45

1. ไม่ต้องตั้งใจเรียนมากไปในสายวิชาที่ตนเลือก แต่ภาษาอังกฤษ จำเป็นมากๆ จงให้ใส่ใจ ส่วนวิชาอื่นๆ เอาแค่ดีพอหางานดีๆทำก็พอ เพราะโลกแห่งความเป็นจริง วัดกันที่ผลงาน ไม่ใช่ที่เกรด  ภาษาอังกฤษสร้างผลงานได้
2. การทำกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นสำคัญมากพอๆ กับการคร่ำเคร่งหน้าตำราเรียน
3. เลือกงานที่เราชอบนั้นใช่ แต่อย่าลืมด้วยว่า อาชีพนั้นสามารถเลี้ยงดูตัวเราได้จริงหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็อย่าหลอกตัวเอง
4. เมื่อถึงวัยทำงาน ใครเก็บเงินก่อน รวยเร็วกว่าและสิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้ คือ "ชีวิตที่ไม่มีหนี้ คือชีวิตที่ประเสริฐที่สุด"
5. หาเป้าหมายในชีวิตให้เจอโดยเร็วที่สุด เพราะมันจะเป็นเครื่องนำทางของคุณ ในชาตินี้ตลอดไป
6. ซื้อบ้านก่อน ที่จะซื้อรถ เพราะบ้านมีแต่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น รถมีแต่มูลค่าลดลง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า รถ=ลด
7. ดอกเบี้ยบ้านนั้นมหาโหดมาก รีบใช้ให้หมดโดยเร็วพลัน ก่อนที่จะแก่ แล้วผ่อนไม่ไหว
8. การเก็บเงินเป็นแค่บันไดขั้นแรกสู่ความร่ำรวย แต่ขั้นต่อมา คือ ต้องรู้จักลงทุน. อย่าลืมคบกับที่ปรึกษาการเงินไว้เป็นเพื่อน
9. อย่าเป็นศัตรูกับใครก็ตามบนโลกใบนี้ เพราะคุณจะไม่มีทาง รู้ว่าวันหนึ่งเขาอาจจะยิ่งใหญ่มาก จนกลับมาทำร้ายคุณก็เป็นได้
10. คอนเน็คชั่นหรือสายสัมพันธ์เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็สู้การมีเพื่อนเยอะไม่ได้
11. ควรมีงานทำมากกว่า 1 งานเพราะความมั่นคง ไม่เคยมีบนโลกใบนี้
12. อย่าคิดว่าตัวเองทำอะไรได้แค่อย่างเดียวเพราะความสามารถของคนเรา มีมากกว่า 1 เสมอ
13. เมื่อมีโอกาสใดก็ตามเข้ามาจงอย่าปฏิเสธ ถึงจะล้มเหลว แต่มันก็คือ ประสบการณ์
14. สร้างเนื้อ สร้างตัวให้ได้เร็วที่สุด ในขณะที่คุณยังมีกำลัง ยังเป็นหนุ่ม-สาว เพราะการฝ่าฟันอุปสรรคในช่วงอายุมาก ไม่ใช่เรื่องสนุก
15. ออกเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่ยังหนุ่มสาวเพราะเมื่อมีครอบครัว การเดินทางจะเป็นเรื่องยุ่งยากกว่าเดิม
16. เลือกคู่ชีวิต จงคิดให้ดีๆ อย่าดูแต่ข้อดีของเขา แต่ต้องดูด้วยว่าเราสามารถรับข้อเสียของเขาได้มากแค่ไหน
17. การมีแฟน หรือสามีภรรยา ยังเลิกกันได้ แต่ความเป็นพ่อแม่ลูก นั้นเลิกกันไม่ได้ เพราะฉะนั้น ควรดูแลพวกเขาให้ดีๆ
18. ความสำเร็จที่มากมายแค่ไหน ก็ไม่สามารถทดแทนความล้มเหลวของครอบครัวได้
19. ลองหาเวลาอยู่ว่างๆ ไม่ต้องทำอะไรเลยดูบ้าง อย่าแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว และอีกอย่างงานก็ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต
20. สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญอันหนึ่ง โปรดถนอมตัวเองให้มาก เมื่อยังเป็นวัยรุ่น อย่าใช้ชีวิตให้หนักเกินไป





วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

อย่ารอให้แตะ 60 แล้วค่อยเตรียมตัวเกษียณ



อย่ารอให้แตะ 60 แล้วค่อยเตรียมตัวเกษียณ ถึงเวลานั้นอาจทำใจได้ยาก เพราะปรับตัวปรับใจไม่ทัน เพื่อให้ตั้งรับกับวัยเกษียณอย่างชาญฉลาด อยากให้เริ่มต้นนับถอยหลังตั้งแต่ขึ้นเลขห้า ปูพรมแดงเตรียมไว้สำหรับชีวิตใหม่หลังเกษียณที่สดใสกว่า
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ “ดร.เดมอน ราสคิน” นำเสนอ 8 สิ่งที่ต้องทำก่อนอายุ 60 เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเตรียมตัวรับวัยเกษียณอย่างมีคุณภาพ 


สิ่งแรกคือ (1)“การหาเพื่อนใหม่ๆที่อายุน้อยกว่า” เพื่อสร้างความมีชีวิตชีวาไม่อับเฉา ลองหากิจกรรมใหม่ๆทำเพื่อผูกมิตรกับเพื่อนต่างวัย แทนที่จะขลุกอยู่กับกลุ่มคนแก่ คุยแต่เรื่องเก่าๆที่ทำให้ห่อเหี่ยวหัวใจ

สิ่งที่สองที่ควรทำในวัยก่อนเกษียณคือ (2)“เลิกพฤติกรรมไม่ดีที่ทำจนติดเป็นนิสัย”ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเลิกสูบบุหรี่ หรือเลิกนิสัยไม่ดีที่ทำลายสุขภาพกายและใจ



(3)“วางแผนเกษียณอายุ” เพื่อเตรียมสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีไว้เป็นของขวัญให้ตัวเองยามแก่เฒ่า อย่าผัดวันประกันพรุ่งว่าเมื่อวันนั้นมาถึงค่อยคิด เริ่มตั้งแต่วันนี้ ลองถามตัวเองว่า ถ้าพรุ่งนี้คือวันที่ต้องเกษียณอายุจากงาน คุณมีเงินทองสำรองไว้เลี้ยงดูตัวเองหรือยัง และนอกเหนือจากงานประจำที่ทำมาทั้งชีวิต จริงๆแล้วชีวิตนี้คุณอยากทำอะไร การค้นหาตัวเองตอนอายุ 60 คงไม่สนุกแน่นอน เพราะเต็มไปด้วยแรงกดดัน

(4)“การรู้จักให้อภัยคนอื่น” เพื่อปลดปล่อยตัวเองจากความขุ่นข้องหมองใจ ใครเคยทำอะไรไม่ดีกับคุณ ก็ขอให้ลืมๆไปซะ ความโกรธความเกลียดเหมือนเราซดยาพิษ แล้วมโนไปเองว่ามันจะออกฤทธิ์ฆ่าศัตรูของเรา

(5)“ขุดหาความฝันในวัยเยาว์ แล้วทำมันให้เป็นจริง” ความฝันไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กก็ล้วนแต่มีคุณค่า เราใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตหมดไปกับการแสวงหาความสำเร็จในหน้าที่การงาน และสั่งสมความมั่งคั่ง โดยมักหลงลืมไปว่าอะไรคือความสุขแท้จริง ก่อนวัยเกษียณลองหางานอดิเรกที่ทำแล้วมีความสุขให้เจอ อาจเป็นกิจกรรมง่ายๆที่ชื่นชอบตอนเด็ก เช่น การปลูกต้นไม้, ขี่จักรยาน, เลี้ยงปลา และเขียนหนังสือ สิ่งเหล่านี้เปรียบเหมือนยาชูใจที่สร้างความกระปรี้กระเปร่าในช่วงบั้นปลายชีวิต

(6)“หยอดกระปุกสะสมความมั่งคั่งไว้รองรับชีวิตวัยเกษียณ” คงปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าอยากใช้ชีวิตหลังรีไทร์อย่างมีความสุข ต้องมีเงินทองเพียงพอจะเลี้ยงตัวเอง อย่าไปหวังให้ลูกหลานมาเลี้ยงดูเราเลย คำว่าเพียงพอก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ลองคำนวณคร่าวๆว่า ถ้าเรามีชีวิตอยู่จนถึง 80 ปี ต้องเตรียมเงินไว้ใช้หลังเกษียณอีก 20 ปี แต่ละเดือนเราต้องการใช้จ่ายเท่าไหร่ ก็เอาตัวเลขคูณกับจำนวนปี สมมติว่าอยากใช้เงินเดือนละ 20,000 บาท ภายในเวลา 20 ปี ต้องมีเงิน 4 ล้าน 8 แสนบาท คิดดูล่ะกันว่าถ้าไม่รีบหาเงินตอนยังมีเรี่ยวแรง พอแก่ไปจะหาเงินล้านจากไหน...นี่ยังไม่นับรวมเงินสำรองไว้ใช้ยามเจ็บป่วย



(7)“เป็นเจ้าของกิจการตอนอายุ 50 ไม่ใช่เรื่องแปลก” การเปลี่ยนอาชีพตอนที่ยังมีกำลังวังชาบุกเบิกธุรกิจใหม่ อาจช่วยต่อลมหายใจการทำงานเพื่อสะสมความมั่งคั่งออกไปอีก 10-20 ปี แทนที่จะจบชีวิตทำงานตอนอายุ 60 ยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งประสบความสำเร็จเร็วเท่านั้น


ไม่มีอะไรจะน่าเกลียดเท่าการเป็นคนแก่ขี้หงุดหงิด, อารมณ์ร้าย และเจ้ากี้เจ้าการชอบจับผิด ก่อนจะถึงวัยเกษียณ 
(8)“ลองปลูกเมล็ดพันธุ์ของการคิดบวกลงในใจ” ใครๆก็อยากอยู่ใกล้คนที่มองโลกในแง่ดี สำหรับคนสูงวัย คงไม่มีของขวัญใดจะล้ำค่าเท่าชีวิตที่สุขสงบ มีแต่ความสบายใจ!!







ทดลองสมัครเป็น Affiliate หารายได้ง่าย ๆโดยไม่ต้องลงทุนแม้แต่บาทเดียวได้ที่นี่ค่ะ คลิกด้านล่างเลย

                 


วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557

กุศโลบาย

  คำว่า “กุศโลบาย” นี้ พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ เป็นผู้บัญญัติขึ้น เพื่อใช้เป็นชื่อหนังสือที่ท่านแปลจากภาษาอังกฤษ โดยต้นฉบับเดิมนั้น มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า “Strategy in handling people” ซึ่งท่านบอกว่าหากจะแปลตรงตัว ก็อาจแปลได้ว่า “กลยุทธ์ในการกุมผู้คนไว้ในมือ” อะไรทำนองนี้ ท่านเห็นว่าถ้าขืนแปลดังนี้ ก็จะมีความหมายที่ไม่ค่อยดีนัก ท่านจึงใช้คำว่า “กุศโลบาย” แทน อันมาจากคำว่า “กุศล” ผสมกับคำว่า “อุบาย” และมีความหมายว่า การใช้อุบายในทางที่ชอบ ในทางที่ควร เพื่อชนะใจ หรือผูกใจผู้อื่น 
ต่อมาได้มีผู้รวบรวมค้นคว้า และนำมาร้อยเรียงให้คล้องจองกัน เพื่อให้จำได้ง่าย โดยได้ทำไว้นานมากแล้ว สักเกือบจะยี่สิบปีได้ มีคนเอาไปพูดต่อ เอาไปเขียนต่อ กันหลายครั้งและหลายคน โดยไม่เคยอ้างอิงชื่อใครไว้เป็นเครดิต หรือให้เกียรติใครเลย ยังไงก็ตามมีผู้เขียนท่านหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า "ทัต ณ.ฝั่งโขง ได้ออกมายืนยันว่า ท่านเป็นผู้รวบรวมค้นคว้ามาเขียนซ้ำเอง ...เอาเป็นว่า ต้องขอบคุณทุกท่านที่ส่งต่อสิ่งดี ๆ กันต่อๆ มาทางโซเชียล นะคะ กุศโลบาย เพื่อการชนะใจ และผูกใจคน ทั้ง 10 ประการมีดังต่อไปนี้
     1.ยิ้มแย้มนำ
     2.จำชื่อได้
     3.ให้การยอมรับ
     4.จับจิตใจเขา
     5.เราหมั่นยกย่อง
     6.สอดส่องเอาใจใส่
     7.มีน้ำใจเกื้อกูล
     8.เพียบพูนการฟัง
     9.เอ่ยอ้างที่เขาชอบ
    10.พร้อมมอบความสุข

กุศโลบาย เพื่อการชนะใจ และผูกใจคน ทั้ง 10 ประการดังกล่าว พอที่จะอธิบายได้โดยสังเขป ดังนี้ :- 
     ยิ้มแย้มนำ : นี่เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ทว่าทรงพลังมากที่สุด ความที่การยิ้มเป็นการกระทำที่ง่ายมากเกินไป หลายคนจึงนึกไม่ถึง และไม่เคยตระหนักในพลานุภาพของมัน บางคนลงทุนไปเรียนจิตวิทยา ไปศึกษาเรื่องการเจรจาต่อรอง ไปเรียนทฤษฎีเกมต่างๆ อย่างละเอียดพิสดาร แต่กลับละเลยสิ่งที่ไม่ต้องเรียนเลย แม้แต่เด็กทารกก็ทำได้ แค่ขยับกล้ามเนื้อไม่กี่ก้อนบนใบหน้า ก็อาจชนะใจคนได้แล้ว ฝึกเป็นคนยิ้มง่าย และฝึกเป็นฝ่ายยิ้มก่อนเถิดค่ะ แล้วเราจะประหลาดใจในผลที่เกิดขึ้น 

วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2557

ไทม์แชร์ริ่งกับคดีฉ้อโกงประชาชน


(โดย นายเดชา กิตติวิทยานันท์
ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์)
จากกรณีที่สคบ.จะจัดทำข้อกฎหมายเกี่ยวกับควบคุมธุรกิจให้บริการพักผ่อนหรือท่องเที่ยวล่วงหน้าระยะยาว (ไทม์แชร์) ให้เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาของ สคบ. หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ประกอบการที่ชักจูงให้ชำระเงินค่าห้องพักของโรงแรมและรีสอร์ทต่าง ๆ ล่วงหน้า แต่เมื่อต้องการเข้าพักกลับไม่มีห้องพักให้ เข้าข่ายหลอกลวงอย่างแท้จริง
ทนายคลายทุกข์ขอนำกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินคดีธุรกิจขายตรงหรือเจ้าของโรงแรมรีสอร์ทที่ทำธุรกิจบังหน้า แต่เบื้องหลังคือการระดมทุนหลอกลวงประชาชน ทุกวันนี้นับวันจะมากขึ้น ตัวผมเองเคยทำคดีประเภทแชร์ลูกโซ่มาหลายคดี จึงขอให้คำแนะนำในการสังเกตธุรกิจไทม์แชร์ริ่งหรือแชร์ลูกโซ่ เป็นข้อๆ ดังนี้
1.สำนักงานจะหรูหรา ส่วนใหญ่นิยมใช้อาคารสูง โดยเฉพาะย่านรัชดาภิเษก สีลม เป็นต้น
2.จะมีห้องประชุมจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการต้มตุ๋นหลอกลวงประชาชน ผิดวิสัยของธุรกิจทั่วไปที่มีห้องประชุมเพียงห้องเดียวหรือสองห้องเท่านั้น
3.พนักงานทั้งบริษัทจะใส่สูท ผูกเทคไท ทาน้ำมันใส่ผมดูแล้วเนี๊ยบ ผิดวิสัยจากธุรกิจทั่วไป พนักงานทั่วไปจะไม่ใส่สูท จะใส่สูทเฉพาะผู้บริหารเท่านั้น แต่พวกนี้จะใส่สูททั้งบริษัทเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือและมีระดับ
4.ทุกคนจะพบนามบัตรที่มีลักษณะแปลก ๆ เว่อร์ๆ เช่น มีรูปรถเบนซ์อยู่ในนามบัตร และระบุตำแหน่งตัวเองว่าเป็นกรรมการหรือ ผอ. หรือผจก. ดูแล้วใหญ่มีระดับ ทั้งที่เป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น
5.เวลาสนทนาด้วยจะพูดถึงเรื่องเงินเป็นหลัก เช่น พูดว่าเมื่อเคยขับแท็กซี่ เดี๋ยวนี้มีรายได้เดือนละล้าน แค่ตัดสินใจเอาเงินมาลงทุน ชั่วข้ามคืนรวยในพริบตา
6.อยู่เฉย ๆ ก็รวยได้ เป็นคำพูดของพวกต้มตุ๋นเหล่านี้ เพียงแต่คุณไปหลอกลวงต้มตุ๋น ญาติพี่น้องหรือคนใกล้ชิดมาให้พวกเราเชือด แค่นี้ก็รวยแล้ว (ตายไปแล้วจะไปอยู่ในนรกขุมไหนนั่นอีกเรื่องหนึ่ง)
7.จะพกภาพถ่ายบ้านหลังใหญ่ราคาหลายล้าน รวมทั้งภาพการเดินทางไปท่องเที่ยวทั่วโลก แสดงถึงความมั่งคั่ง เพื่อยั่วกิเลสเหยื่อที่ถูกเชิญมาฟังบรรยาย หากงับเบ็ด ก็เสียเงินทันที
8.จะจ้างพวกพูดเก่ง ๆ พูดแล้วแม้กระทั่งลิงยังหลับตกต้นไม้ บริการหรือสินค้าไม่ค่อยพูดถึง พูดแต่เพียงว่าคุณรวยแน่ เพียงแค่ตัดสินใจจ่ายเงินในวันนี้เพื่อเป็นสมาชิกกับเรา บริษัทพวกนี้มันจะจ้างพวกฝีปากดี กล่อมอยู่หมัดและบังคับให้ตัดสินใจทันที ไม่มีเวลาตั้งตัว มารู้อีกทีก็หมดตัวไปแล้ว
9.สินค้าและบริการจะแพงเกินเหตุ สูงกว่าราคาสินค้าจริง อาจจะ 100-200% อันเป็นการหลอกลวงประชาชน
10.ไม่เน้นการขายสินค้าหรือบริการเน้นหลอกลวงเก็บเงินอย่างเดียว
11.แอบอ้างคนดังเป็นเจ้าของหรือคนดังมาร่วมธุรกิจด้วยหรือแอบอ้างชื่อโรงแรมขนาดใหญ่ ฟังดูแล้วโก้ เช่น ชื่อคล้ายกับแหล่งท่องเที่ยวในเมดิเตอร์เรเนี่ยน หรือรีสอร์ทหรูระดับโลก ลูกค้าฟังแล้วเคลิ้มต้องรับตัดสินใจเสียเงินให้คนพวกนี้
ตัวบทกฎหมายที่จะจับพวกนี้เข้าคุกหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย
***พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนพ.ศ. 2527***
มาตรา 4 ผู้ใดโฆษณาหรือประกาศให้ปรากฏต่อประชาชนหรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ปรากฏแก่บุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปว่า ในการกู้ยืมเงิน ตนหรือบุคคลใดจะจ่ายหรืออาจจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ตามพฤติการณ์แห่งการกู้ยืมเงิน ในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ โดยที่ตนรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าตนหรือบุคคลนั้นจะนำเงินจากผู้ให้กู้ยืมเงินรายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายหมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงิน หรือโดยที่ตนรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่า ตนหรือบุคคลนั้นไม่สามารถประกอบกิจการใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ และในการนั้นเป็นเหตุให้ตนหรือบุคคลใดได้กู้ยืมเงินไป ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
ผู้ใดไม่มีใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ดำเนินการ หรือให้พนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลใดดำเนินการโฆษณา ประกาศหรือชักชวนประชาชนให้ลงทุน โดย
(1) ซื้อหรือขายเงินตราสกุลใดสกุลหนึ่งหรือหลายสกุล หรือ
(2) เก็งกำไรหรืออาจจะได้รับผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนด้วย
มาตรา 5 ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้
(1) ในการกู้ยืมเงินหรือจะกู้ยืมเงิน
(ก) มีการโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไป หรือโดยการแพร่ข่าวด้วยวิธีอื่นใด หรือ
(ข) ดำเนินกิจการกู้ยืมเงินเป็นปกติธุระ หรือ
(ค) จัดให้มีผู้รับเงินในการกู้ยืมเงินในแหล่งต่าง ๆ หรือ
(ง) จัดให้มีบุคคลตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ไปชักชวนบุคคลต่าง ๆ เพื่อให้มีการให้กู้ยืมเงิน หรือ
(จ) ได้กู้ยืมเงินจากผู้ให้กู้ยืมเงินเกินสิบคนซึ่งมีจำนวนเงินกู้ยืมรวมกันตั้งแต่ห้าล้านบาทขึ้นไป อันมิใช่การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน และ
(2) ผู้นั้น
(ก) จ่าย หรือโฆษณา ประกาศ แพร่ข่าว หรือตกลงว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน ให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงินในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน จะพึงจ่ายได้ หรือ
มาตรา 12 ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 4 หรือมาตรา 5 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่


ข่าวเกี่ยวข้อง

วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ถ้าคุณไม่เคยทำธุรกิจMLM; 7 สิ่งที่คุณต้องรับรู้ เกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์

ความจริง 7 ประการที่คุณต้องรู้ก่อนที่จะเข้าร่วมการทำธุรกิจเครือข่าย(ธุรกิจMLM)
ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ค่าจ้างถูกลง อัตราการว่างงานที่สูง และตลาดแรงงานที่ตึงตัว คุณอาจตัดสินใจที่จะค้นหาโอกาสที่จะทำงานจากที่บ้านเพื่อเสริมรายได้ของคุณ บางทีคุณอาจได้รับการทาบทามโดย ถูกชักชวน หรือถูกเสนอโอกาส จากบริษัทต่าง ๆ หรือจากเพื่อน จากครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโอกาสทางธุรกิจ เครือข่าย (MLM) หรือ Multi-Level Marketing
ถ้าเป็นอย่างนั้น คุณก็จะมีสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจ MLM หรือไม่ก็ตาม



ความจริงข้อที่ 1 มันคือบริษัท MLM นะ
คุณต้องเข้าใจก่อนเลยว่า บริษัท MLMเหล่านี้มีมลทินทางสังคม มีคนเล่าเรื่องตลกเกี่ยวกับพวกทำธุรกิจMLM และคนส่วนมากมีอคติเกี่ยวกับสิ่งที่ คน MLM ทำธุรกิจ เช่นวิธีดำเนินการและประเภทของคนที่เข้าร่วม หากคุณไม่แน่ใจว่าคุณจะทนได้เมื่อถูกเหน็บแนมหรือนินทาเกี่ยวกับการทำธุรกิจMLM พูดง่าย ๆ คือถ้าคุณแคร์ หรือหน้าบาง เกินไป บางที บริษัท MLM อาจจะไม่เหมาะสำหรับคุณ
ความจริงข้อที่ 2 มันงานขายนะ
มันคือการขายนั่นแหละ ไม่ว่าเขาจะพยายามโฆษณาชักชวนว่านี่ไม่ใช่งานขายนะ คุณไม่ต้องขายของ ไม่ต้องออกจากบ้าน คุณก็ต้องขายจากในบ้านนั่นแหละ
มันจะมีธุรกิจเครือข่ายบ้าอะไรที่ไม่มีสินค้ามาเกี่ยวข้อง
· การซื้อใช้ (บริโภคเอง) คุณก็กำลังขายให้ตัวเอง
1. การแนะนำให้คนอื่นใช้ (หรือเรียกว่าแบ่งปัน) มันก็คือการขาย เพราะมีการจ่ายเงิน คุณได้รับคอมมิชชั่น
2. การต่ออายุสมาชิก โดยการซื้อสินค้าใช้ ก็คือขายนั่นแหละ
เขาอาจจะหมายถึงว่าไม่แนะนำให้เอาไปเร่ขาย หรือตื๊อให้คนซื้อ หรือสาธิตสินค้า แล้วบังคับซื้อ
ดิฉันไม่เข้าใจว่าจะรังเกียจอะไรนักหนากับอาชีพการขาย
คนที่รังเกียจหรืออับอายที่จะขาย หารู้ไหมว่าเขาก็กำลังขายอยู่ทุกวี่ทุกวันในงายที่เขาทำ เช่น
· เขาต้องขายความคิด ไอเดีย
· ขายภาพพจน์ ตัวเองให้ เจ้านาย ลูกค้า หรือเพื่อนร่วมงาน ให้ เชื่อถือและมีศรัทธาในตัวเขาและงานของเขา
ปัจจุบันวงการธุรกิจเครือข่ายสมัยใหม่เริ่มตื่นตัวใช้ระบบ หรือ ทำการตลาดแบบ Attraction Marketing เป็นการขายที่ “มีมารยาทสากล” มากกว่าเดิม ไม่โทรหาคนแปลกหน้า ไม่ตื๊อ ไม่ชักชวน ไม่หลอกล่อให้ ไป ฟัง บรรยายตามศูนย์ที่เปิดอบรม (เพื่อเกลี้ยกล่อม) กันเป็นทีม อย่างที่เขาเรียกกันว่า แบบ “ old school” หรือบางคนเรียกมันว่า “ปิดประตูตีแมว”เพราะแบบเดิม ๆ นั้นมันไม่ประสบผลสำเร็จแล้ว
สรุปคือผู้นำธุรกิจจะถูกสอนมาว่าให้เปลี่ยนทัศนะและวิธีคิดให้ลูกทีม(หรือที่เราเรียกว่า”ดาวไลน์” ก็ตัวเรานั่นแหละ)ว่า คุณได้เจอสิ่งดีๆ ที่เรียกว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจ ที่มีวิธีการ ทำให้ประสบผลสำเร็จได้จริง และไม่ เหน็ดเหนื่อย หรือ ไม่ทำให้เสียความสัมพันธ์กับคนรู้จัก ญาติพี่น้อง โดยวิธีการไล่ล่าคนที่คุณรู้จักโดยวิธีเดิม ๆ ที่เคยรู้จัก หรือเคยทำมา


Attraction Marketing หรือระบบดึงดูดอัติโนมัติ [Auto Attraction System ]ที่กูรูทางด้านธุรกิจเครือข่ายปัจจุบันได้ประกาศว่าวิธีการนี้จะแก้ปัญหาธุรกิจและตอบโจทย์ความสำเร็จให้กับเพื่อน ๆ ได้เป็นอย่างดี

แต่ความจริงที่จริงแท้แน่นอนที่สุดคือหากคุณไม่สะดวกในการขายสินค้าและบริการนั้น บริษัท MLMก็อาจจะไม่เหมาะสำหรับคุณก็ได้



วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การตลาดแบบดึงดูด: ระวังมันอาจจะเป็น เส้นทางลัดสร้างความร่ำรวยแก่อัพไลน์ เห็นแก่ตัว


การตลาดแบบดึงดูด: เครื่องมือในการล่าแมงเม่า
การนำเอา Attraction Marketing (ถ้ายังไม่รู้ว่าคืออะไรขอแนะนำให้คลิกไปอ่านก่อนนะคะ)มาใช้เพื่อที่จะสร้างแบรนด์ อันที่จริงน่าจะย้ำให้เข้าใจตรงกันว่าวิธีการนี้ ตัวบริษัทแม่ของธุรกิจเอง ไม่ได้เน้นให้ใช้การตลาดแบบ แต่ตัวผู้จำหน่าย หรือตัวแทนของบริษัทเอง ที่แนะนำให้ทีมงานในเครือข่ายใช้ เพื่อสร้างแบรนด์ส่วนบุคคลของพวกเขา หรือสัญลักษณ์ของทีมตนเอง ไม่ใช่แบรนด์ของบริษัทมีสูตรเฉพาะที่เป็นแม่แบบที่มีคนนิยมมากที่สุดคือนักการตลาด Attraction Marketerที่มีชื่อว่าไมค์ ดิลลาร์ด สรุปว่า Attraction Marketingเกี่ยวข้องกับการโฆษณาหรือการตลาดโดยนำเสนอเนื้อหาข้อมูลที่จะสร้างจำนวนคนการเข้าชมหน้าเว็บที่เรียกว่า Capture Page (ขอเรียกว่า หน้าดักจับรายชื่อผู้มุ่งหวัง)โดย มีเป้าหมายที่จะเป็นหน้าที่เชิญชวนให้ผู้สนใจที่จะเข้าร่วมขอรับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่ได้โฆษณาไว้อย่างคร่าว ๆให้กรอกรายชื่อและ อีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ไว้ ซึ่งถือว่าเป็นฐานข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมายว่าเป็นรายชื่อผู้ที่สนใจในสิ่งที่เขาเสนอ กระบวนการนี้ช่วยสร้างความไว้วางใจและเชื่อถือ มากพอที่ พวกเขาจะสามารถกระจายสินค้าไปเสนอต่อรายชื่อผู้มุ่งหวังดังกล่าวซึ่งถือว่า เป็นการสร้างกระแสรายได้เพิ่มเติมนอกเหนือจากการเสนอขายสินค้าก็คือ เป้า หมายอื่น ๆ เช่นจะนำเสนอโอกาสทางธุรกิจหลังจาก ที่เขาได้สร้างแบรนด์ให้ตัวเองเป็นบุคคลที่มีคุณค่า ประสบผลสำเร็จเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการชักชวนคนให้มาร่วมงานกับทีมของพวกเขา

ระวังให้ดี พวกเหลือบในวงการเครือข่ายมักจะใช้เว็บที่ซื้อมาเป็นเทมเพลท แล้วเอามาแจก สมาชิก สอนให้สมาชิกไปโพสต์โฆษณา โดยมีหน้าแคปเจอร์เพจ (Capture page) เอาไว้ดักจับรายชื่อคนสนใจที่กรอกมา แต่ชื่อผู้สนใจ ดันวิ่งไปโชว์ในอีเมล์ แอดมิน หรือเจ้าของเว็บแจกฟรีนั้นซะเกือบ 80% สมาชิกก็กระหน่ำโพสต์ไป หรือลงทุนโฆษณาไปไป วัน ๆ เจ้าของเว็บฟรีซึ่งก็คืออัพไลน์ก็ มีคนส่งอีเมล์มาสมัครวันละเป็นร้อย เพราะมีดาวไลน์ใต้ล่างใช้เว็บแจกฟรีของตนเองเป็นพัน ๆ คน เท่ากับมีคนโพสต์เว็บให้ตนเองฟรี 



วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

รู้ทันแชร์ลูกโซ่


      
สิ่งที่จะให้ดูเป็นข้อสังเกตก็คือ
            1 การระดมทุน นั้น ก็คือธุรกิจที่เก็บเงินค่าสมัครหรือค่าลงทุนในรูปแบบหุ้น แต่ไม่มีสินค้าที่เป็นรูปธรรม อาจกล่าวอ้างถึง กองทุนน้ำมัน กองทุนทองคำ ซื้อขายเงิน กองทุนพืชผลทางการเกษตร เป็นต้น จากนั้นก็จะสัญญาว่าจะได้รับเงินปันผลจากผลกำไรของกองทุนเหล่านั้นตามเวลาที่กำหนด เช่น 1 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี ซึ่งผลประโยชน์ที่จะได้รับนั้นสูงเกินกว่าอัตราดอกเบี้ยธนาคาร โดยไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าได้มีการนำเงินที่ระดมทุนปลงทุนจริงหรือไม่ และที่สำคัญการประกาศขายหุ้นทางสาธารณะนั้นต้องเป็นหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ครับ ไม่ใช่มาประกาศขายกันบนเว็บไซด์ อันนี้เข้าข่ายผิดกฏหมายระดมทุนและผิดกฏหมายเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์


วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

ทำอย่างไรให้มีผู้ร่วมธุรกิจ


เพื่อน ๆ นักธุรกิจเครือข่ายทุกท่านคะ คำถามหลักที่สำคัญของธุรกิจคือ “ทำอย่างไรให้มีผู้ร่วมธุรกิจ”เพราะธุรกิจเครือข่ายนั้น จะประสบความสำเร็จไม่ได้เลย ถ้าหากขาดผู้มุ่งหวัง เข้ามาร่วมธุรกิจทำงานร่วมกับคุณ ซึ่งก็แน่นอน เพื่อน  ๆ นักธุรกิจเครือข่ายทุกท่านคงจะมีคำถามเดียวกันอยู่แล้วนะคะว่า ทำอย่างไรให้มีผู้ร่วมธุรกิจ นี่คือประเด็นหลักที่ดิฉันจะนำมาพูดคุยกับเพื่อน ๆ ในบทความนี้ค่ะ

การที่เพื่อน ๆ  จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจได้นั้น เพื่อน ๆ ต้องเข้าใจก่อนว่า เขาเหล่านั้นตัองการอะไร และไม่ต้องการอะไร 

สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยทำธุรกิจมาก่อนก็ต้องการลงทุนทำธุรกิจ หารายได้เสริม ต้องการอิสรภาพทางเวลาและการเงิน อนาคตที่สดใสมั่นคง 


ส่วนผู้ที่เคยทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อนแล้ว หรือกำลังทำอยู่ ก็ต้องการมากกว่านี้คือ ความรู้ วิธีการ และเครื่องมือการตลาดที่จะทำให้พวกเขาใช้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานแทนพวกเขาได้อย่างแท้จริง เครื่องมือเหล่านั้นจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขประตูสู่ความสำร็จ

สรุปได้คือทุกคนต้องการความสำเร็จ และกลัวความล้มเหลว และต้องการเรียนรู้กลยุทธ์สำคัญที่จะตอบโจทย์ว่า จะทำอย่างไรให้มีผู้ร่วมธุรกิจ ได้มาก ๆ และทำให้ทีมงานธุรกิจของพวกเข้าเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและทรงพลังที่สุด 

ฉะนั้นเพื่อน ๆ ที่ได้เข้ามาศึกษากลยุทธ์สร้างรายได้ออนไลน์ร่วมกับทีมงานของเราต้องนำเอาความรู้และวิธีการ พร้อมทั้งเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพเหล่า นี้ไปถ่ายทอดให้พวกเขาได้รู้ และสอนให้พวกเขาสร้างระบบทั้งหมดได้ด้วยตนเอง เป็นที่ปรึกษาที่มีภาวะผู้นำสูงพร้อมที่จะผลักดัน ชี้แนะส่งเสริมให้พวกเขาได้ประสบความสำเร็จสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน เหมือนที่ทีมงานของเรากำลังทำอยู่ในขณะนี้ ซึ่งก็ตอบโจทย์ที่ว่า ทำอย่างไรให้มีผู้ร่วมธุรกิจ ได้เป็นอย่างดี เพราะทุกคนที่มุ่งหวังจะประสบความสำเร็จจะพากันเข้ามาร่วมธุรกิจกับเพื่อน ๆ เอง โดยไม่ต้องไปชักชวนใครอีกเลย เพราะพวกเขาต้องการร่วมธุรกิจกับอัพไลน์มืออาชีพที่ผ่านคอร์สการเรียนรู้กลยุทธ์ธุรกิจเครือข่ายออนไลน์มาแล้วและพร้อมจะนำพาพวกเขาไปสู่ความสำเร็จได้เช่นคุณนั่นเองค่ะ


หากชอบบทความนี้ กรุณาโพสต์ความคิดเห็นให้กำลังใจ หรือแบ่งปันด้วยนะคะ จะมีกำลังใจยิ่งค่ะ สำหรับคบเขียนแล้วไม่มีอะไรทำให้มีความสุขเท่ากับการได้รับรู้ว่ามีคนชื่นชมบทความ หรือข้อคิดของตนเอง
ขอบคุณค่ะ วารีนา
สาเหตุที่คุณล้มเหลวในธุรกิจออนไลน์


ทำไม"นักขาย"ถึงสู้ "นักการตลาด"ไม่ได้เลยในการขายสินค้าหรือสปอนเซอร์‏


ติดต่อสอบถาม :089-707-2874 
เว็บไซต์ : คลิกที่นี่
แอด Facebook ส่วนตัว : คลิกเลยค่ะ

Facebook Fanpage:  Thai MLM Online 
ช่อง Youtube :  Thai MLM Online 100%

ติดต่อสอบถาม :
089-707-2874 / 082-072-2613
Line ID : 0897072874
แอดเป็นเพื่อน :
 http://line.me/ti/p/~0897072874





วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556

3 ยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นสุดยอด นักธุรกิจเครือข่ายออนไลน์



ในการทำธุรกิจเครือข่ายทุกวันนี้ พูดได้เลยค่ะว่า หากเราต้องการสร้างอนาคตที่รุ่งโรจน์ด้วยธุรกิจเครือข่ายอย่างแท้จริง เราจำเป็นต้องก้าวเข้ามาสู่โลกอินเตอร์เน็ตอย่างเต็มตัวค่ะ
ธุรกิจเครือข่ายบนโลกอินเตอร์เน็ตนั้น เป็นสิ่งที่ใครๆก็อยากเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งความสำเร็จ แต่กลับมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ที่รู้วิธีทำตลาดที่เหมาะสมกับโลกอินเตอร์เน็ตจริงๆ
และไม่เพียงแต่จะต้องรู้วิธีทำตลาดบนโลกออนไลน์อย่างเหมาะสมเท่านั้น แต่ยังต้องรู้ว่า ทำอย่างไรจึงจะสามารถ โดดเด่น แตกต่างจากผู้อื่นในโลกออนไลน์ได้อีกด้วย แน่นอนค่ะว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ยากจนเกินไป และในขณะที่นักธุรกิจเครือข่ายรุ่นใหม่ เริ่มปรับตัวเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวคุณเองคงไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลังใช่ไหมค่ะ
ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายแบบออนไลน์ คุณจำเป็นต้อง โดดเด่น ค่ะ ไม่มีทางเลือกอื่น
ณ วันนี้ คุณต้องการเป็นนักธุรกิจเครือข่ายแบบไหนคะ ?
ดิฉันมีตัวอย่างนักธุรกิจเครือข่าย 3 แบบในโลกธุรกิจออนไลน์ ที่มีความโดดเด่นชัดเจน แตกต่างกันไป และแน่นอนว่า การพยายามหลอมรวมทุกวิธีการเข้าไว้ที่ตัวเราเพียงคนเดียว อาจกลายเป็นความล้มเหลว สู้คนที่เจาะจงชัดเจนไปเลยว่า ตัวเองถนัดอะไรในโลกออนไลน์ ไม่ได้ เพราะการเจาะจงชัดเจนว่าตัวเองถนัดอะไร จะทำให้ เกิดความโดดเด่น ในโลกออนไลน์ ได้มากกว่าการพยายามเก่งกาจในทุกวิถีทางค่ะ
นักธุรกิจเครือข่ายทั้ง 3 แบบ มีดังนี้ค่ะ
1. มนุษย์ไฮเทค
นักธุรกิจเครือข่ายกลุ่มนี้ จะถนัดมากในเรื่องเทคโนโลยี เก่งกาจด้านการสร้างเว็บไซต์และวิเคราะห์สถิติ พวกเขาสามารถทำอะไรได้มากมายในสิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีความรู้ในแบบที่พวกเขามี แต่สิ่งที่พวกเขาขาดไป คือ การติดต่อสัมพันธ์กับผู้คนบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพราะพวกเขาถนัดเรื่องการใช้เครื่องไม้เครื่องมือไฮเทคมากกว่า ถ้าคุณเป็นคนกลุ่มนี้ คุณควรมุ่งเป้าไปที่การพัฒนาตัวเองให้เชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือการตลาดไฮเทค เช่น การโฆษณาบน google แบบที่เรียกว่า pay-per-click ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์สถิติ การวัดผลโฆษณา แล้วนำเอาข้อมูลที่ได้ มาปรับแต่งให้การโฆษณาได้ผลดีกว่าเดิม ซึ่งข้อได้เปรียบก็คือ คุณจะสามารถดึงดูดผู้คนจำนวนมาก เข้ามาหาคุณได้ทันที แต่หากคุณไม่ถนัดที่จะสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้คนที่เข้ามา คุณควรเลือกธุรกิจเครือข่าย ที่ไม่เน้นการพัฒนาความสามารถของเพื่อนร่วมทีมมากนัก แต่เน้นที่จำนวนคนเข้าร่วมมากกว่า
2. นักสร้างสรรค์
นักธุรกิจเครือข่ายกลุ่มนี้ ชอบที่จะสร้างสรรค์เนื้อหาใหม่ๆ และให้ข้อคิดดีๆกับผู้คนในโลกออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ พวกเขาชอบที่จะเขียนบทความและใช้วิดีโอเป็นสื่อ พวกเขาชอบที่จะคิดคอนเซ็ปท์ สร้างไอเดียใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง และมักจะเป็นพวกชอบขีดเขียน เช่น ชอบเขียน blog ส่วนตัว และมีเรื่องราวใหม่ๆมาเล่าให้ผู้อื่นฟังอยู่เสมอ พวกเขามั่นใจในความรู้ที่มี และยินดีช่วยแก้ปัญหาให้ผู้อื่นผ่านทางบทความที่พวกเขาเขียนขึ้น หากคุณเป็นคนกลุ่มนี้ คุณควรมุ่งเป้าไปที่ การดึงดูดผู้คนด้วยบทความและเนื้อหาที่คุณเขียน และติดต่อสัมพันธ์กับผู้คนในโลกอินเตอร์เน็ต ด้วยการส่งมอบเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้อื่นสามารถนำความรู้ที่ได้จากคุณไปประยุกต์ใช้กับชีวิตและการทำงาน ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาก ที่จะทำให้ผู้คนในโลกอินเตอร์เน็ต จดจำคุณในฐานะ ผู้นำ และต้องการเข้าร่วมทำธุรกิจกับคุณอย่างจริงจัง ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจเครือข่ายของคุณ เติบโตได้อย่างมั่นคงและแข็งแรงมากกว่าวิธีอื่น หากคุณเป็นคนกลุ่มนี้ คุณควรเลือกธุรกิจเครือข่ายที่เน้นการพัฒนาทักษะของผู้คนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่า ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้ ก็คือ ความสำเร็จและความมั่งคั่ง ที่นำพาคุณไปสู่ชีวิตที่เกษียณได้อย่างแท้จริงนั่นเอง
3. นักนิยมสังคมออนไลน์
นักธุรกิจเครือข่ายกลุ่มนี้ คือกลุ่มที่สามารถใช้เวลาได้เป็นวันๆกับการพูดคุยกับผู้คนบนเว็บ Social Network อย่างเช่น facebook และ twitter ซึ่งปกติแล้วพวกเขามักจะมีเว็บ Social Network ที่พวกเขาชื่นชอบเป็นพิเศษอยู่ไม่เกิน 1-2 เว็บ ซึ่งพวกเขาจะใช้เวลาอยู่บนเว็บนี้นานที่สุด และจะเข้ามาเช็คความเคลื่อนไหวบนเว็บบ่อยยิ่งกว่าการเช็คอีเมล์เสียอีก พวกเขาคือกลุ่มคนที่เกาะติดสถานการณ์ รู้ทุกความเคลื่อนไหวใน Social Network นั้นๆ และผู้คนจะรับรู้เหตุการณ์ต่างๆใน Social Network ได้จากข้อความที่เขาอัพเดทในโปรไฟล์ของเขาตลอดเวลา หากคุณเป็นคนกลุ่มนี้ คุณควรมุ่งสร้างกลุ่มเพื่อนใน Social Network อันใดอันหนึ่งให้ชัดเจนไปเลย และมุ่งพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้ที่มีความโดดเด่น เป็นผู้กว้างขวางใน Social Network ที่คุณสถิตอยู่ และอุทิศตัวเองให้กับการสร้างสังคมเพื่อนออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการให้ความช่วยเหลือเพื่อนๆใน Social Network นั้นอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งผู้คนใน Social Network ยอมรับนับถือในตัวคุณ และยกให้คุณเป็นผู้นำใน Social Network นั้น
ทั้ง 3 กลุ่มนี้ คือ ตัวอย่างของนักธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ ที่สามารถสร้างความโดดเด่นให้กับตัวเขาเองได้อย่างชัดเจน และสามารถสร้างเครือข่ายของเขาในโลกออนไลน์ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
หากคุณพึ่งเริ่มต้นในโลกอินเตอร์เน็ต ลองถามตัวเองว่า คุณใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ไปกับการทำอะไร เช่น คุณชอบเข้า facebook เพื่อพูดคุยกับเพื่อนใหม่ๆ หรือ คุณชอบเขียนและอัพเดท blog ของคุณเป็นประจำ หรือว่า คุณชอบวิเคราะห์ข้อมูล ชอบอยู่กับตัวเลข ชอบลองเล่น software ใหม่ๆ มากกว่าพูดคุยกับผู้คน
คุณชอบทำแบบไหนมากกว่ากันคะ ?
หากคุณเลือกได้แล้วว่าชอบแบบไหน ให้เริ่มต้นที่การมุ่งพัฒนาความชอบนั้น จนกลายเป็นทักษะและความชำนาญ ซึ่งแน่นอนว่า ต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้มากมายหลายอย่าง ไม่ว่าคุณจะเลือกเป็นคนกลุ่มไหนใน 3 กลุ่มที่กล่าวมา ก็ล้วนแล้วแต่มีสิ่งที่คุณจะต้องเรียนรู้ ลงลึกในการผู้เชี่ยวชาญของแต่ละกลุ่มทั้งสิ้น
จนกว่าจะถึงวันที่คุณกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ คุณมีแต่ต้องเริ่มต้นที่ วันนี้ เท่านั้นแหละค่ะ
หรือว่าไม่จริงคะ 


ทดลองสมัครเป็น Affiliate หารายได้ง่าย ๆโดยไม่ต้องลงทุนแม้แต่บาทเดียวได้ที่นี่ค่ะ คลิกด้านล่างเลย

                 

วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556

สาเหตุที่คุณล้มเหลวในธุรกิจออนไลน์

เพราะคุณเป็นคนเช่นนี้จึงไม่แปลกที่คุณล้มเหลวในธุรกิจออนไลน์
1.               อยากได้เงิน แต่ไม่ยอมที่จะเรียนรู้วิธีการสร้างเงิน ภาษาปาก คือ ขี้เกียจอ่านวิธีทำเงินโดยละเอียด เอาแต่มอง ผ่านตัวอักษร ซึ่งต่างจากคำว่าอ่านเพื่อความเข้าใจอย่างสิ้นเชิง เป็นสาเหตุความล้มเหลวตัวหลักที่สุด การรู้ การอ่าน อย่างผิวเผินย่อมทำงานได้อย่างจำกัด เมื่อไม่ได้ผลสมตามที่หวังไว้ และเบื่อหน่ายจนเลิกไปในที่สุด

2.               ทำแบบมั่ว ๆ ไร้หลักเกณฑ์ตามที่เว็บหารายได้ต่าง ๆ ตั้งข้อกำหนดไว้ คิดว่ารูปแบบที่ต้นทาง หรือ เว็บนั้น บริษัทนั้น ๆ วางไว้ไม่ดีพอ จึงทำตามใจตนเอง แล้วกลายเป็นหลงทาง เสียเงิน เสียเวลาเปล่า ทั้งที่ กิจกรรม ของเว็บใหญ่ ๆ มักระดมความคิดจากระดับมันสมองของคนที่จัดว่าเก่ง หลายสมองรวมกัน ผมก็ไม่กล้าคิดว่า ตัวเอง เก่งกว่า คนเก่งจริง ๆ หลาย ๆ หัวรวมกันคิดระบบขึ้นมา
3.               คิดเองและต่อต้านกิจกรรมเว็บงานนั้น ๆ เพราะคิดว่าตัวเก่งกว่า แต่บริษัทไม่ยอมจ่าย หรือ ยอมให้เขา หารายได้ ในรูปแบบที่ตนต้องการ เช่น บางแห่ง ห้ามสแปมเมล์ หรือส่งเมล์มั่วให้คนที่ไม่รู้จัก แต่หลาย ๆ คน คิดว่าทำ สแปม แล้วคนรู้จักเร็วและง่าย จึงทำ สุดท้ายก็ต้องโดน แบน และไม่จ่าย เพราะเป็นการหารายได้ เข้ากระเป๋าตัวเอง แต่ ชื่อเสียงเว็บ หรือบริษัทนั้น ๆ เสียหาย ซึ่งก็คือความเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวของคน ๆ นั้นนั่นเอง ภาษิตโบราณเรียกว่า ทุบหม้อข้าวตัวเอง หรือตัดต้นมะม่วงกินลูก แทนที่จะค่อย ๆ สอยหรือปีนเก็บกิน

4.               ทำๆ หยุด ๆ ไม่ต่อเนื่อง พอมองย้อนเวลา จึงคิดว่าตัวเองทำมานาน ลงมือทำเพียงเล็กน้อย อาจอาทิตย์ละหน สองหน เมื่อเวลาถึงเดือนจริง แต่ลงมือร่วมกิจกรรมจริง ๆ  แทบไม่ถึง 10 ครั้งต่อเดือน ย่อมไร้ค่าอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่มีความตั้งใจที่จะทำอย่างต่อเนื่อง ไม่จัดสรรเวลาให้งานนั้น ๆ อย่างจริงจัง เวลา 3 เดือน อาจเตะงาน หรือ กิจกรรมนั้นๆ จริงไม่ถึง 10 ครั้ง ๆ ละไม่ถึงชั่วโมง ก็เห็นมามากมาย  แล้วนั่นคือกลุ่มผู้ล้มเหลวส่วนใหญ่ และที่มาก ยิ่งกว่า คือ มานะขยัน ทำเพียงช่วงแรกๆ ช่วงต้น ๆ ไม่กี่สัปดาห์ แล้วก็ละเลยปล่อยทิ้งในเวลาต่อมา ถ้าคิดว่าทำงานแล้ว ทำให้มันเป็นงานจริง ผลงานย่อมเกิด ซึ่งเป็นตรรกะศาสตร์ง่าย ๆ ต้องนับเวลาที่ลงมือทำงาน หรือ กิจกรรมนั้น ๆ ไม่ใช่นับเวลาที่สมัครงานนั้น ๆ เป็นตัวตั้ง เพราะรายได้เขานับที่ผลงาน ไม่ได้นับที่เวลาการสมัคร ว่า สมัครมานานเท่าไร
5.               บ่อยครั้งที่ทำผิดกฎกติกาอย่างตั้งใจ แล้วถูกแบน ถูกลบแอคเคาท์ ถูกลบบัญชีออก เป็นสาเหตุที่ร้ายแรง และเกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ ในการหารายได้ออนไลน์ โดยเฉพาะ งานที่นับ ปริมาณคลิก หรือนับความถี่ ในการร่วมกิจกรรม เพื่อนับเป็นเปอเซนต์ ในการจ่าย คนโลภและตั้งใจโกง จะใช้โปรแกรมช่วย สร้างการร่วมกิจกรรมแบบ ไม่เป็นจริง เช่น การใช้ โปรแกรมคลิกป้ายโฆษณา ของเว็บคลิกต่าง ๆ ที่มักเรียกว่า บอท การใช้โปรแกรม ปั่นเพจเปิดหน้าเว็บ ตามเว็บที่นับการเปิดหน้าเว็บทั้งหลาย เมื่อถูกจับได้ย่อม ถูกลบบัญชีออกอย่างแน่นอน เมื่อเป็นการจ่ายเป็นอันดับขั้น ขึ้นไปข้างบนด้วย คนที่อยู่สายบนไม่รู้เรื่อง ก็พลอยโดนไปด้วย เพราะได้รับเปอเซนต์รายได้ส่วนหนึ่ง มาจากสาย ข้างล่าง ถ้ารายเดียวโกง ยังพอคำนวณลบเปอเซนต์ เฉพาะรายนั้น ๆ ออกได้ แต่หาก โกงหลาย ๆ คน และ สายลึก หลายชั้นขึ้นไป ย่อมเกินความสามารถ หรือเป็นการเสียเวลาในการแยกส่วนต่างเปอร์เซนต์ จึงเป็นที่มาของการ แบนทั้งขบวนในครั้งนั้น ๆ เมื่อไม่มีการแก้ไขหรือทำให้ถูกต้อง ก็จะถูกแบนอย่างถาวร เป็นที่มาของการ โพนทะนาว่า กิจกรรมนั้น ๆ ไม่จ่าย 

6.            ไม่เข้าใจวิธีการหารายได้ที่ถูกต้อง ไม่รับรู้ว่ามีวิธี ทำให้มีรายได้มากขึ้น กว่าระดับที่ตัวเองรู้เมื่อตอนเริ่มต้น
สุดท้ายก็เบื่อหน่าย บางรายโพนทะนาต่อว่าบริษัทนั้น ๆ ว่าไม่จ่าย ไม่ได้เงินจริง ทั้งที่มีคนที่ทำเงินมายาวนานหลายปี และ ก็ยังคงได้เงินกันอยู่ บริษัทก็ยังคงอยู่ได้ ย่อมต้องมีจริงเป็นจริง แต่คนที่ล้มเหลว ก็ย่อมมีจริงเช่นกัน